194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

สาธารณสุขอุดร ชี้แจงนโยบายการดำเนินงาน

สาธารณสุขอุดร ชี้แจงนโยบายการดำเนินงาน สนจ.อด. ปีงบประมาณ 2552

 

           เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี จัดสัมมนาสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงนโยบายการดำเนินงาน สสจ.อด. ปีงบประมาณ 2552 และรายงานผลการดำเนินงานโครงการต่างๆ ในปี 2551

Image

 

           นายสัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การจัดสัมมนาสื่อมวลชนในครั้งนี้เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลทุนที่ได้ประชาสัมพันธ์งานด้านสุขภาพให้กับประชาชนในจังหวัดได้รับทราบข่าวสาร พร้อมกันเป็นการชี้แจงนโยบายการดำเนินงานของ สสจ.อด. ปีงบประมาณ 2552 ประเด็นโครงการที่จะได้ดำเนินงานต่อไปประกอบด้วย

          คนไทยไร้พุง จุดประสงค์หลักต้องการให้ชาวอุดรธานีมีความแข็งแรงสมส่วน ซึ่งอุดรธานีประชากรช่วงอายุ 25 ปีขึ้นไปมีคนอ้วนลงพุงประมาณ 28% เกินมาตรฐานนำไปสู่โรคภัย เช่น โรคเบาหวานอุดรธานีมีจำนวนคนเป็นโรคเบาหวาน 3,800 คน โรคความดันโลหิตสูง 30,000 ราย และโรคหัวใจ ล้วนแล้วเป็นผลต่อเนื่องจากภาวะอ้วนลงพุง โครงการนี้ได้จัดทำอย่างต่อเนื่องมากว่า 2-3 ปี มี 18 องค์กร เข้ามาร่วมดำเนินงานทั้งภาคราชการ สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรมที่ สสจ. ได้ดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่องเช่น กิจกรรมรณรงค์ปั่นรถจักรยาน กิจกรรมออกกำลังกายภายใน สสจ. ทุกวัน การเดินรอบหนองประจักษ์ ลีลาศ โยคะ และกิจกรรมกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์ครั้งที่ 9 ในวันที่ 27 ธ.ค. 51ณ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ซึ่งเป็นการจัดแข่งกีฬาสาธารณสุขสัมพันธ์เพื่อคัดเลือกนักกีฬาเข้าแข่งขันกีฬาสาธารณสุขระดับประเทศ โดยในปี 2551 จังหวัดอุดรธานีได้เหรียญทองจากจังหวัดพิษณุโลก 2 เหรียญทอง
          นอกจากนี้สาธารณสุขจังหวัดได้จัดแข่งขันกีฬาฮาร์ฟมาราธอนขึ้นในวันที่ 16 มกราคม 2552 กลุ่มเป้าหมาย 10,000 คน แยกเป็นการแข่งขันเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 5 ก.ม.และการแข่งขันวิ่งฮาร์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 ก.ม. จุดประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายให้กับประชาชน โดยมีองค์กรผู้ร่วมสนับสนุนการจัดครั้งนี้ประกอบด้วย เทศบาลนครอุดรธานี เทศบาลหนองสำโรง อบจ.อุดรธานี

Image

          การดำเนินงานเรื่องอาหารปลอดภัย แยกเป็น 3 เป้าหมาย ประกอบด้วย 1. อาหารสดทั้งที่เพาะปลูกและในตลาด ต้องปราศจากสารปนเปื้อน 2. ร้านอาหารปรุงจำหน่ายทั้งร้านแพงลอย และร้านอาหารทั่วไป ต้องได้มาตรฐาน 3. ตลาดสดต้องผ่านเกณฑ์ตลาดสดน่าซื้อ
          สำหรับปี 2551 จังหวัดอุดรธานีผ่านเกณฑ์แล้ว 99.89% จากการตรวจสารปนเปื้อน 5 ชนิด ทั้งสารบอแลค สารฟอกขาว ฟอมารีน ยาฆ่าแมลง สารกันบูด และสารเร่งเนื้อแดง ในส่วนของสารฟลอมารีนยังพบเล็กน้อยในสไบนาง และพบยาฆ่าแมลงในผัก เป้าหมายปี 2552 ให้ผ่านเกณฑ์ไม่ต่ำกว่า 99% ร้านอาหารให้ได้ 85% ในปีที่ผ่านมาผ่านเกณฑ์ 80% โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งได้มีการตรวจสอบสารตะกั่ว สารบัดกรี ซึ่งปีนี้สาธารณสุขจะพยายามซื้อหม้อก๋วยเตี๋ยวที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยมาจำหน่ายให้กับร้านก๋วยเตี๋ยวในราคาถูก ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ในปี 2551 มีร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใช้หม้อนี้ประมาณ 12 ร้าน ในปี 2552 นี้จะได้ดำเนินการทั่วทั้งจังหวัด ตลาดสดจังหวัดอุดรธานีมีทั้งหมด 42 ตลาด ผ่านเกณฑ์แล้ว 80% เหลือที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ประมาณ 8 แห่ง เช่น ไม่มีระบบระบายน้ำเสีย ห้องน้ำ ห้องส้วม และบ่อบำบัดไขมัน ในปี 2552 ตั้งเป้าให้ได้ไม่ต่ำกว่า 85%

