194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ไทยพาณิชย์ ทำนาย ปีนี้เห็นค่าบาทที่ 28.50 บาทต่อดอลลาร์ฯแน่

ไทยพาณิชย์ ทำนาย ปีนี้เห็นค่าบาทที่ 28.50 บาทต่อดอลลาร์ฯแน่

          แบงก์ไทยพาณิชย์ชี้เปรี้ยง กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 รอบติดต่อกัน อาศัยช่วงบาทอ่อน ปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นมาอยู่ในภาวะปกติ ฟันธงค่าเงินบาทปีนี้เห็นค่าเงินบาท 28.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

Image

          เมื่อวันที่ 7 ม.ค. นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 0.75 % หรือปรับเพิ่มจาก 2.0 % เพิ่มเป็น 2.75 % การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 12 ม.ค.นี้ เชื่อว่ากนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25 % และการประชุมกนง.ในวันที่ 9 มี.ค. ก็จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 % ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อไป ธปท.จะใช้เวลาในการพิจารณา

          “การประชุมกนง.ใน 2 ครั้งแรกของปีนี้ เชื่อว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 2 ครั้งๆละ 0.25 % โดยมีความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ และเป็นโอกาสที่ดีเพราะค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงในช่วงนี้”นายเศรษฐพุฒิกล่าว

           สำหรับ อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก โดยเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ 3 % ซึ่งต่ำกว่าปี 53 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 3.3 % โดยเงินเฟ้อที่ลดลงเกิดจากมาตรช่วยเหลือค่าครองชีพ เช่น รถประจำทางฟรี รถไฟฟรี และการตรึงราคาก๊าชแอลพีจี ของภาคครัวเรือน เชื่อว่าจะมีการต่ออายุต่อไป และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบารเรล ปรับเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ8%ซึ่งถือเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก

          นายเศรษฐพุฒิ กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้มีการปรับประมาณการจาก 3.5-4.5% เพิ่มขึ้นเป็น 4-5 % ซึ่งเป็นผลจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวดีขึ้น และแนวโน้าที่ดีขึ้นของการใช้จ่ายภาคเอกชนในประเทศ เนื่องจากการเพิ่มวงเงินกองทุนหมู่บ้าน 80,000 ล้านบาทในโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลส่งผลให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มขึ้น0.3%

          ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทในปีนี้จะแข็งค่าขึ้นประมาณ 5-6 % มาอยู่ที่ 28.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากอัตราแลกเปลี่ยนสิ้นปี 53 อยู่ที่ 30.2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินอ่อนค่าในช่วงปลายปี 53 เกิดจากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปัญหาวิกฤติหนี้ในยุโรปที่กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง แต่ในปีนี้ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับสกุลหลักในเอเชียอย่างเงินหยวนของจีน

ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ.2554