194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

นศ.ไทย-ลาว ร่วมแรงกายสร้างอาคาร ร่วมแรงใจสานความสัมพันธ์

นศ.ไทย-ลาว ร่วมแรงกายสร้างอาคาร ร่วมแรงใจสานความสัมพันธ์

            ผลจากการประชุมร่วมอย่างไม่เป็นทางการแบบทวิภาคระหว่างผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ไทยและผู้บริหารกรมการศึกษาชั้นสูงของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมื่อ 23-24 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดกิจกรรมสำคัญระหว่างนักศึกษาของ 2 ประเทศเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ “โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดกิจกรรมนักศึกษาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ลาว” มีขึ้นระหว่างวันที่ 23-28 เม.ย.2554 

Image

            กิจกรรมดังกล่าวจัดในรูปแบบ ค่ายนักศึกษาร่วมใจมิตรภาพไทย-ลาว ที่มีตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทย 7 แห่ง และนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งชาติ ของ สปป.ลาว ร่วมกันสร้างอาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง ที่โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สาธิต แห่งม.แห่งชาติ ณ เมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว และเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น อาคารอเนกประสงค์เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน และได้มีพิธีส่งมอบระหว่างนายไชยยศ จิรเมธากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานฝ่ายไทย พร้อมด้วย นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) ผู้บริหารของ สกอ. และท้าวสมนึก กุสนสะหวัด รองอธิการบดีกรมการศึกษาขั้นสูง ศ.ดร.สุกกงแสง ไซยะเลิด อธิการบดีม.แห่งชาติ และท่านนางบุญมาก สุลิยา ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สาธิต 

          นายไชยยศ กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่นักศึกษาไทยและลาวได้มาร่วมค่ายและสร้างอาคารอเนกประสงค์แห่งนี้ ต่อไปอาคารแห่งนี้จะเป็นอาคารแห่งความทรงจำว่าไทยและลาวได้ร่วมกันสร้างขึ้น อีกทั้งการร่วมมือระหว่าง 2 ชาติยังนับเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่จะผูกพันกันไปในทุกด้านๆ ก่อนที่เราจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 เพราะความเจริญก้าวหน้าจะสร้างเพียงแต่การเรียนรู้ หรือวิชาการเพียงอย่างเดียวไม่ได้จำต้องอาศัยความผูกพัน และความเข้าใจในวัฒนธรรมของกันและกันด้วย

          ขณะที่ น้องเสก หรือนายประกาศิต ดวงพาเพ็ง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์ สาขาพืชสวน ม.ขอนแก่น ในฐานะประธานค่ายฯ ประเทศไทย เล่าถึงการทำงานและความรู้สึกที่ได้ร่วมค่าย ว่า “ค่ายครั้งนี้มีนักศึกษาไทยจาก 7 สถาบัน ได้แก่ ม.ขอนแก่น ม.มหาสารคาม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร ม.ราชภัฏเลย ม.ราชภัฏอุดรธานี ม.เชียงใหม่ และม.แม่ฟ้าหลวง รวมจำนวน 30 คน ก่อนหน้าจะมาออกค่ายผมมีโอกาสมาสำรวจพื้นที่กับอาจารย์ก่อน และนำข้อมูลไปเตรียมการ ซึ่งเราวางแผนทำงานเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนโยธา, โภชนาการ, สันทนาการ, สวัสดิการ และประชาสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละส่วนจะต้องมีนักศึกษาไทยและลาวมีหน้าที่หลักรับผิดชอบ ขณะเดียวกันก็จะจัดเวรให้ทุกคนได้ทำงานร่วมกันหมุนเวียนครบทุกส่วน งานที่สำคัญแต่ละกลุ่มต้องมีทั้งไทยและลาวครึ่งต่อครึ่ง”

          “พวกเรามาเริ่มทำค่ายตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. ทุกคนช่วยกันทำในส่วนของพื้นอาคาร โดยช่างที่ลาวได้นำดินมาลงไว้ 5 กองพวกเราก็ช่วยกันเกลี่ยดิน เทปูน ฉาบปูน รวมถึงทาสีผนัง แต่ในเรื่องของโครงสร้างอาคารเราไม่มีความชำนาญ อาจารย์ที่ปรึกษาก็ได้ประสานให้ช่างที่ลาวทำเตรียมไว้ให้ ยอมรับว่าการทำงานก็มีอุปสรรคบ้าง ซึ่งเราทุกคนต้องเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แตกต่างจากออกค่ายบ้านเราก็จะมีการสนับสนุนดูแลจากชาวบ้านมาช่วย ซึ่งผมมองว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีต่อพวกเราเพราะเป็นการทำค่ายกับเพื่อนต่างชาติครั้งแรก ทำให้ได้ฝึกฝนเรียนรู้และมีโอกาสสร้างความรู้จักกับเพื่อนๆ ต่างมหาวิทยาลัยของเราเองและเพื่อนจากประเทศลาวด้วย ส่วนตัวแล้วผมยังรู้สึกว่าถ้าได้มีโอกาสมาพัฒนาอีก หรือมีเวลาพอจะทำอะไรมากกว่านี้ผมอยากเพิ่มพื้นที่หรือจัดให้เป็นมุมการเรียนรู้กับน้องๆ ที่โรงเรียนนี้ หรือสอนเรื่องของเกษตร เพราะเป็นเรื่องที่ผมถนัด””

