AEC กับธุรกิจ Air Transportation

  • Print
Share on facebook

AEC กับธุรกิจ Air Transportation

     จากรายงานการประชุมของสำนักลอจิสติกส์ กระทรวงอุตสาหกรรม ในเรื่องการกำหนดทิศทางการพัฒนาลอจิสติกส์อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการเปิดเสรี AEC 2558 มีมุมมองเกี่ยวกับศักยภาพการเป็น ASEAN LOGISTIC HUB ของประเทศไทยว่า มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ทำเลที่ตั้ง และมีศักยภาพในการเป็นประตูการค้าของภูมิภาคอินโดจีน เป็นศูนย์ กลางลอจิส ติกส์ของภูมิภาคที่มีอาณาเขตติดต่อกับพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ

     ทำเลภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และลอจิสติกส์ของภูมิภาค ที่สามารถเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ในอินโดจีนเข้าด้วยกัน โดยทิศเหนือของประเทศไทย ติดกับประเทศพม่าและลาว ทิศใต้ติดกับประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันออกติดกับประเทศลาวและกัมพูชา ทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า

 

     นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีพื้นที่ติดทะเล ทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ทำให้สามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้โดยรอบ และสามารถเชื่อมต่อประเทศจีนตอนใต้ทางเหนือและเวียดนามทางตะวันออก จึงทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งในการเป็นประตู (Gateway) สู่อาเซียน

     สำหรับธุรกิจสนามบินในประเทศไทยนั้น มีการผูกขาดการให้บริการโดยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งให้ บริการ 6 สนามบินภายในประเทศ ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย หาดใหญ่ และภูเก็ต เมื่อแยกตามสัดส่วนรายได้จากการให้บริการสนามบิน จะพบว่ารายได้ส่วนใหญ่ 73% เป็นรายได้ที่มาจากสนามบินสุวรรณภูมิ รองลงมาจะเป็นสนามบินภูเก็ต 10%

     ปัจจุบันการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากเมืองสู่เมือง (Cities to cities) หรือประเทศสู่ประเทศ (Countries to countries) มีความสะดวกและเป็นราคาที่สามารถจ่ายได้ ทำให้หลายๆ คนสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางที่มีฐานะที่ดีขึ้นส่งผลให้เกิด Structural Changes ของธุรกิจ ดังนี้
     1.การเพิ่มขึ้นของสายการบินต้นทุน ต่ำ (Low cost airlines) ทำให้มีการเปิด รับพนักงาน เช่น สายการบินไทยแอร์เอเชีย รับเพิ่มบุคลากรประมาณ 450 คนThai Smile ซึ่งเป็นหนึ่งใน Business unit ใหม่ของการบินไทย เปิดรับพนักงานต้อน รับบนเครื่องบินหญิงจำนวน 100 คน และนักบิน 40 คน ในขณะที่การบินไทยเอง ได้เปิดรับสมัครพนักงานในปี 2554 ทั้งชายและหญิงจำนวน 468 คน ซึ่งเป็นการเปิดรับครั้งแรกในรอบ 3 ปี
     2.การขยายเส้นทางการบินภายในประเทศ (Internal routes) พร้อมทั้งมีการเปิดจำนวนความถี่ในการบินระหว่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เช่น
     Nok Air-มีการเปิดเส้นทางบินเชียงใหม่ไปอุดรธานี/เส้นทางเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน เปิดให้บริการทุกวัน เพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน (ปัจจุบัน Nok Air เปิดให้บริการสนามบินระหว่างจังหวัดเพิ่มขึ้น จากเดิม 5 จังหวัดในช่วงปีแรกที่เปิดให้บริการ เป็น 18 จังหวัด)
     Thai Air Asia-เพิ่มความถี่เส้นทางบินในประเทศ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เป็น 8 เที่ยวบิน/วัน กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เป็น 6 เที่ยวบิน/วัน กรุงเทพฯ-กระบี่ เป็น 4 เที่ยวบิน/วัน และกรุงเทพฯ-อุดรธานี เป็น 3 เที่ยวบิน/วัน (ปัจจุบัน Thai Air Asia เปิดให้บริการสนามบินระหว่างจังหวัด ทั้งสิ้นแล้ว 12 จังหวัด นอกจากนี้แล้ว ยังให้บริการบินในกลุ่มประเทศในเอเชียด้วยกัน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเชีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย จีน อินเดีย และศรีลังกา)
     ขณะที่สายการบินตะวันออก กลาง ได้รุกเปิดเส้นทางการบินใหม่ๆ ในประเทศไทย อย่างเช่น สายการบินเอทิฮัด (สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) และสายการบินแอร์เบอร์ลิน (สายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของทวีปยุโรป ซึ่งสายการบินเอทิฮัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่) ประกาศเพิ่มการให้บริการบนเส้นทางจากอาบูดาบีไปยังเยอรมนีและประเทศไทย ทำให้เป็นสายการบินแรกที่จะบินตรงจากตะวันออกกลางไปยังจังหวัด ภูเก็ต คาดว่าจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นกับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวตะวันออกกลาง และยุโรป ให้เดินทางมายังสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น และเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่จะทำให้อาบูดาบีเป็นประตูสู่ทวีปเอเชียด้วย
     3.การสั่งเครื่องบินโดยสารเพิ่มขึ้น (Aircrafts) เพื่อรองรับกับความต้องการ การเดินทางในอนาคตที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข่งขันในตลาดสายการบินที่สูง ทำให้ราคาค่าโดยสารในปัจจุบันไม่ได้สูงมาก กลุ่มชนชั้นกลางจึงมีโอกาสเข้าถึงการเดินทางโดยเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก Boeing บริษัทประกอบเครื่องบินขนาดใหญ่หนึ่งในสองรายของโลก คาดการณ์เกี่ยวกับความต้องการเครื่องบินใหม่ของสายการบินทั่วโลก ในช่วงปี 2554-2573 จะอยู่ที่ 33,500 ลำ (หรือคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) โดยจะเป็นความต้องการจากทางกลุ่ม Asia Pacific จำนวน 11,450 ลำ (มูลค่า 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) คิดเป็น 34.2% ของความต้องการเครื่องบินใหม่ทั้งหมด เครื่องบินใหม่ที่จะมีคำสั่งซื้อนั้น ส่วนใหญ่กว่า 60% จะเป็นการเพิ่ม ในส่วนของ Fleet เพื่อรองรับการขยายตัวของจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น
     4.การจะเปิด AEC ในปี 2558 จะช่วยเพิ่มกิจกรรมการเดินทางเพื่อธุรกิจ (Business trips) รวมไปถึง ตลาด MICE (Meeting, Incentives, Conventions, Exhibition) เพราะทั้งกลุ่มบริษัท Regional Companies และ Local companies (ยกตัวอย่างเช่น CIMB, DBS, MAYBANK, ICBC, SCC, BJC) มีการควบรวมกิจการ (M&A) หรือขยายการลงทุนเข้ามาในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ทำให้สนับสนุนการเดินทางภายในกลุ่มภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น การเปิดเสรีอาเซียนทำให้สามารถเข้าถึงประเทศใหม่ๆ โดยมีประเทศไทยเป็น Spring board ในการเดินทางเข้าถึงประเทศต่างๆ ได้

     สำหรับบทความตอนต่อไป จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจการบินในประเทศไทย ในการเตรียม พร้อมที่ก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

รวบรวมข้อมูลโดย UCC Today
ขอบคุณข่าวจาก... สยามธุรกิจ ออนไลน์

игра вырастить животное онлайн на сайте тут база решебник по физике губанов how гдз по русскому ладыженская узнать по ip местонахождение text spy biz ht1h решебник 8 перышкин ссылка sitemap