กว่าจะเป็น...จังหวัดอุดรธานี กับมุมมองความคิดเห็น กับการเข้าสู่ปีที่ 121 ปี

  • Print
Share on facebook

กว่าจะเป็น...จังหวัดอุดรธานี กับมุมมองความคิดเห็น กับการเข้าสู่ปีที่ 121 ปี

       จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า บริเวณพื้นที่ ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี จากการค้นพบที่บ้านเชียงอำเภอหนองหานและภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศึกษาประวัติศาสตร์ และโบราณคดีระหว่างประเทศว่าชุมชนที่เป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติ ศาสตร์ที่จังหวัดอุดรธานี มีอารยธรรมความเจริญในระดับสูง และอาจถ่ายทอดความเจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียงนั้นสันนิฐานว่า อาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายที่เก่าที่สุดของโลก
       หลังจากยุคความเจริญที่บ้านเชียงแล้ว พื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานี ก็ยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์สืบต่อมาอีกจนกระทั่งสมัยประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทย นับตั้งแต่สมัยทวาราวดี สมัยลพบุลี และสมัยสุโขทัย จากหลักฐานที่พบคือใบเสมาสมัยทวาราวดีลพบุรี และภาพเขียนปูนบนผนังโบสถ์ที่ปรักหักพังบริเวณเทือกเขาภูพานใกล้วัดพระ พุทธบาทบัวบกอำเภอบ้านผือ แต่ทั้งนี้ยังไม่ปรากฏหลักฐานชื่อ จังหวัดอุดรธานีปรากฏในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
       ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีพื้นที่ที่จังหวัดอุดรธานีปรากฏใน ประวัติศาสตร์ เมื่อราวปีจอ พ.ศ.2117 พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปช่วยรบ แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมือง เวียงจันทน์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับไม่ต้องรบ พุ่งกับเวียงจันทน์และเมืองหนองบัวลำภูนี้เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มี ความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ
       ในสมัยกรุงรัตนโกสินเป็นราชธานีนั้น จังหวัดอุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงครามกล่าวคือในระหว่าง พ.ศ.2369- 2371 ได้เกิดกบฏเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีผู้นำคือ คุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี) กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป กระทั่งในปลายสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 4 ประมาณ พ.ศ.2411 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในมณฑลลาวพวน เนื่องมาจากพวกฮ่อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบปรามจนสงบได้ชั่วคราว
       ในปี พ.ศ. 2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้าย กำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและมีท่าทีจะรุนแรง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ ในเวลานั้นเมืองอุดรธานียังไม่ปรากฏชื่อเพียงแต่ปรากฏชื่อบ้านหมากแข้งหรือ บ้านเดื่อหมากแข้ง สังกัดเมืองหนองคายขึ้นการปกครองกับมณฑลลาวพวน และกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้เดินทัพผ่านบ้านหมากแข้ง ไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสงบ
       ภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้วไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการลาว เขมร ญวน เป็นอาณานิคม เรียกว่า "กรณีพิพาท ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436)" ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ มีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตร ของฝั่งแม่น้ำโขง
ดังนั้น หน่วยทหารไทยที่ตั้งประอยู่ที่เมืองหนองคาย อันเป็นเมืองศูนย์กลางของหัวเมือง หรือมณฑลลาวพวน ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ จำต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อบ้านเดื่อหมากแข้ง (ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดอุดรธานีปัจจุบัน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำโขงกว่า 50 กิโลเมตร เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิเหมาะสม เพราะมีแหล่งน้ำดี เช่น หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ปัจจุบัน) และหนองน้ำพกหลายแห่ง ราวทั้งห้วยหมากแข้ง ซึ่งเป็นลำห้วยน้ำใสไหลเย็น กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวน และตั้งกองทหารขึ้น ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้ง จึงพอเห็นได้ว่าเมืองอุดรธานีได้อุบัติขึ้นโดยบังเอิญ เพราะเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศยิ่งกว่าเหตุทางการค้า การคมนาคมหรือเหตุผลอื่น ดังเช่นหัวเมืองสำคัญต่างๆ ในอดีต
       อย่างไรก็ตาม ว่า "อุดร" มาปรากฏชื่อเมือง พ.ศ.2450 (พิธีตั้งเมืองอุดรธานี 1 เมษายน ร.ศ.127 พ.ศ. 2450 โดยพระยาศรีสุริยราช วรานุวัตร "โพธิ์ เนติโพธิ์") พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นที่บ้านหมากแข้งอยู่ ในการปกครองของมณฑลอุดร
       หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาคยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้น มณฑลอุดรจึงถูกยุบเลิกไปเหลือเพียงจังหวัด “อุดรธานี” เท่านั้น
       และในวันที่ 18 มกราคมของทุกปี ได้กำหนดให้เป็นวันครบรอบการก่อตั้งเมืองอุดรธานี และในปี พ.ศ. 2557 ที่จะถึงนี้ จะครบรอบการก่อตั้งเมืองอุดรธานี ลุสู่ปีที่ 121 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ได้จัดทำบทสัมภาษณ์พิเศษ ผู้นำองค์กรและภาคธุรกิจในจังหวัดอุดรธานี ถึงแนวโน้มจังหวัดอุดรธานีในอนาคตจากนี้ไป จะเป็นไปในทิศทางใด เรามาฟังมุมมองของแต่ละท่าน ว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง

sawat

    นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึงทิศทางเมืองอุดรธานีในมุมมองของหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ว่า ทิศทางของจังหวัดอุดรธานีในอนาคต คาดว่าจะมีความเติบโตอีกมาก สืบเนื่องมาจากความเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ที่มีนักลงทุนเข้ามาปักธงในจังหวัดอุดรธานีมากขึ้น ในส่วนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐที่ร่วมกับภาคเอกชนผลักดันการพัฒนาต่างๆ ยังคงมีอย่างต่อเนื่องเช่น การเร่งจัดรูปที่ดิน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินในจังหวัดอุดรธานี การเร่งจัดทำถนนวงแหวน เพื่อขยายการเติบโตออกสู่รอบนอก ลดปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี การพัฒนาสนามบินอุดรธานี เพื่อรองรับจำนวนเที่ยวบินและเตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค การเร่งผลักดันเพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องของสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า น้ำประปา เพื่อรองรับกับจำนวนคนที่จะเข้ามาอาศัยในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมากขึ้น ทั้งจากการเข้ามาลงทุน การเคลื่อนย้ายของแรงงาน จากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนั้นในมุมมองของหอการค้าฯ เชื่อว่าจังหวัดอุดรธานี ยังคงมีความเติบโต การเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่องต่อไป

porntep

    นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 121 ปี การก่อตั้งเมืองอุดรธานี ในส่วนของสภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีความพยายามจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเชิญชวนนักลงทุนเข้ามาในจังหวัดอุดรธานี ในขณะที่ชาวอุดรธานีจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะเมื่อเราเติบโตขึ้น มีความพร้อมมากขึ้น หลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างจะเข้ามาในจังหวัดอุดรธานี เพราะฉะนั้นชาวอุดรธานีจะต้องปรับตัวทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต การจับจ่ายใช้สอยและการทำงาน ด้านการเกษตร ในอนาคตเกษตรกรจะต้องเปลี่ยน เป็นการทำงานฟาร์มมิ่ง (Farming) มากขึ้น เป็นฟาร์มปศุสัตว์มากขึ้น เช่น การทำการเกษตรเพื่อการค้าขายมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จังหวัดอุดรธานีจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น และพร้อมเปิดตัวสู่เวทีสากลได้มากขึ้น”

porntip

     นางพรทิพย์  ธนศรีวนิชชัย ประธานชมรมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “ในนามชมรมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดอุดรธานี อยากเห็นเมืองอุดรธานี ในอนาคตนับจากปี 2557 เป็นต้นไป จะมีความพร้อมในการเป็นเมืองที่รองรับเศรษฐกิจ ที่จะเจริญเติบโตไปในอนาคตรองรับการเข้ามาของ AEC (เศรษฐกิจประชาคมอาเซียนใน 1 มกราคม 2558) อุดรธานีจะเป็นเสมือนเมืองหลวงหรือศูนย์กลางความเจริญของอีสานตอนบน จะมีความพร้อมในด้านการเดินทาง การคมนาคมต่างๆ (Transpost Hub) ทางรถไฟ รถยนต์ และเครื่องบิน จะเป็นจังหวัดที่มีความหนาแน่นมากขึ้น เป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัย มีความสะดวกในด้านอาหาร การท่องเที่ยว การค้าขาย การอุตสาหกรรม และอีกหลายๆ ด้าน จังหวัดอุดรธานีจะเจริญขึ้นอีกมากและรวดเร็ว แต่สิ่งสำคัญอยากให้ทางราชการเร่งขยายงานสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า น้ำประปา ระบบโทรศัพท์ ให้รองรับความเจริญที่เป็นก้าวกระโดดนับจากปี 2557, 2558 เป็นต้นไป ซึ่งชาวอุดรธานีจะไม่ต้องไปกรุงเทพฯ อีกแล้ว เพราะเราจะมีทุกอย่างเสมือนเมืองหลวง แต่อยากเห็นอุดรธานี มีคนมาอาสาพัฒนา ระบบขนส่งมวลชนเช่น รถเมล์ รถโดยสาร รถขนส่งที่สะดวกมากกว่านี้ เพื่อรองรับการหลั่งไหลของคนที่จะเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น”