           น.ส.วิไลภรณ์ ยืนยง หรือ ปุ๋ย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จ.สกลนคร เล่าว่า “การได้มาร่วมค่ายครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เพราะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมของเพื่อนชาวลาว เช่น ภาษาการพูด แม้จะคล้ายกับการพูดของทางภาคอีสานประเทศเรา แต่บางคำก็มีความแตกต่าง หรือภาษาเขียน รวมถึงเรื่องของอาหารการใช้ชีวิตก็ได้เรียนรู้ เพราะที่ค่ายนี้หน้าที่หลักของปุ๋ยจะอยู่ในส่วนของสวัสดิการ พวกเราจะต้องทำอาหารเองจ่ายกับข้าวเอง ปุ๋ยคิดว่าแม้จะเป็นระยะเวลาไม่กี่วันแต่ก็มีความสุขมากที่ได้มาร่วมค่ายนี้” 

         ด้าน ท้าวป่านแก้ว แองมีคุม หรือ โก๊ะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สาขาคณิตศาสตร์ ม.แห่งชาติ ส.ป.ป.ลาว ในฐานประธานค่ายของนักศึกษาลาว เล่าว่า “ในส่วนของลาวมีนักศึกษาร่วมค่ายจำนวน 30 คนจาก 12 คณะซึ่งอาจารย์เป็นผู้คัดเลือกมา โก๊ะเคยออกค่ายแต่เป็นลักษณะนำสิ่งของไปมอบให้เด็กในโรงเรียนที่ด้อยพัฒนา แต่การทำค่ายสร้างอาคารโดยร่วมกับเพื่อนต่างชาติครั้งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งผมรู้สึกสนุก ภูมิใจ ที่ได้ร่วมค่ายครั้งนี้ เพราะได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของ 2 ฝั่ง ได้ทำงานร่วมกันช่วยเหลือกัน เป็นเรื่องที่ดีมาก แต่โอกาสจะทำค่ายแบบนี้มีอีกหรือไม่นั้น ก็คงแล้วแต่อาจารย์ อย่างไรก็ตาม ผมไม่เคยไปเมืองไทย แต่ถ้าไปอยากจะไปเรียนที่ขอนแก่น ไปเรียนทางภาคอีสานเพราะว่าวัฒนธรรมคล้ายๆ กันพูดเหมือนกันปรับตัวไม่ยาก” 

         ในส่วนการใช้ประโยชน์จากอาคารอเนกประสงค์หลังนี้นั้น ผอ.โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สาธิต กล่าวว่า อาคารหลังนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับโรงเรียน เราวางแผนจะใช้เป็นสถานที่เล่นกีฬา จัดประชุม หรือเวลามีกิจกรรมในวิชาเรียน อย่างศิลปะก็มาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งนี้ โรงเรียนมัธยมสมบูรณ์สาธิตเป็นโรงเรียนลำดับที่ 2 ของประเทศ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-7 ปัจจุบันมีครู 50 คน นักเรียน 1,700 คน ที่ผ่านมาอาคารเรียนเรายังมีไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ที่ประเทศลาวรัฐบาลจะพัฒนาการศึกษาไล่เป็นระดับ โดยที่ผ่านมาเน้นพัฒนาระดับประถมศึกษา แต่ว่านับจากปี 2554 เป็นต้นไปอีก 5 ปีรัฐบาลจะเริ่มพัฒนาโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ซึ่งที่โรงเรียนก็มีแผนจะสร้างอาคารเรียน 3 หลังๆ ละ 3 ชั้นด้วย อย่างไรก็ตาม ดีใจที่มีกิจกรรมนี้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยและลาวได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันด้วย 

        แม้จะเป็นระยะเวลาไม่กี่วันที่นักศึกษาไทยและลาว ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างอาคารอเนกประสงค์หลังนี้ แต่ระยะเวลาเพียงเท่านี้ก็ให้ประสบการณ์ที่หลากหลาย ซึ่งน้อง ๆ ทุกคนได้เรียนรู้จากการอยู่ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นความทรงจำที่ดี และเป็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของไทยและลาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

ข้อมูลโดย...UCC Today
รวบรวมข่าวจาก
... บ้านเมือง ออนไลน์