194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ประดิษฐาน ?หลวงปู่ก่ำ? ตระหง่าน ริมหนองหาน

ประดิษฐาน  ?หลวงปู่ก่ำ? ตระหง่าน ริมหนองหาน

     สายธารแห่งศรัทธา ความเชื่อ หล่อหลอมวิถีชีวิตชุมชน ดินแดนแห่งลุ่มน้ำหนองหาน ? กุมภวาปี

     ท่ามกลางบรรยากาศอันร้อนอบอ้าวระอุไอแดดในช่วงเดือนเมษายนเช่นนี้  เป็นสัญญาณบอกให้รับรู้ถึงช่วงฤดูแล้ง ที่กำลังย่างกลายเข้ามา  ถึงแม้ว่าในปีนี้ร้อนและแล้งจะมาเร็วกว่าปีไหนๆ แต่วิถีชีวิตของชาวบ้านริมหนองหาน อำเภอกุมภวาปี  ในจังหวัดอุดรธานี ยังคงดำเนินไปตามรูปแบบของวิถีชุมชนดั้งเดิม ที่มีแหล่งน้ำหนองหาน เป็นหัวใจหลักของชุมชน ทั้งที่อยู่อาศัย  แหล่งอาชีพ อาหาร วัฒนธรรมประเพณี และศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านละแวกนี้

kum1

     ?หนองหานกุมภวาปี? นอกจากจะมีความสำคัญด้านความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติแล้ว ยังเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงความเชื่อและวิถีชีวิตของคนในลุ่มน้ำแห่งนี้ไว้อย่างเหนียวแน่นยาวนาน ผูกโยงเป็นตำนาน ผาแดง ? นางไอ่ โดยร้อยเรื่องราวผ่านชื่อหมู่บ้าน และเกาะแก่งต่างๆ  ดังปรากฏหลักฐานทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น พระธาตุต่างๆ ที่ตั้งตระหง่านรายรอบขอบหนองหานกุมภวาปี ดังเช่น พระธาตุจอมศรี (พระธาตุแชแล) พระธาตุเทพจินดา (พระธาตุบ้านเดียม) และพระธาตุดอนแก้ว เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานพร้อมๆ กับการสร้างบ้านแปลงเมือง   นอกจากนี้ ดินแดนหนองหานกุมภวาปี  ยังมี องค์หลวงปู่ก่ำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนในพื้นที่อีกด้วย

     กรมทรัพยากรน้ำ โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 3 ได้เล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติรอบหนองหาน รวมทั้งสืบสานศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่  จึงได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดโครงการออกแบบงานประติมากรรม   และก่อสร้างรูปปั้นหลวงปู่ก่ำ หน้าตักกว้าง 99 นิ้วซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยหลวง ? หนองหานกุมภวาปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนโดยรอบหนองหานกุมภวาปี และยังเป็นการสร้างพุทธสถาน เพื่อการสักการะบูชา และบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการดำเนินโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยหลวง ? หนองหานกุมภวาปีอีกด้วย

kum2

kum3

     โครงการออกแบบงานประติมากรรม และก่อสร้างรูปปั้นหลวงปู่ก่ำ ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างองค์พระ และพิธีเบิกฤกษ์โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยหลวง ? หนองหานกุมภวาปี  เมื่อวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2555 เวลา 09.09 น. ณ บริเวณลานหน้าศาลพระยาขอม (ปู่หัวดอนคง)  บ้านดอนคง  ตำบลอุ่มจาน  อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี  โดยมี พระเทพรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ , นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานฝ่ายฆราวาส  พร้อมด้วย  นายสาโรจน์ แสงอรุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี  , นายจตุพร  บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ , นาย ชัยพร รัตนาคะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ,นายอภินันท์ วัฒนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 3 พร้อมด้วยส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้าน ร่วมพิธีบวงสรวง  บูชาฤกษ์  วางศิลาฤกษ์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์

     จากนั้น วันที่ 24 เมษายน 2555  เวลา 16.29 น. เป็นพิธีบวชชีพราหม์ 100 รูป   พิธีเจริญพระพุทธมนต์   พิธีอัญเชิญแผ่นทอง เงิน นาก มายังมณฑลพิธี และพิธีปั้นพระพุทธรูปหลวงปู่ก่ำ  พระสงฆ์ 9 รูป เจริญชัยมงคลคาถาตลอดพิธี  ใช้เวลาในการปั้นกว่า 10 ชั่วโมง  แล้วเสร็จในเวลา 7.00 น. ของวันที่ 25 เมษายน 2555  โดยมีคณะผู้ปฎิบัติธรรม ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน พ่อค้า ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชน เข้าร่วมพิธีตลอดทั้งคืน

     และในวันที่ 25 เมษายน 2555  เวลา 9.39  น. เป็นพิธีบรรจุหัวใจพระพุทธรูป บรรจุกรุองค์พระ  และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์  โดยมี พระครูอาทรวนกิจ  เจ้าคณะอำเภอประจักษ์ศิลปาคม  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และนายหาญชัย  ทีฑธนานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ และชาวบ้าน เข้าร่วมในพิธี  ซึ่งภายหลังจากนี้จะมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษก ตามความเหมาะสม เพื่อความเป็นสิริมงคล

     องค์หลวงปู่ก่ำ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส บ้านดอนคง ต.อุ่มจาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์โบราณ อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สาธุชนให้ความเคารพบูชากราบไหว้ และให้ความศรัทธา เชื่อกันว่าหลวงปู่ก่ำ    จะให้ความคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆ แก่ชาวบ้าน  ทางด้านประวัติความเป็นมาของหลวงปู่ก่ำองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปโบราณ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีอายุกว่า 1,000 ปี สูง 123 เซนติเมตร หน้าตักกว้าง 82 เซนติเมตร ที่ฐานมีอักษรสลักไว้เป็นภาษาไทยน้อย มีใจความระบุไว้ว่า "ศักราช 71 ปีกัดเป้า เดือนเจียง วัน 4 ขึ้น 4 ค่ำ แสนสุขาพร้อมด้วยทายาทเป็นผู้สร้าง" แปลตามภาษาไทยจะได้ใจความว่า "ศักราช 71 เทียบเท่ากับปี พ.ศ. 1252 ปีกัดเป้าตรงกับปีฉลู เดือนเจียงตรงกับเดือน 1 วันที่ 4 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 4 ค่ำ " ส่วนสาเหตุที่เรียกหลวงปู่ก่ำนั้น เนื่องจากขณะที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ องค์พระเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของตะไคร่น้ำมากจนออกสีเขียวคล้ำไปทั้งองค์ ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่าหลวงปู่ก่ำ (ก่ำ ภาษาอีสาน แปลว่า เขียวคล้ำออกไปทางดำ) ซึ่งทุกๆ ปี จะมีการทำบุญสรงน้ำหลวงปู่ก่ำ ในวันเพ็ญเดือนหก (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6) หรือตรงกับวันวิสาขบูชา  หลวงปู่ก่ำ จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ของชาวชุมชนโดยรอบหนองหาน เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หลอมรวมความเชื่อ ความศรัทธา และหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างลงตัว

     แม้กาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนยุคผ่านสมัย หนองหานกุมภวาปีในวันนี้  ยังคงกลิ่นอายของวิถีชุมชนดั้งเดิม ที่ผสมผสานความเจริญแห่งยุคศิวิไล เข้ากับวัฒนธรรมประเพณีอีสาน ตำนานพื้นบ้าน ศรัทธา ความเชื่อของชาวท้องถิ่น ที่เป็นมนต์เสน่ห์แห่งอีสาน  อย่างไรก็ตาม แหล่งน้ำธรรมชาติแห่งนี้ กำลังเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาไปพร้อมๆ กัน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้แหล่งน้ำหนองหาน ยังคงอยู่คู่แดนดินถิ่นอุดรธานี  เป็นมรดกทางวัฒนธรรมชั่วลูกชั่วหลานสืบไป

รวมรวมข้อมูลโดย UCC Today
ขอบคุณข่าวจาก... มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี