194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ซีอีโอผู้บริหาร ร้าน “กวงทอง” ศิลปะแห่งศรัทธา “ตลับพระ” อัญมณีแห่งลุ่มน้ำโขง


ซีอีโอผู้บริหาร ร้าน “กวงทอง” ศิลปะแห่งศรัทธา “ตลับพระ” อัญมณีแห่งลุ่มน้ำโขง

runway-1.3


        สวัสดีค่ะ “ศมน ชคัตธาดากุล” กับรายการ “รันเวย์ซีอีโอ” โดย หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ฉบับนี้นำท่านมาที่ จังหวัดหนองคาย ท่ามกลางงานศิลปะเครื่องประดับ ที่ “ร้านกวงทวง” จ.หนองคาย พบกับ “คุณกฤษณ์ ไกรเหมกร” ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง กับงานศิลปะแห่งศรัทธา “ตลับพระ” อัญมณีแห่งลุ่มน้ำโขง
          ศมน ชคัตธาดากุล : แรงบันดาลใจ ของคุณกฤษณ์ ในความเป็นมาของการทำงานด้านศิลปะของเครื่องประดับ มีความเป็นมาอย่างไรคะ

runway-1.2


        คุณกฤษณ์ ไกรเหมกร กล่าวว่าชีวิตในวัยเด็ก ผมเปรียบเสมือนทุกคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันในเวลานั้นของเมืองหนองคาย ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ โดยคุณพ่อมีอาชีพเป็นช่างทองเป็นหัวเรือใหญ่หาเลี้ยงครอบครัว ส่วนคุณแม่เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า ชีวิตในวัยเด็กเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า ขาดแคลนเหมือนกับทุกๆครอบครัว แต่ในความขาดแคลนนั้นเป็นเหมือนหลักธรรมะอย่างหนึ่ง คือ แม้ไม่มีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ทำให้มีความพยายาม เกิดแรงผลักดัน เพื่อสู้ชีวิต ในวัยเด็กเข้าศึกษาที่โรงเรียนเทศบาลสว่างวิทยา ระหว่างเรียนชั้นประถมศึกษา 1-6 ได้ช่วยคุณพ่อทำงานช่างทอง เช่น จับลวด ดึงลวด ถูกบ่มเพาะการเป็นช่างทองโดยไม่รู้ตัว เมื่อมองกลับไป เปรียบเสมือนเราได้รับการเรียนทั้งในโรงเรียนและวิชาช่างไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงที่คุณพ่อเข้ารับการผ่าตัด เราจึงมีหน้าที่ต้องทำงานแทน รอยต่อของชีวิตคือช่วงปลายเทอมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต้องตัดสินใจว่าจะศึกษาต่อหรือออกจากโรงเรียนเพื่อดูแลงานช่างของคุณพ่อ และได้ตัดสินใจไม่เรียนเพื่อสืบทอดงานช่างทองเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมากแต่กำลังใจที่ดีที่สุดในเวลานั้นคุณแม่จะพูดเสมอว่า “ทำที่เราทำได้” ทำให้เข้าใจว่าพื้นฐานของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะหล่อหลอมให้เติบโตเป็นคนดีในสังคมได้ โดยบ้านที่เราอยู่เป็นบ้านเช่า อยู่มาวันหนึ่งเจ้าของไม่ให้เช่าแล้วให้เราเซ้ง แต่ขณะนั้นเราไม่มีเงิน เราจะได้พยายามรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่ง และนำไปเซ้งร้านได้ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจมาก เพราะขณะนั้นอายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น
           ศมนชคัตธาดากุล: เข้าสู่การทำงานอย่างเต็มตัว อะไรคือแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายต่างๆ ได้แนวคิดมาจากอะไร

           คุณกฤษณ์ ไกรเหมกร กล่าวว่า การทำงานในช่วงนั้น เรียกว่าทำไปตามสัญชาตญาณ เพราะไม่ได้เข้าศึกษาในระบบ โดยได้พัฒนาตนเองเรื่อยมาจนมีความคิดอยากสร้างความแตกต่างจากคนอื่น มีสิ่งที่คุณพ่อสอนมาตลอด คือการที่จะจับเงินลูกค้า 1 คน ลูกค้าจะต้องภาคภูมิใจในผลงานของเรา และต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ในอาชีพของเรา เมื่อก่อนบ้านเรายังไม่มีตราชั่งเป็นดิจิตอลเวลาพ่อตัดทอง ตัดเงินเอง พ่อมีคำพูดคำหนึ่งว่า “อย่าปล่อยให้คนดีๆของเรา รีบคิดทำชั่วที่มาจาก ความอยากมี อยากได้” ปัจจุบันเมื่อทำงาน ผมจะให้ลูกค้ามาดูขณะที่ทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันก่อนตัดสินใจต้องร่วมกัน
“กว่าที่ผมจะสร้างกวงทองขึ้นมาได้ ต้องใช้ทั้งชีวิตค่อยๆ สร้างขึ้น จนมีชื่อเสียงในปัจจุบันแต่สิ่งหนึ่งที่มากกว่า กวงทอง คือการที่คนมากมายเชื่อถือเรา พระของลูกค้ามีมูลค่ามหาศาล แต่ไว้ใจให้ผมดูแลรักษา ฉะนั้นเมื่อเขามอบสิ่งที่ดีที่สุด แสดงว่าเขาไว้ใจเรา วันนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือการรักษาให้ได้ดีที่สุดจนถึงวันที่ส่งมอบให้กับลูกค้า ร้านกวงทองไม่เคยมีการมัดจำ เปรียบเสมือนหนึ่งเป็นการขอบคุณคืนกำไรให้กับลูกค้าเป็นการมัดจำแล้วทางใจหน้าที่ของผมคือพยายามที่จะสร้างสรรค์ ชิ้นงานที่นำมาวางไว้แล้วอธิบายเป็นข้อมูลให้ทราบว่าชิ้นนี้คืออะไร มีมูลค่าทางใจอย่างไร นั่นคือความเป็นภาคภูมิใจที่ดีที่สุดในความเป็นช่างของผม”
          ศมน ชคัตธาดากุล : ชิ้นงานที่ คุณกฤษณ์ ภาคภูมิใจและมีส่วนสำคัญที่ทำให้ “กวงทอง” เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับประเทศ คือชิ้นงานใดคะ

