194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ภาคเอกชนแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ภาคเอกชนแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

           ทั้งในระยะสั้น กลาง ยาว อาทิ การชะลอการเลิกจ้างงาน การสร้างความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจพอเพียง การสร้างกติกาและความเป็นธรรมที่ชัดเจนในธุรกิจค้าปลีกให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ทั้งรายย่อยและรายใหญ่

           เมื่อ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หอการค้าไทยได้จัดให้มีการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศขึ้น ณ จังหวัดสงขลา ถึงแม้หอการค้าในหลายๆ จังหวัดจะไม่สามารถเดินทางไปร่วมสัมมนาได้ แต่ยังมีการดำเนินการสัมมนาต่อไป ซึ่งการสัมมนาได้มีการจัดกลุ่มการสัมมนาออกเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 การสัมมนาเรื่อง “ทำอย่างไรให้ภาคเอกชนเข้มเเข็ง”กลุ่มที่ 2 สัมมนาเกี่ยวกับการ “ฟื้นฟูประเทศไทยให้พ้นวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างไร”

 กลุ่มที่ 1 การสัมมนาเรื่อง “ทำอย่างไรให้ภาคเอกชนเข้มแข็ง” ประธานกลุ่มประกอบด้วย
            นายไพรัช บูรพชัยศรี  กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย
            นายสมเกียรติ อนุราษฎร์  รองประธานกรรมการหอการค้าไทย
            นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล  กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย
            นายวรยุกต์ เจียรพันธุ์  กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย
          ที่ประชุมกลุ่มได้มีข้อเสนอแนะด้าน การสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชนในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ดังนี้
          ภาคเอกชนต้องเตรียมตัวและเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงใน 5-10 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการแข่งขันทางการค้าในเวทีระหว่างประเทศมีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวและการผลิตที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและเพื่อความยั่งยืนของสังคม
          ดังนั้น สิ่งที่ควรระวัง ก็คือ ธุรกิจของโลกจะถูกกำกับโดยกฎหมาย และมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

          ในส่วนการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรหอการค้า ประกอบด้วย
          1. ผู้บริหารหอการค้าต้องมีความเข้าใจบทบาทขององค์กรอย่างถ่องแท้ ครอบคลุมทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง
          2. จะต้องศึกษา พรบ.หอการค้าให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ขององค์กร สิ่งใดทำได้หรือไม่ได้
          3. สร้างความเข้าใจให้สมาชิก ผู้ประกอบการมีความศรัทธาต่อองค์กร อาทิ การช่วยเหลือ ความเดือดร้อนของสมาชิกอย่างรวดเร็วและจริงจัง อาทิ เรื่องภาษี เรื่องค้าปลีก
          4. คณะกรรมการต้องสืบสานภารกิจขององค์กร/นโยบายอย่างต่อเนื่อง
          5. ผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารหรือคณะกรรมการต้องมีความพร้อม สมัครใจและเสียสละที่จะเข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์สังคม
          6. หอการค้าจังหวัดจะต้องติดตามสถานการณ์ เพื่อรับรู้และดูแลประโยชน์ของสาธารณะ
          7. หอการค้าจะต้องค้นหาจุดแข็งและความแตกต่างของตนเองในการสร้างและพัฒนาคนของภาคเอกชนโดยเร่งด่วน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้และมีคุณภาพ
          8. สร้างเครือข่ายองค์กรภาคเอกชนทุกระดับ เพื่อให้เป็นพลังร่วมกันในการประสานและเจรจาให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ
          9. จะต้องเข้าไปมีบทบาทร่วมกับภาครัฐในการจัดทำภารกิจ/นโยบายของประเทศให้สำเร็จ อาทิ ด้านพลังงานและอาหาร ฯลฯ
         10. ในพื้นที่กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ หอการค้าจะต้องพัฒนาคนให้สอดคล้องกับพื้นที่ ศาสนา และภาษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งและรองรับการแข่งขันกับต่างประเทศ อาทิ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ IMT-GT, GMS, ACMECS, ASEAN ฯลฯ
         11. ภาครัฐส่งเสริมบทบาทและภารกิจของหอการค้าในการทำหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการเพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าเป็นสมาชิกของหอการค้า
         12. ให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริม จูงใจผู้ประกอบการที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
         13. หอการค้าต้องมีองค์ประกอบครบ 4 ด้านคือ (1) สำนักงาน (2) คณะกรรมการ (3) สมาชิก (4) เจ้าหน้าที่ และสร้างจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าขององค์กร เพื่อสร้างองค์กรให้เข้มแข็งและมั่นคง
         14. ธุรกิจภาคเอกชนต้องพัฒนาไปสู่ระดับสากลและร่วมมือเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งโดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
         15. ภาครัฐต้องสนับสนุนความโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ให้สามารถแข่งขันได้กับต่างประเทศ

