ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ “สะพานหิน ท่าลี่ กุมภวาปี”

  • Print
Share on facebook

ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ “สะพานหิน ท่าลี่ กุมภวาปี” กับความร่วมมือดูแลรักษาของ “วัด บ้าน โรงเรียน”

           สวัสดีค่ะ “ศมน ชคัตธาดากุล” กับรายการเรื่องเล่า...ชาวหอการค้าฯ “พบผู้บริหารและธุรกิจ SMEs” ฉบับนี้จะนำท่านผู้อ่านไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ “สะพานหิน ท่าลี่ กุมภวาปี” แต่ก่อนที่จะถึงสถานที่ท่องเที่ยว จะขอนำท่านผู้อ่านแวะที่นี่ก่อนค่ะ “ข้าวหลามโบก” ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่บนถนน อุดรธานี-อำเภอกุมภวาปี เราจะไปพูดคุยกับพวกเขากันค่ะ เขามีจุดเด่นอะไร ถึงทำให้นักท่องเที่ยว นักเดินทาง หยุด แวะ อุดหนุนข้าวหลามของพวกเขาค่ะ

samon1-1

samon1-2

          ศมน ชคัตธาดากุล : เสน่ห์ของข้าวหลามที่นี่ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนก็คือ “ท่าโบก” ค่ะ และอีกหนึ่งคำถามที่นักท่องเที่ยวจะถามนะคะ ที่ติดป้ายไว้อย่างชัดเจน “ข้าวใหม่” มีความหมายว่าอย่างไรคะ
แม่ค้าข้าวหลาม : คำว่า “ข้าวใหม่” ก็คือ ข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวและผ่านการสีข้าวในช่วงแรกๆ ของฤดูกาลเก็บเกี่ยว แล้วนำมาทำข้าวหลาม จะทำให้ข้าวหลามที่ทำจากข้าวใหม่มีความหอม ความนุ่ม อร่อยกว่าข้าวเก่า ที่ผ่านฤดูเก็บเกี่ยวมานานและเก็บไว้ค้างปี

          “สะพานหิน ท่าลี่ กุมภวาปี” ตั้งอยู่ในวนอุทยานเขาสวนกวาง ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทมและป่าข่า ต.ท่าลี่ อ.กุมวาปี จ.อุดรธานี เป็นภูเขาขนาดกลางทอดตัวยาวในแนวตะวันออกถึงตะวันตก เป็นแนวเขตธรรมชาติที่แบ่งเขตจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสะพานหินแห่งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกเรียงตัวกันอยู่เป็นรูปร่างหินแปลกตา กระจายอยู่ทั่วบริเวณ และรายการได้รับเกียรติจาก คุณวงเวียน พลนามอินทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวสะพานหินเชิงอนุรักษ์ และด.ต.อนุสรณ์ บุสดี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวสะพานหินเชิงอนุรักษ์ ร่วมให้ข้อมูลและนำเที่ยวในรายการ
ศมน ชคัตธาดากุล : ก่อนที่จะขึ้นไปชมสะพานหินท่าลี่กุมภวาปี นักท่องเที่ยวจะต้องมาแวะพัก จอดรถ ที่วัด....แห่งนี้ก่อน เพราะอะไรคะ

samon1-3

samon1-4

samon1-5

samon1-6

          วงเวียน พลนามอินทร์ : เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวสะพานหินธรรมชาติแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ยังไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีกรุ๊ปทัวร์นำทาง หากนักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมด้วยตนเองจะทำให้ผลัดหลงได้ อีกทั้งเส้นทางเป็นภูเขา พื้นที่ลาดชัน รถปกติไม่สามารถขึ้นไปได้ จึงต้องแวะพักเพื่อเปลี่ยนรถ และให้สมาชิกในวิสาหกิจชุมชนได้ดูแล นำเที่ยว โดยมีค่าใช้จ่าย คือ ค่ารถขึ้นแหล่งท่องเที่ยวคันละ 200 บาท สามารถนั่งได้ 10 คน ใช้เวลาในการขึ้นชมประมาณ 15-20 นาที เท่านั้น

