194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกา – จีน ต่อประเทศไทย

แถลงข่าวผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกา – จีน ต่อประเทศไทย

          มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนเป็นผลดี หนุนมูลค่าการส่งออกไทยเพิ่ม 8,000-2 หมื่นล้านบาท

thanawat1

thanawat2

thanawat3

          นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนในกรณีที่ทั้ง 2 ฝ่ายใช้มาตรการทางภาษีกีดกันสินค้าระหว่างกัน จะทำให้มีทั้งสินค้าของทั้ง 2 ฝ่ายที่ส่งออกระหว่างกันไม่ได้ ถูกส่งเข้ามาขายในไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ทั้ง 2 ชาติหันมานำเข้าสินค้าจากไทยเข้าไปทดแทนเช่นกัน เมื่อวิเคราะห์แล้ว ในภาพรวมจะเป็นบวกต่อไทยมากกว่า โดยจะทำให้ไทยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 8,072-20,180 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.10-0.25% ของการส่งออกไทย และมีผลต่อจีดีพี 0.01-0.04%

         ในปี 2560 สหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้ากับจีนมากที่สุด รองลงมาคือ แม็กซิโก ญี่ปุ่น เยอรมัน ส่วนในอาเซียน 3 ประเทศที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าด้วยได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และประเทศไทย ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา (2551-2560) สหรัฐฯขาดดุลการค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะขาดดุลการค้ากับจีนที่เพิ่มขึ้น 43.03% หรือขาดดุลเพิ่มขึ้น 4.62% ต่อปี ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าและสัดส่วนของการขาดดุลมากที่สุดได้แก่ กลุ่มเครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแต่งกาย และ เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก เป็นต้น

         สำหรับประเทศไทยตั้งแต่ปี 2551-2560 ไทยได้เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 3.01% ต่อปี แต่กับจีน ไทยได้ขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 47.29% ต่อปี ส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบจากประเทศไทยของสหรัฐอเมริกากับจีนนั้น เมื่อเทียบสัดส่วนแล้ว สินค้าที่อเมริกาขึ้นภาษีกับจีน จีนมีการพึ่งพาวัตถุดิบจากไทยน้อยมากเฉลี่ย 0.2% ส่วนสินค้าที่จีนขึ้นภาษีกับสหรัฐอเมริกา

         สหรัฐอเมริกามีการพึ่งพาวัตถุดิบจากไทยน้อยมากเช่นกัน เฉลี่ย 0.1% จากสงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีน ส่งผลให้ไทยมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 8,072 ถึง 20,180 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.10 ถึง 0.25 ของมูลค่าการส่งออกของไทย และไทยมี GDP เพิ่มขึ้น 2,022 ถึง 5,056 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.01 ถึง 0.04 ของ GDP ไทย

         ทั้งนี้ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ได้มีข้อเสนอแนะถึงสถานการณ์ดังกล่าวใน 3 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่ 1. สร้างห่วงโซ่การผลิตของจีนกับสหรัฐ ให้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน 2.สร้างความร่วมมือทางการค้ากับสหรัฐ เช่น FTA ไทย-สหรัฐฯ ภายใต้ผลประโยชน์ของประเทศ และ 3.ผลักดัน RCEP หรือ ASEAN +6 ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น