194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำ "สานพลังประชารัฐ"

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตอกย้ำ "สานพลังประชารัฐ"
ปักธง 5 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาค พร้อมลงศึกษาพื้นที่ชุมชน จ.อุดรธานี

civil-state3

         เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานีและคณะกรรมการฯ ร่วมประชุมโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดอุดรธานีของผู้แทนคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ส่วนกลาง ในโอกาสเดินทางมาตรวจติดตามงานโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ที่จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชนคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ร่วมประชุม มีนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, รองผู้ว่าราชการจังหวัด, ส่วนราชการ, ภาคเอกชน และภาคประชาชน ให้การต้อนรับ นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าฯ หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานฯ จังหวัด นำเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐจังหวัดอุดรธานี

         หลังประกาศปักธง 5 จังหวัดในระยะที่ 1 พร้อมกัน 4 ภาคคือ ภูเก็ต เพชรบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชนตามพื้นที่แห่งแรกสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับรายได้ของประชาชนในพื้นที่ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และได้จัดตั้งคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศขึ้น โดยมีคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการร่วม รัฐเอกชนประชาชน 12 คณะ โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหน้าทีมภาครัฐคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นหัวหน้าทีมภาคเอกชน

         ล่าสุดคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เดินหน้าตามนโยบายปักธง 5 จังหวัด ในระยะที่ 1 ด้วยการลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ จังหวัดอุดรธานี เพื่อศึกษาข้อมูลและความต้องการของแต่ละชุมชน นำไปสู่การวางแผนสนับสนุน และพัฒนาองค์ความรู้ สู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป โดยนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชนพร้อมด้วยคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดอุดรธานี กล่าวแนะนำคณะทำงานและชี้แจงกรอบการขับเคลื่อน และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ โดยมี นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชนร่วมชี้แจงถึงแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐโดย social enterprise ก่อนที่ทั้งหมดได้รับชมวีดีโอ โดยมี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าทีมภาคเอกชนและคณะทำงานจังหวัดอุดรธานี ร่วมกันนำเสนอปัญหา ศักยภาพความต้องการของพื้นที่และแผนงานโครงการ ที่จะดำเนินการจากชุมชนกลุ่มผ้าพื้นเมือง กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านเชียง กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนทะเลบัวแดง รวมทั้งกลุ่มข้าวอินทรีย์ หลังจากประชุมและหารือแนวทางร่วมกันแล้ว ในภาคบ่ายคณะทำงานทั้งหมด ร่วมลงพื้นศึกษายังสถานที่จริง อาทิเช่น แหล่งชุมชนบ้านเชียง อำเภอหนองหาน ต่อด้วยพื้นที่ตลาดผ้านาข่า อำเภอเมืองอุดรธานีเพื่อหาแนวทางจัดตั้งเป็น บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอุดรธานี จำกัด

civil-state2

          นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานฯ จังหวัด กล่าวว่า"จังหวัดอุดรธานี เป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เป็นประตูของภาคการค้าการลงทุน รวมทั้งด้านการค้าชายแดน จังหวัดได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการคมนาคม หลายๆ หน่วยงาน รวมทั้งหอการค้าฯ ได้ร่วมกับท่าอากาศยานอุดรธานี ผลักดันเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาคให้มากขึ้น ภาคการเกษตร จังหวัดอุดรธานีมีจุดเด่นในความเป็นเมืองเกษตรกรรม ซึ่งมีทั้งภาคการเกษตรแปรรูป เกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ มีสินค้าพื้นเมืองที่เป็นจุดเด่น เช่น ผ้าหมี่ขิด ผ้าย้อมคราม และมีจุดจำหน่ายสินค้าสำคัญเช่น ตลาดผ้านาข่า และบ้านเชียง เป็นต้น โดยหอการค้าได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการค้า เช่น การส่งเสริมให้มีการใช้ระบบไอที เข้ามามีบทบาทในการค้าขายมากขึ้น เพื่อให้ตรงกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ปัจจุบันและให้การค้ามีการขยายตัวได้มากขึ้น นอกจากนี้เรายังมีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์บ้านเชียงแหล่งมรดกโลก มีการแสดงถึงวัฒนธรรมไทพวนมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เรามี ทะเลบัวแดง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจาก CNN ยกย่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยแปลก 1 ใน 15 แห่งของโลกทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมมากขึ้น ในพื้นที่ได้มีการเชื่อมโยงการพัฒนาระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เช่น สโมสรโรตารีหมากแข้ง ได้มอบเรือนำเที่ยว พร้อมกับการสอนต่อเรือให้กับชาวบ้านเพื่อไปใช้อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวบ้านมีการพัฒนาจัดตั้งระบบสหกรณ์บริหารจัดการรายได้และหอการค้าฯ ได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว คือ การจัดวิวาห์ล้านบัว สร้างจุดเด่น ความน่าสนใจให้กับแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง จัดสร้างโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวมีความหวงแหนธรรมชาติ ดังนั้นด้วยกายภาพของจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายๆ ด้าน หากหลายๆ ภาคส่วนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนจะทำให้จังหวัดมีความเติบโตและเกิดการเชื่อมโยงในระดับประเทศได้"

civil-state1

         นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หัวหน้าทีมภาคเอกชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ กล่าวว่า พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังผนึกกำลังภาครัฐบาล กำหนดเป้าหมายสำคัญคือการสร้างรายได้ให้ชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็งและมีความสุขอย่างยั่งยืน ดำเนินการในการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ช่วยให้ชุมชนเข้าถึงปัจจัยการผลิตเช่น เงินทุน เมล็ดพันธุ์ พัฒนาการบริหารจัดการ ช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าจากองค์ความรู้ในชุมชน ช่วยหาช่องทางการตลาด และส่งเสริมให้มีการรับรู้ส่งข้อมูลข่าวสารสำคัญอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน และเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ในทุกพื้นที่ คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ได้มีแนวคิดจัดตั้ง Area Based Social Enterprise หรือวิสาหกิจชุมชนพื้นที่ ซึ่งบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล สร้างประโยชน์กลับสู่ชุมชนใน 76 จังหวัด และ 18 กลุ่มจังหวัด โดยมีบริษัท Holding เป็นตัวกลางมีเป้าหมายหลักเพื่อสังคมไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด เป็นรูปแบบธุรกิจที่รับรายได้หลักจากการขายสินค้าและบริการ ต้องนำไปขยายผลไม่ใช่เพื่อแบ่งปันผลเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และมีการจดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท โดยการดำเนินการในระยะที่ 1 จะเริ่มจาก 5 จังหวัดใน 4 ภาคได้แก่ จังหวัดภูเก็ต เพชรบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ และบุรีรัมย์ โดยล่าสุดที่ผ่านมาเราเริ่มต้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรกเพื่อเป็นจังหวัดต้นแบบ เพื่อจัดตั้งเป็นเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม มีผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่นเฉพาะตัว มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และมีรากฐานการผลิตใหญ่เชื่อมโยงกับกลุ่มจังหวัดใกล้เคียงเช่น การพัฒนาธุรกิจผักปลอดสารพิษ พัฒนาธุรกิจนมแพะ พัฒนาธุรกิจกุ้งมังกร และพัฒนาธุรกิจผ้าบาติก เป็นต้น

          และจากนี้ เรากำลังวางแผนปักหมุดต่อที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้แผนงานทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่แสดงให้เห็นว่า พลังประชารัฐนั้นยิ่งใหญ่และมีความสำคัญมาก ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีความร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ทุ่มเทสรรพกำลัง และตอบสนองความต้องการของประชาชนรวมทั้งผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืนต่อไป

          นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก จะต้องมีวิถีความพร้อมของชุมชนเป็นตัวตั้ง มีเกณฑ์ในการคัดเลือก หลายภาคส่วนมีความต้องการให้หน่วยงานมาขับเคลื่อน เป้าหมายของโครงการ คือ สร้างรายได้ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจไทยจะมั่นคงไม่ได้ถ้าเศรษฐกิจฐานรากยังอ่อนแอ กรอบการทำงานเกี่ยวโยง 3 ส่วนคือ ด้านการเกษตร การแปรรูป ท่องเที่ยวโดยชุมชน อยากให้ชุมชนลุกขึ้นมาประกอบธุรกิจ นอกจากนั้นยังมีกระบวนการ 5 กระบวนการที่ต้องชัดเจนคือ 1. การเข้าถึงปัจจัยการผลิต 2. สร้างองค์ความรู้ ประเภทเกษตร การแปรรูป 3. การตลาด ถ้าเรามีสินค้าที่มีคุณภาพ เรามีช่องทางการตลาดอย่างไร 4. การสื่อสารสร้างการรับรู้เพื่อความยั่งยืน 5. การบริหารจัดการ มีเป้าหมายอย่างไร มีตัวชี้วัดอะไรบ้าง

        การดำเนินงานผ่านกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise คือ บริษัทที่บริหารจัดการด้วยความโปร่งใส สร้างประโยชน์กลับมาสู่ชุมชน มีหลักเข้าใจ 5 ประการคือ 1. มีเป้าหมายหลักเพื่อสังคมไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด 2. เป็นรูปแบบธุรกิจที่รายได้หลักมาจากการขายสินค้าและบริการ ไม่ใช่เงินจากรัฐหรือเงินบริจาค 3. กำไรต้องนำไปขยายผล ไม่ใช่ปันผลเพื่อประโยชน์ส่วนตัว 4. บริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล 5. จดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท

       “บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอุดรธานี จำกัด จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ การดำเนินงานขึ้นอยู่กับศักยภาพของชุมชน เป้าหมายสำคัญคือ เพื่อประโยชน์ของชุมชน ภาคประชาสังคมยังรอคอยรูปแบบของการบริหารจัดการและการขับเคลื่อนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และจะทำอย่างไรถึงจะเป็นโมเดลที่สอดคล้องกับชุมชนของจังหวัดอุดรธานี”