          ด.ต.อนุสรณ์ บุสดี : ความจริงแล้ว สะพานหินท่าลี่ กุมภวาปี แห่งนี้ ถูกค้นพบมานานแล้ว มีชาวบ้านขึ้นไปหาของป่า และอาศัยใกล้สะพานหินแต่ภาครัฐได้เข้ามาให้ข้อมูลของพื้นที่ว่าเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ ชาวบ้านจึงได้ย้ายลงมาตั้งหมู่บ้านด้านล่าง

          ศมน ชคัตธาดากุล : เนื่องจากที่นี่เป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และช่วงฤดูฝนจะมีชาวบ้านออกเก็บของป่า เช่น เห็ดป่าต่างๆ ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง เป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับชาวบ้าน การขึ้นภูเขาควรขึ้นมากับกลุ่มวิสาหกิจซึ่งจะมีความปลอดภัยกว่าการขึ้นด้วยตนเอง เพราะเป็นทางขึ้นเขามีพื้นพื้นที่ลาดชัน เป็นหินที่มีความแหลมคม เป็นแอ่งน้ำ เป็นป่าไม้ เมื่อขึ้นมาถึงก็จะมีจุดจอดรถ และนักท่องเที่ยวต้องเดินเข้าป่าไปอีกประมาณ 15 นาที จึงจะถึงสะพานหินค่ะ

          นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ ก็ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย และรักในการชื่นชมธรรมชาติค่ะ ขึ้นมาสักพักเราก็ได้พบกับนักเรียนกลุ่มหนึ่งจากโรงเรียนบ้านราษฎร์สมบูรณ์ ซึ่งขึ้นมาทำความดี มาทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น ช่วยเก็บขยะ ซึ่งอาจจะมีหลงเหลือจากการที่นักท่องเที่ยวทำตกไว้นะคะ น่าชื่นชมเยาวชนที่นี่มากเลยค่ะ และเป็นที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่ง หินก้อนใหญ่ๆ ที่นี่ จะมีไม้อันเล็ก อันใหญ่ คละกันไป ค้ำหินเหล่านี้ไว้ อยากทราบที่มาของการนำไม้มาค้ำยันหินเหล่านี้ค่ะ

          ด.ต.อนุสรณ์ บุสดี : เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ที่นำไม้มาค้ำยันหินไว้ก็เชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง มีอายุมั่นขวัญยืนเหมือนหินก้อนนั้นๆ มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุนไม่มีเรื่องลำบากในชีวิต

          ศมน ชคัตธาดากุล : สะพานหินท่าลี่ กุมภวาปี มีด้วยกัน 2 สะพาน เป็นสะพานใหญ่กับสะพานเล็ก และเราก็มาถึงสะพานหินธรรมชาติ แห่งแรกซึ่งเป็นสะพานใหญ่มีความยาวประมาณ 30 เมตร

          ผู้นำชุมชนท่านหนึ่ง กรุณาเล่าความเป็นมาของสะพานหินให้ฟังค่ะ “ชาวบ้านที่นี่เกิดมาก็เห็นสะพานหินธรรมชาติแห่งนี้เลย แสดงว่าสะพานหินจะต้องมีอายุยาวนานเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากสมัยก่อนชาวบ้านยังไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร คิดว่าเป็นหินที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเท่านั้น จนมาระยะหลังประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา ‘ท่านบุญเส็ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบล’ ขณะนั้น จึงได้จุดประกายให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้น และชาวบ้านเริ่มเห็นความสำคัญเข้ามาดูแล เข้ามาผลักดันจนเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น และเริ่มสร้างกิจกรรมเช่น การจัดหารถขึ้นเขา นำเที่ยว การหามัคคุเทศก์มาให้ความรู้ให้กับนักท่องเที่ยวได้ศึกษาถึงความอัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้น และมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนต่างๆ เข้ามาให้ความสนใจ ใส่ใจ สนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของ อ.กุมวาปี