chairat

    นายชัยณรัตน์ สุชนวณิช ประธานชมรมธนาคารจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “สำหรับมุมมองต่อเมืองอุดรธานี ในอนาคตอันใกล้กับในโอกาส เข้าสู่ปีที่ 121 ผมมองว่าเศรษฐกิจอุดรธานี จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในด้านแรกคือ ด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งยังมองว่ายังมีกำลังซื้อ ที่จะซื้อบ้านในจังหวัดอุดรธานีในโครงการจัดสรรต่างๆ และโครงการคอนโด ขนาดใหญ่ที่เข้ามาเสนอให้กับชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งแน่นอนอาจมีกลุ่มที่ต้องการเก็งกำไร จากราคาขาย ประมาณ 30-40 % ซึ่งยังเชื่อมั่นว่า กำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดอุดรธานีต่อไป ด้านที่สองคือ ด้านการคมนาคม  ในการเดินทางโดยสายการบินมายังจังหวัดอุดรธานี มีสายการบินขึ้นลงต่อวันไม่ต่ำกว่า 25 เที่ยวต่อวัน เป็นการเคลื่อนคนจากกรุงเทพมาจังหวัดอุดรธานีไม่ต่ำกว่าวันละ 2,500 – 3,000 คน ต่อวัน ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งไป-กลับวันเดียว หรือมาพักค้างคืน หรือเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านด่านจังหวัดหนองคายไปยัง สปป.ลาว  ดังนั้นโอกาสทีจะเกิดการใช้จ่ายในจังหวัดอุดรธานีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและสม่ำเสมอ ด้านที่สาม ที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ กระแสของ AEC ซึ่งคาดการณ์กันว่าจังหวัดอุดรธานีจะเป็นด่านสำคัญที่จะมีการเคลื่อนย้ายทุน เคลื่อนย้ายคน ผ่านจากจังหวัดหนองคายเข้ามายังจังหวัดอุดรธานี ซึ่งผมก็ยังมองว่าอุดรธานีจะเป็น ฮับด้านการคมนาคมในอีสานตอนบน เพื่อรองรับ AEC”

sakchai

    นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี สมัยที่ 63 กล่าวว่า “จริง ๆ มันต้องเริ่มต้นจากการว่าช่วง 2 ปีที่ผ่าน มีการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจของเมืองอุดรฯ อย่างน่ากลัว ซึ่งก็เป็นทิศทาที่ค่อนข้างดี เพราะมีการลงทุนในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มมากขึ้น ภาวะการจ้างงานดีขึ้น คาดว่าหลังจากการเข้าสู่ 121  ปี จังหวัดอุดรธนี ในปี 2557 นี้ จะค่อย ๆ ขยับเติบโต ซึ่งจะไปสอดรับกับการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็นรอยต่อคาดว่าทิศทางจังหวัดอุดรธานีจะมีความเจริญเติบโตและก้าวต่อไปได้ ความจริงแล้วจังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน และมีข้อได้เปรียบคือ อยู่ใกล้กับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาใกล้ชิดกับเรามากขึ้น ทั้งประเทศเวียดนามกับลาว”
    “สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการในท้องถิ่นนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย ค่อนข้างมีภาวะเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีการเติบโตเร็ว โดยผู้ประกอบร้านค้าเบ็ดเตล็ด ร้านค้ารายย่อยในตลาด จะพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าขายของไม่ดีซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก แต่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของจังหวัด คือ ผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกมาในฤดูหนาวนี้ ถ้าผลผลิตดีเงินก็จะหมุนเวียนมากขึ้น ก็อาจจะช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีผลประกอบการมากขึ้นด้วย แต่สำหรับผมคิดว่า ผู้ประกอบการรายเล็กจะต้องต้องเตรียมตัว ต้องเริ่มรู้เขารู้เรา ต้องรู้ให้มากขึ้นเพราะรายใหญ่เขารู้หมดแล้ว เหลือแต่ธุรกิจรายย่อยที่ยังไม่รู้ หน่วยงานของรัฐต้องให้องค์ความรู้แก่ผู้ประการย่อยเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ และสำหรับในโอกาสกับการเข้าสู่ปีที่ 121 ของจังหวัดอุดรธานี ผมว่าอุดรธานีมีความได้เปรียบในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และภูมิประเทศด้วย และส่วนหนึ่งชาวอุดรฯสามารถยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งในเรื่องงบประมาณของรัฐ เพราะฉะนั้นการที่จังหวัดอุดรธานีจะเจริญเติบโตและยืนด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจของตัวเองทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าและก็มีความเป็นไปได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องเตรียมตัวต่อการเจริญเติบโตต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นต่อไป”

