194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ขอให้ใช้บริการ ผปก.นำเที่ยวที่มีใบอนุญาต

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ขอให้ใช้บริการ ผปก.นำเที่ยวที่มีใบอนุญาต

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ขอความร่วมมือ สนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551

traval1

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.)แจ้งว่า ตามข้อตกลงการค้าเสรีในกลุ่มอาเซียน ด้านธุรกิจบริการกำลังจะมีผลบังคับใช้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของไทยที่ถูกกฎหมายได้รับการสนับสนุนส่งเสริมเลือกใช้บริการตรงตามประเภทใบอนุญาตที่กำหนดด้านล่างจากหน่วยงานราชการและเอกชน ทั้งผู้ประกอบการเองมีจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมอย่างเคร่งคัดในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนเอง ย่อมเกิดผลดีต่อการเติบโตชองธุรกิจการท่องเที่ยว อันส่งผลให้มีการพัฒนาธุรกิจได้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพียงพอกับการแข่งขันกับนักลงทุนต่างประเทศ เพราะหากไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ผู้ประกอบการไทยอาจต้องเสียส่วนแบ่งตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการต่างชาติที่มีความพร้อมกว่าในทุกด้านได้

    นอกจากนี้ จากการประกาศใช้ พรบ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาประมาณ 5 ปี ผลสำรวจและรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั่วประเทศพบว่า ยังมีผู้ประกอบการและส่วนราชการอีกเป็นจำนวนมากขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดเนื้อหาการบังคับใช้และผลดีของการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้
ดังนั้น สทท. จึงขอประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจนำเที่ยวว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจะต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่อนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กระทรวงการท่องเที่ยว จึงจะสามารถประกอบธุรกิจได้ หากประกอบธุรกิจโดยจไม่ได้รับอนุญาตจะเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะต้องวางหลักประกันเพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว จำแนกตามประเภทใบอนุญาต ดังนี้

   1.    ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ (ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในจังหวัดหนึ่งจังหวดใดและจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดนั้น) มีเงินหลักประกันเป็นจำนวน 10,000 บาท

   2.    ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ (Domestic) (ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในราชอาณาจักรไทย) มีเงินหลักประกนเป็นจำนวน 50,000 บาท

   3.    ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศประเภท (Inbound) (ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดภายในประเทศ) มีเงินหลักประกันเป็นจำนวน 100,000 บาท

   4.    ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ (ประเภท Inbound และ Outbound) (ประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปยังสถานที่หนึ่งสถานที่ใดในต่างประเทศ Outbound) หรือนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งในราชอาณาจักรไทย มีเงินหลักประกันเป็นจำนวน 200,000 บาท

traval2

   หากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวฝ่าฝืนไม่ประกอบธุรกิจตามประเภทใบอนุญาตที่ได้รับจะมีโทษตามกฎหมาย ถ้าหากนักท่องเที่ยวพบว่าผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวผิดข้อตกลงในการนำเที่ยว สามารถร้องเรียนได้ที่ สนง.ทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทุกแห่งเพื่อพิจารณาให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย เป็นการเยียวยาเบื้องต้น ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ที่นักท่องเที่ยวจะไปฟ้องร้องต่อศาลแพ่งและศาลอาญาต่อไป หากคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางกับบริษัทนำเที่ยวมาตรฐานจะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากมัคคุเทศก์และผู้นำเที่ยวที่ผ่านการฝึกอบรมอย่างดี และมีใบอนุญาตทั้งยังได้รับความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ ตามที่กำหนดไว้ใน พรบ.ฉบับนี้ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตที่ถูกต้องได้ที่ http://www.tourismcentre.go.th หรือ Call Center 02-4011111