          ด้านการเสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐและเอกชน
          1. เร่งรัดจัดตั้ง กรอ.จังหวัด เพื่อจะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในภาวะวิกฤต
          2. ให้กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนงบประมาณ/โครงการเพื่อเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวให้หอการค้าจังหวัด อาทิ โครงการถนนคนเดิน โครงการ OTOP
          3. เร่งปฏิรูประบบราชการ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจอย่างแท้จริงในการบังคับบัญชาหน่วยงานส่วนราชการส่วนกลางที่ปฏิบัติราชการในต่างจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนในจังหวัดได้ทันท่วงที
          4. เสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ประธานหอการค้าจังหวัดเข้าไปร่วมในคณะกรรมการ กก.ตร.จว. เพื่อสนับสนุนบทบาทในการช่วยเหลือและดูแลสังคม

          กลุ่มที่ 2 การสัมมนาเรื่อง “ฟื้นฟูประเทศไทยให้พ้นวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างไร” ในมุมมองของผู้เข้าร่วมสัมมนา มีความเห็นร่วมกันในประเด็นการฟื้นฟูประเทศไทยให้พ้นวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างไรนั้น ได้มีข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน คือ การสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทย โดยขอให้มีการดำเนินการตามครรลองระบบประชาธิปไตยแบบสากล ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่สามารถบริหาร และไม่สามารถพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ควรเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองอื่นได้จัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ หรือควรยุบสภาคืนอำนาจให้แก่ประชาชน

          นอกจากนี้ หอการค้ายังได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนี้
ระยะสั้น
          1. ภาคเอกชนขอให้สมาชิกชะลอการเลิกจ้างงาน  เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสังคมมากเกินไป  และจะให้คำแนะนำด้านการดูแลสินค้าคงคลังและการบริหารด้านการเงิน 
          2. จะประสานข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจต่างๆ (Cluster) เพื่อสร้างความเข้าใจและมีข้อมูลที่ทันเหตุการณ์
          3. ภาครัฐควรเร่งดูแลธุรกิจ SMEs อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสภาพคล่อง หรือการช่วยเหลือด้านอัตราแลกเปลี่ยน  รวมทั้งมาตรการทางภาษี 

ระยะกลาง
          1. เสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเรื่องการดำเนินธุรกิจพอเพียง โดยหอการค้าจะดำเนินการนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป
          2. ภาครัฐควรเร่งสร้างกติกาที่ชัดเจนในธุรกิจค้าปลีก และสร้างความเป็นธรรมให้ค้าปลีกรายย่อยและรายใหญ่ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้

ระยะยาว มีข้อเสนอในการวางรากฐานทางด้านเศรษฐกิจในระยะยาว คือ
          1. พิจารณาโครงการรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) เพื่อวางรากฐานระบบการขนส่งไทย
          2. พิจารณาโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝังทะเลอันดามัน (Land Bridge)
          3. ควรมีการกำหนดนโยบายด้านพลังงานทดแทนที่ชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุนของภาคเอกชน  และผู้บริโภค รวมทั้งพิจารณาพลังงานเลือกใหม่เช่น พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น