napatsak

      นายณพัฒน์ศักดิ์ พรพรรณนุกูล ประธาน YEC รุ่นที่ 1 สมัยที่ 2 กล่าวว่า "การค้าการลงทุนที่เติบโตแบบก้าวกระโดดที่เกิดขึ้นในอุดรธานีนั้น แสดงถึงศักยภาพที่เมืองอุดรธานีเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและการค้าชายแดน สปป.ลาว ชาวอุดรธานีต้องเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ต้องเพิ่มพูนทักษะความรู้ เช่น ภาษา วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมความเป็นอุดรธานีของเรา เมื่อวัตถุพัมนาไปจิตใจเราต้องพัฒนาไปด้วย"

chanikran

      นางสาวชนิกานต์ ปุณณะนิธิ ประธาน YEC รุ่นที่ 2 สมัยที่ 1 กล่าวว่า “ปัจจุบันจังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ และมีการเจริญเติบโตขึ้นเป็นอย่างมากทั้งในด้านของการท่องเที่ยว การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ที่ได้เกิดขึ้นหลายโครงการ หรือไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคมขนส่ง ซึ่งเห็นได้จากสนามบินนานาชาติอุดรธานี ซึ่งเป็นสนามบินที่มีเที่ยวบินและผู้ใช้งานสูงสุดในภาคอีสาน ในด้านการค้าในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น ในอดีตที่ผ่านมาเราเคยต่างคิดและต่างทำ แต่ในยุคปัจจุบันที่เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาและเติบโตขึ้น ทำให้ส่งผลดีต่อจังหวัดอุดรธานีอย่างมาก จังหวัดอุดรธานีจึงเป็นเมืองแห่งโอกาสของทุกๆคน ดังนั้นคนอุดรจึงควรจะช่วยกันคิด และ พัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเปลี่ยนไป จับมือ ร่วมแรงร่วมใจ ด้วยความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือและแบ่งปันซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้เกิดความเข้มแข็งเกิดขึ้น และสามารถจะต่อสู้กับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลง ในทุกๆด้านทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไปได้ จังหวัดอุดรธานี และคนอุดรธานี ก็จะเติบโตขึ้นไปพร้อมๆ กัน”

mattakit

    ด้านมุมมองความคิดเห็นของนักลงทุนต่างถิ่นที่เข้ามาลงทุนในจังหวัดอุดรธานีอย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ลองฟังความคิดเห็นของ ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งกล่าวว่า “CPN เล็งเห็นโอกาสการเติบโตอย่างมากของธุรกิจรีเทล ภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการขยายตัวของเมืองออกไปสู่หัวเมืองใหญ่ หรือ Urbanization ภาคอีสานถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศเพราะเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงสู่อินโดจีน โดยเฉพาะ อุดรธานี ซึ่งถือเป็นจังหวัดศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน เนื่องจากมีชายแดนติดกับเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งเต็มไปด้วยนักลงทุนทั้งชาวลาวและชาวต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง และมีนักท่องเที่ยว มาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมาก มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบจากธุรกิจรีเทลจำนวนมหาศาล และยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในประเทศและภูมิภาคอินโดจีน โครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มจังหวัดและประเทศเพื่อนบ้านที่สะดวก การที่ CPN มาปักธงเปิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อย่าง เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ที่นี่จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจ การลงทุน การค้าชายแดนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเราตั้งใจให้ศูนย์การค้าแห่งนี้เข้าไปเติมเต็มให้ อุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงอยู่แล้วนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัด ศูนย์กลางของชุมชน ที่เพียบพร้อมด้วยร้านค้าชั้นนำรวมถึงนำไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ใหม่ๆ มาไว้ในที่เดียว”

игра вырастить животное онлайн на сайте тут база решебник по физике губанов how гдз по русскому ладыженская узнать по ip местонахождение text spy biz ht1h решебник 8 перышкин ссылка sitemap