194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ภาคเอกชน ร่วมประสานพลัง หาแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจอุดร

      ภาคเอกชน 3 องค์กรหลัก หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และชมรมธนาคารจังหวัดอุดรธานี ร่วมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ซึ่งปัจจุบันหลายภาคส่วนธุรกิจกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านเศรษฐกิจตกต่ำ และค่าเงินบาท
Image 

      โดยที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ อาทิ ปัญหาด้านการขยายสาขาของห้างค้าปลีก ด้านสถานการณ์แรงงาน ด้านสถานการณ์แหล่งน้ำเพื่ออนาคต ซึ่งจะได้นำเสนอต่อภาครัฐเพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  

       จากการผลักดันการจัดตั้งองค์กรภาคเอกชน “คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.)” โดยการรวมตัวกันขององค์กรภาคเอกชน 3 องค์กรหลัก ประกอบด้วย หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และชมรมธนาคารจังหวัดอุดรธานี ขึ้นเป็นผลสำเร็จและได้มีการประชุมกันไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2550 ซึ่งก็ได้ผลสรุปถึงบทบาทการทำงานร่วมกันของภาคเอกชนทั้ง 3 องค์กร  และได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) ครั้งที่ 2/2550 ขึ้น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา โดยแต่ละองค์กรได้นำเสนอปัญหาต่างๆ ของจังหวัดอุดรธานีเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อร่วมกันผลักดัน แก้ไขปัญหาต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

Image 

      หอการค้าจังหวัดอุดรธานีได้นำเสนอการแก้ปัญหาด้านสถานการณ์ค้าปลีกไทยกับสภาวการณ์ ณ ปัจจุบัน ซึ่งจากการสำรวจได้ทราบว่าห้างค้าปลีกต่างชาติได้ดำเนินการขออนุญาตก่อสร้างห้างค้าปลีกในเขตต่างอำเภอแล้วแทบทุกอำเภอ ซึ่งเป็นการต่อสู่ที่ไม่เป็นธรรมนักสำหรับนักธุรกิจในท้องถิ่นที่ยังไม่มีการปรับตัวเท่าที่ควร

      นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “เดิมแนวคิดของหอการค้าได้ประกาศเจตนารมณ์ไม่มีการปิดกั้นการดำเนินธุรกิจ และพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถมาลงทุนในจังหวัดอุดรธานี แต่หากมองในภาคของนักธุรกิจท้องถิ่นซึ่งยังไม่มีการปรับตัวมากนัก และห้างต่างชาติเหล่านี้จะการขยายสาขาลงสู่ต่างอำเภอก็ ถือเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจกับนักธุรกิจท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่น อำเภอท่าบ่อ อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี 

 Image

       ในส่วนการช่วยเหลือของภาคเอกชน หอการค้าเอง ไม่มีอำนาจในการตัดสินอนุญาตหรือไม่อนุญาตการจัดสร้างห้างค้าปลีกในต่างอำเภอ แต่จะขอให้ภาครัฐคือจังหวัดอุดรธานีได้ชะลอการอนุญาตการก่อสร้าง และขอให้จังหวัดได้พิจารณาให้องค์กรเอกชนที่ดูแลด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สภาอุตสาหกรรม หรือชมรมธนาคาร ได้มีส่วนในพิจารณาการอนุญาตหรือไม่อนุญาตการก่อสร้างได้ พร้อมทั้งภาคเอกชนจะได้ช่วยกันผลักดันให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้มีการปรับตัวได้ทันต่อไป”

      หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ยังได้มีการนำเสนอในที่ประชุมในการผลักดันให้ภาครัฐแก้ปัญหาผลกระทบด้านสถานการณ์แรงงานของจังหวัดอุดรธานี ตามปัญหาสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น โดยจะขอให้รัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือแรงานไทยโดยการลดการจ่ายเงินประกันสังคมลงจาก 5% เหลือ 3% เท่ากันกับภาครัฐ