runway-1.7

runway-1.6

runway-1.5

runway-1.4

          คุณกฤษณ์ ไกรเหมกร กล่าวว่าผลงานชิ้นแรกที่ได้ตั้งชื่อไว้ก็คือ ตลับพระลาย 15 ค่ำ เป็นการเล่าเรื่องราวท้องถิ่นเมืองหนองคาย ในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 จะเห็นปรากฏการณ์ บั้งไฟพญานาค ผมได้นำเรื่องราวของบ้านเกิดมาผสมผสานกับศิลปะช่างทอง เกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นมา สิ่งที่ภาคภูมิใจคือสามารถเป็นครั้งแรกในสยามประเทศที่มีผลงานเป็นชื่อเสียงของตนเอง โดยได้นำผลงานที่เกิดจากคิดสร้างสรรค์ไปสู่ของการจดลิขสิทธิ์ และได้รับใบการันตีเป็นที่เรียบร้อย นั่นคือเป็นความภาคภูมิใจของเราจากนี้จะมีผลงานที่ต่อๆ ไป แรงบันดาลใจเป็นสิ่งบ่งบอกตัวตนและถ่ายทอดสู่สายตาผู้คนในรูปแบบงานศิลปะเป็นชิ้นงาน จากความตั้งใจสร้างสรรค์งานเครื่องประดับอย่างมีเอกลักษณ์ และความซื่อสัตย์สุจริตตามครรลองที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ได้ดำเนินมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงหลักธรรมะที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สามารถรังสรรค์ชิ้นงานต่างๆ ได้อย่างงดงาม หากใครประทับใจในผลงาน ต้องการผลงานแบบผมก็ต้องมาที่จังหวัดหนองคาย
           ศมน ชคัตธาดากุล : เข้าสู่ชีวิตครอบครัว การแต่งงาน ระหว่างคุณกฤษณ์ ไกรเหมกร กับคุณกนกวัลย์ ไกรเหมกร หรือคุณแอน ถือเป็นงานแต่งงานแห่งปีของจังหวัดหนองคาย พบรักกันได้อย่างไรค่ะ

runway-1.1


       คุณกฤษณ์ ไกรเหมกร กล่าวว่าภรรยาผมเป็นสาววังสะพุง จ.เลยจบปริญญาโทที่ประเทศอเมริกาพบกันเนื่องจากผมได้ไปออกแบบพิพิธภัณฑ์ บูรณะพิพิธภัณฑ์ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย จึงได้รู้จักกับภรรยาผมที่นั่น พบกันหน้าตู่เอทีเอ็ม พบกัน 3 ครั้ง และพอทราบว่าเป็นลูกสาวบ้านไหน ได้มีโอกาสได้รับประทานข้าวด้วยกัน รู้สึกประทับใจ พยายามหาจนได้เบอร์โทร โทรไปหา พูดคุยกัน และหาจังหวะไปพบ ไปเที่ยวด้วยกัน ครั้งแรกที่เชียงคาน เตรียมผ้าไตรถวายพระและมีใจตรงกันได้ทำบุญร่วมกัน หลังจากนั้นก็ได้กลับมาทบทวนตนเองว่าคิดยังไงกับผู้หญิงคนนี้ และก็ไม่ปฏิเสธความรู้สึกจึงตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ระหว่างที่คบกันเวลาไม่ใช่ประเด็นแต่เป็นความรู้สึกที่เปิดใจครั้งที่ขอแต่งงานผม ได้พากันไปทำบุญโดยกลับไปพิพิธภัณฑ์ที่ได้ไปช่วยบูรณะและขอกราบนิมนต์เจ้าอาวาสวัด โดยผมเลือกเอาตลับพระลาย 15 ค่ำ และสร้อยคอ 1 เส้น กราบขอบารมีท่านให้แผ่เมตตาต่อหน้าหลวงปู่ในพิพิธภัณฑ์นั้น ในขณะที่ท่านแผ่เมตตาได้อธิษฐานว่าเราได้ตัดสินใจลงเอยกับผู้หญิงคนนี้ซึ่งเมื่อท่านแผ่เมตาให้ก็ความรู้สึกได้ ซึ่งเป็นการสื่อใจถึงใจ และนำมาซึ่งงานแต่งงาน

runway-1.3


           ศมน ชคัตธาดากุล กล่าวส่งท้ายว่า ท่านผู้อ่านคะ เส้นทางชีวิตของผู้ชายคนนี้ ไม่ง่ายเลยที่จะดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงเช่นปัจจุบัน ธุรกิจที่มาจากศิลปะแห่งศรัทธา บนหลักการแห่งความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า พร้อมทั้งคู่ชีวิตที่บนกันบนเส้นทางสายบุญ รันเวย์ซีอีโอ ขออวยพรให้ทั้งสองคนครองคู่กันยาวนานที่สุดเท่าที่จะนานได้มีความสุข 360 องศาและ365 วันค่ะ พบกันใหม่กับ รันเวย์ซีอีโอ ในวารสารหอการค้าฯ ฉบับหน้าค่ะ