         ด.ต.อนุสรณ์ บุสดี : เมื่อชมสะพานหินทั้งสองแห่งแล้ว ก็จะไปยังจุดชมวิว ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ผาตากซ่ง” (ซ่ง = กางเกง ภาษาอีสาน) ประวัติความเป็นมาคือ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านจะขึ้นมาทำการเกษตร หาของป่า เมื่อฝนตกเปียกฝน ชาวบ้านก็จะเอาเสื้อผ้าที่เปียกไปตากที่ลานแห่งนั้น ซึ่งเป็นลานหิน มีลมพัดเย็นสบาย แสงแดดปรอดโปร่ง จึงเป็นที่มาของคำว่า “ผาตากซ่ง” และกลายเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของท่าลี่ กุมภวาปีแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมีหินรูปทรงต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ซึ่งที่ค้นพบก็จะมี หินรูปเต่า หินรูปหน้าคน เป็นต้น

samon1-7

samon1-9

samon1-10

samon1-12

samon1-13

         ศมน ชคัตธาดากุล : ตามสะพานที่ท่องเที่ยวของชุมชน แห่งอื่นๆ จะมีวิสาหกิจต่างๆ ที่ดูแลทั้งแหล่งท่องเที่ยว สถานที่พัก อาหาร สะพานหิน ท่าลี่ กุมภวาปี แห่งนี้ มีการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างไรบ้างคะ

         ด.ต.อนุสรณ์ บุสดี : ที่นี่มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวสะพานหินเชิงอนุรักษ์ ก็จะมีการจัดตั้งกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มโฮมสเตย์ จะมีการจัดกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งการดูแลเรื่องที่พัก การทำอาหาร แกงยอดอ้อย ทอดแมงกอก ซึ่งเป็นเมนูเด้ดของที่นี่ ช่วงเช้าจะนำนักท่องเที่ยวเข้าวัดทำบุญตักบาตร

         ศมน ชคัตธาดากุล : “ทริปท่องเที่ยวธรรมชาติ สะพานหินท่าลี่ กุมภวาปี ครั้งนี้ สนุกมากๆ เลยค่ะ ได้ผจญภัยในป่าอันอุดมสมบูรณ์ ได้เที่ยวชมหินที่ผ่านการสรรสร้างจากธรรมชาติจนเป็นรูปทรงต่างๆ ได้มีโอกาสปีนป่ายสะพานหินที่มีความสวยงามแล้ว ยังมีโอกาสได้ทำอาหารพื้นถิ่น ทั้งแกงยอดอ้อย ลักษณะคล้ายๆ หน่อไม้แต่ที่นี่จะใช้ยอดอ้อยแทน และที่เด็ดสุดคือ ‘แมงกอก’ ปัจจุบันมีราคาถึงกิโลกรัมละ 700 บาทเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีผ้าพื้นเมืองให้ได้เลือกชม เลือกซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึก ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยพลาดไม่ได้กับ ทริปท่องเที่ยวสะพานหินท่าลี่ กุมภวาปีแห่งนี้ พบกับรายการเรื่องเล่า...ชาวหอการค้าฯ ฯ “พบผู้บริหารและธุรกิจ SMEs” ได้ในวารสารหอการค้าฯ ฉบับถัดไปค่ะ”

samon1-15

samon1-16

samon1-18

จากคอลัมน์เรื่องเล่า...ชาวหอการค้า "พบนักธุรกิจ และ SMEs อุดรธานี"
โดย คุณศมน ชคัตธาดากุล รองประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี
ในวารสารหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2561 หน้า 12

игра вырастить животное онлайн на сайте тут база решебник по физике губанов how гдз по русскому ладыженская узнать по ip местонахождение text spy biz ht1h решебник 8 перышкин ссылка sitemap