          บุหรี่ และแอลกอฮอล์ ในปี 2552 จะมีการรณรงค์อย่างจริงจังมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมาได้รณรงค์ในร้านอาหารปรับอากาศได้จัดเป็นเขตปลอดบุหรี่บรรลุผลแล้ว 100% การไม่จำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี การโฆษณา การตรวจการจำหน่ายสุราในปั้มน้ำมันได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาและต่อไปจะได้รณรงค์ให้งดตลอดทั้งปี จัดคลินิกบำบัดผู้ติดสุรา การตรวจกระเช้าปีใหม่ โดยค่าใช้จ่ายในการดื่มสุราของประชาชนประมาณ 2 แสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ธุรกิจมีกำไรเพียง 2 หมื่นล้านบาท การประสบอุบัติเสียชีวิตจากการดื่มสุรา 14,000 คนต่อปี ประมาณ 50% เกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา ความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่า คนไทยอายุ 28 ปีขึ้นไปดื่มสุรา 18 ล้านคน เยาวชนมีแนวโน้มในการดื่มสุราในอัตราเพิ่มขึ้น อายุ 11-19 ปี ดื่ม 1 ล้านคน ประมาณ 30% ของเยาวชน ผู้หญิงดื่มสุราเพิ่มขึ้น 6 เท่าในระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เบียร์เพิ่มขึ้น 8 เท่าในเวลา 14 ปี คนไทยดื่มหนักอันดับ 5 ของโลก ดื่มทั้งหมด 13 ลิตรต่อคน ร้อยละ 40 กระทำความผิดหลังจากดื่มแล้วประมาณ 5 ชั่วโมง ดื่มเบียร์ร้อยละ 90 โทรทัศน์เป็นสื่อที่มีผลต่อเยาวชนในการดื่มมากที่สุด

          การดำเนินกิจกรรมศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว หมายถึง สถานที่คน 3 วัย จัดกิกรรมร่วมกันเพื่อการส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ มอบความรับ ความอบอุ่นแก่วัยเด็ก ใส่ใจสุขภาพ วัยพ่อแม่ เอื้ออาทร ห่วงใยวัยสูงอายุ ก่อเกิดสายสัมพันธ์สายใยรักสู่ “ครอบครัวอบอุ่น” กรอบกิจกรรมศูนย์ 3 วัย เน้นความเชื่อมโยงการบริการตามกลุ่มวัย ให้การเลี้ยงดูเด็ก ใส่ใจสุขภาพวัยทำงาน เอื้ออาทรเพิ่มคุณค่าผู้สูงอายุ เช่น ปรึกษาก่อนแต่งงาน สืบสานดูแลครรภ์ รับขวัญเมื่อแรกคลอด ยอดอาหารต้องนมแม่ ดีแน่แท้พัฒนาสมวัย เอาใจหนุนเมื่อวัยรุ่น ย้ำกระตุ้นสุขภาพวัยทำงาน ช่วยกันสานเพิ่มคุณค่าผู้สูงวัย โดยมีเป้าหมายคือ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่ง พื้นที่ทรงงานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ 34 จังหวัด ในปี 2549-2552 (ครบ 75 จังหัดในปี 2555) และจังหวัดอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการ