194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

พ่อค้าขานรับ 'บัตรเครดิตชาวนา'

พ่อค้าขานรับ 'บัตรเครดิตชาวนา'

     บัตรสินเชื่อเกษตรกรเวิร์ก  พ่อค้าขานรับ หวังอานิสงส์เป็นช่องทางใหม่เพิ่มยอดขาย  แนะปีหน้าให้ครอบคลุมพืชทุกชนิด  ติงรัฐเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเข้าร่วมทำให้ได้รับความร่วมมือน้อย ด้านปตท.-บางจากแข่งอัดโปรโมชันขายน้ำมัน
ขณะบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชและเมล็ดพันธุ์ แห่ร่วมโครงการแล้วกว่า 100 บริษัท

      นายพาโชค พงษ์พานิช นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร (บัตรเครดิตชาวนา) ของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2553 ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับสมาชิกในสมาคม  และในอนาคตเชื่อว่าตลาดดังกล่าวจะแข่งขันกันอย่างเข้มข้นไม่แพ้ตลาดเดิม อย่างไรก็ดีในปีแรกนี้บัตรสินเชื่อนอกจากสามารถใช้บัตรรูดซื้อปุ๋ย และยาฆ่าแมลงแล้ว ในส่วนของเมล็ดพันธุ์พืชสามารถรูดซื้อได้เพียงชนิดเดียว คือเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งในสมาคมจะมีบริษัทเพียงไม่กี่รายที่ได้รับอานิสงส์ในการขายเมล็ดพันธุ์ให้กับชาวนา หนึ่งในนั้นคือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ดังนั้นในปีหน้าทางสมาคมจะยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลให้ครอบคลุมการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชไร่ และพืชสวนด้วย

credit
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

     "การจ่ายผ่านบัตรเครดิตเกษตรกร เป็นผลดี สำหรับชาวนาโดยตรง เพราะจะได้รูดบัตรผ่านสินเชื่อก่อน โดยไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ อีกทั้งยังมีโปรโมชันพิเศษผ่านบัตรอีกมากมาย อาทิ  ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ในสถานีบริการของ ปตท.และบางจาก ที่เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ  วงเงินไม่เกินรายละ 3,000 บาท ต่อฤดูการผลิต และปตท.และบางจากจะสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรที่ซื้อน้ำมันของบริษัทผ่านระบบบัตรสินเชื่อเกษตรกรในอัตราลิตรละ 7 สตางค์ ในจำนวนไม่เกิน 100 ลิตรต่อราย"

      ขณะเดียวกันหากซื้อปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปุ๋ย  ยาปราบศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์ ทาง  ธ.ก.ส. งดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ใช้บัตรสินเชื่อซื้อปัจจัยการผลิต  ส่วนบริษัทเครือข่ายผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิตที่เข้าร่วมโครงการจะสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรที่ซื้อสินค้าของบริษัทผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ในอัตรา MRR ปัจจุบันเท่ากับ 7% ต่อปี เป็นระยะเวลา 120 วัน รวมแล้วเกษตรกรสามารถซื้อปัจจัยการผลิตผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกรโดยไม่มีภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาถึง 5 เดือน"

      สอดคล้องกับดร.วรวุฒิ กตัญญูกูล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ที่กล่าวว่า โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรในอนาคตมองว่าน่าที่จะเป็นผลดีกับสมาชิกในสมาคม ที่จะเพิ่มยอดขายได้อีกช่องทางหนึ่ง แต่การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สมาชิกจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าร่วมโครงการทำให้มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการน้อย จึงอยากให้ยกเลิกค่าธรรมเนียมดังกล่าว

      ด้านนายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้มีตัวแทนเครือข่ายสมาคมผู้ผลิตปัจจัยการผลิตทางการเกษตรกว่า 100 บริษัทพร้อมเข้าร่วมโครงการแล้ว ทั้งนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ดำเนินโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเกษตรกรในการจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และมีการทดลองระบบในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยมีจำนวนลูกค้าที่ทดลองใช้บัตรทั้งสิ้นแล้ว 5,522 ราย  มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรสินเชื่อจำนวน 7,272,704 บาท สำหรับการดำเนินงาน ณ ปัจจุบัน ได้จัดทำบัตรสินเชื่อแล้ว 823,794 ใบ และอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาอนุมัติเพิ่มจำนวน 806,950 ใบ ซึ่งพร้อมที่จะมอบให้กับเกษตรกรลูกค้าทั่วประเทศในวันเปิดตัวบัตรสินเชื่อเกษตรกรอย่างเป็นทางการโดยนายกรัฐมนตรี ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

     พร้อมกันนี้ได้มีการติดตั้งเครื่อง EDC (เครื่องรูดบัตร) ที่พร้อมใช้งานให้กับร้านค้าเครือข่ายแล้วจำนวน 2,352 ร้านค้า ซึ่งจะทยอยมอบบัตรสินเชื่อเกษตรกรจนครบ 2,000,000 ใบ  ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และติดตั้งเครื่อง EDC ให้แก่ปั๊มน้ำมันให้ครบทุกอำเภอ ประมาณ 1,000 แห่ง รวมถึงร้านค้าเครือข่ายในส่วนที่เหลือ ภายใน 31 กรกฎาคมนี้

รวบรวมข้อมูลโดย UCC Today
ขอบคุณข่าวจาก... ฐานเศรษฐกิจ ออนไลน์