Image 

       นายวีระพงษ์  ไชยเอีย รองประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “ในขั้นแรกของการจัดตั้งระบบประกันสังคมมีการกำหนดสัดส่วนการจ่ายเงินประกันสังคมในสัดส่วนที่เท่ากันทั้งภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง แต่ปัจจุบันการจ่ายเงินกลับไม่ใช่จ่ายในสัดส่วนเท่ากันกลายเป็น รัฐบาลจ่าย 3% นายจ้างและลูกจ้างจ่าย 5% เพราะฉะนั้นในฐานะคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) จะได้มีการขอเรียกร้องเท่าที่น่าจะสามารถทำได้คือ การขอลดการจ่ายเงินประกันสังคมจากเดิมนายจ้างและลูกจ้างจ่าย 5% เป็นขอจ่ายเงินประกันสังคมเท่ากันกับที่รัฐบาลจ่ายคือ 3% ซึ่งหากขอเรียกร้องนี้ได้รับการตอบรับน่าจะเป็นหนทางช่วยเหลือภาคแรงงานได้อีกทางหนึ่ง”

      ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ได้มีการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ในประเด็นแรกเป็นเรื่องสถานการณ์แหล่งน้ำในอนาคต 

Image 

      นายประยูร โฮมภิรมย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “ในอีกประมาณ 20-50 ปีข้างหน้า จังหวัดอุดรธานีน่าจะได้มีการขยายตัวอย่างมาก เพราะฉะนั้นปัญหาสำคัญที่จะตามมาคือ ปัญหาแหล่งน้ำ ทั้งแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่จะไม่พอในการใช้สอย ยกตัวอย่างเช่น เขื่อนบ้านจั่นเดิมมีการออกแบบไว้ให้สามารถบรรจุน้ำได้ 5 ล้านคิว แต่บรรจุได้แค่ 1.5 – 2 ล้านคิวเท่านั้น  ดังนั้นควรจะมีหน่วยงานดูแลโดยตรงในการขุดลอกทุกปีซึ่งก็จะสามารถจุน้ำทดแทนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้นควรจะมีการจัดการแบบบูรณาการโดยให้สามารถเชื่อมโยงไปหากุดลิงง้อ น้ำก็จะไหลไปยังห้วยรินซึ่งน้ำจะไม่ไหลเข้าเมือง และแยกไปยังแก้มลิงที่หนองสำโรง ซึ่งอ่างเก็บน้ำในอุดรธานีแต่ละแหล่งมีการบริหารจัดการด้านการบรรจุน้ำไม่ดีเท่าที่ควร และยังประสบปัญหาคนบุกรุกเข้าไปทำมาหากินในอ่างอีกด้วย จึงได้นำเสนอเพื่อให้ที่ประชุมได้ผลักดันให้ภาครัฐได้เห็นความสำคัญของแหล่งน้ำเพื่อให้อนาคตเมืองอุดรจะได้ไม่ขาดน้ำในการอุปโภค บริโภคต่อไปได้อย่างยั่งยืน” 

       และในประเด็นที่สอง ที่สภาอุตสาหกรรมได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน (กกร.) คือ สภาวะการค้าข้าวของจังหวัดอุดรธานี

       นายวิเชียร  ธีระธนานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ กล่าวว่า “จากสถานการณ์ข้าวเหนียวในเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ราคาข้าวสูงขึ้นมาก เพราะลูกค้ารายใหญ่ของไทยคือประเทศจีนได้นำเข้าข้าวจากไทยเป็นจำนวนมากส่งผลให้ราคาข้าวเหนียวของไทยปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกร แต่ปัจจุบันเมื่อราคาข้าวเหนียวอยู่ในราคาที่สูงขึ้นทำให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวเหนียวกันมากขึ้น ประกอบกับประเทศจีนเองก็ได้มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อไว้ใช้ในประเทศได้ส่วนหนึ่งทำให้การนำเข้าข้าวของไทยเริ่มลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการผลผลิตของไทยที่จะออกมา จึงอยากให้ภาครัฐได้เข้ามาช่วยดูแลหามาตรการรองรับผลผลิตที่จะออกมาสู่ท้องตลาดในอนาคต

Image


       ในส่วนของข้าวหอมมะลิ ปัจจุบันได้รับผลกระทบเนื่องจาก ปัจจุบันมีข้าวหอมประทุมหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันกับข้าวหอมมะลิ และผู้บริโภคชาวจีนที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทย ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นข้าวหอมมะลิหรือข้าวประทุมหนึ่งปัญหาสำคัญอยู่ที่พ่อค้าคนกลางว่าจะมีจรรยาบรรณเพียงใดในการจำหน่ายข้าว นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของข้าวหอมมะลิ ภาครัฐควรจะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย”

      โดยประเด็นและแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งหมด หอการค้าจังหวัดอุดรธานีจะได้รวบรวมเพื่อนำเสนอต่อภาครัฐต่อไป