194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

รัฐ ร่วม เอกชน ตรวจสอบความพร้อมศูนย์กระจายสินค้าทางราง

รัฐ ร่วม เอกชน ตรวจสอบความพร้อมศูนย์กระจายสินค้าทางราง

           ศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางบกกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน เชื่อมโยง การขนส่งทางอากาศ "คาร์โก้" สนามบินอุดรธานี คาดแล้วเสร็จปลายปี 2561 พร้อมติดตามความก้าวหน้า นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ตามมติ กรอ.สัญจร

           เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2560 คณะของสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ, สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ.), การรถไฟแห่งประเทศไทย โดย นายไพศาล จตุรพิธพร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ แทนเลขาฯสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมศูนย์กระจายสินค้าทางราง และติดตามความก้าวหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี, นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย อดีตประธานหอการค้า และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล และคณะผู้บริหาร บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ร่วมให้ข้อมูล

rail-transport1

rail-transport5

rail-transport6

rail-transport8

           ศูนย์กระจายสินค้าทางราง เกิดขึ้นจากแผนการศึกษาออกแบบโครงการ "รถไฟรางคู่" กำหนดให้มีศูนย์รับส่งสินค้า คอนเทนเนอร์ยาร์ด ที่ สถานีรถไฟหนองตะไก้ แต่เนื่องจากมีพื้นที่เพียง 10 ไร่เศษเท่านั้น คณะกรรมการภาคเอกชน จึงให้การสนับสนุนโครงการของ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และขอให้พิจารณาจัดทำศูนย์กระจายสินค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอ โดย นิคมฯ อุดรธานี ตอบรับการจัดสร้างศูนย์กระจายสินค้า เพื่อเป็นคลังกระจายสินค้ากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน เชื่อมต่อ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน

           ศูนย์กระจายสินค้าทางรางนี้ จะเชื่อมโยงกับสถานีรถไฟหนองตะไก้ มีระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ห่างจากถนนมิตรภาพเพียง 2 กิโลเมตร มีแผนการลงทุนวางรางเชื่อมเข้ามาในนิคม และวางแผนที่จะพัฒนาเต็มรูปแบบในพื้นที่ 400 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กถนนขนานทางรถไฟกว้าง 6 เมตร ลานคอนกรีตตั้งตู้คอนเทนเนอร์และทางเดินรถ โกดังขนถ่ายสินค้าสำหรับยกขนตู้สินค้าและลานจอดรถบรรทุก โดยใช้งบประมาณลงทุนก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าเฉพาะเฟสแรก พื้นที่ 93 ไร่ วงเงิน 102.3 ล้านบาท ทางรถไฟภายในนิคมฯมูลค่า 30.991 ล้านบาท และลานเก็บสินค้า ลานจอดรถบรรทุก อาคารสำนักงาน 57.817 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 191.108 ล้านบาท และจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐอีก 53.640 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างทางรถไฟภายนอกนิคมฯ ระยะทาง 1,950 เมตร (คู่ขนานรางเดิม) วงเงิน 45 ล้านบาท และถนนวงเงิน 8.6 ล้านบาท

            หากเกิดศูนย์นี้ได้ จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าส่งออก อำนวยความสะดวกการขนส่งเชื่อมต่อ ลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งนิคมฯอุดรธานี ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟเมืองอุดรธานีและสถานีรถไฟหนองตะไก้ ทั้งสองสถานีมีความต้องการขนส่งสินค้าทางรางประมาณเดือนละ 400-1,000 TEU แต่ประสบปัญหาการขาดแคลนพื้นที่จัดเก็บตู้สินค้า และเครื่องมือหนักสำหรับการบรรทุกและโหลดบรรจุสินค้า ทำให้ไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมได้ ศูนย์กระจายสินค้าทางรางนี้ จะสามารถรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภายในนิคมฯและนอกพื้นที่นิคมฯ จะทำหน้าที่เป็นทั้งจุดรวบรวมสินค้า (Consolidation Facility) แยกประเภท (Product Assortment Facility) เก็บสินค้า (Storage Facility) และกระจายสินค้า (Distribution) จากต้นทางหลายแห่งเพื่อไปยังลูกค้าปลายทางที่หลากหลาย ศูนย์กระจายสินค้า นิคมฯอุดร มีแผนการพัฒนาให้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าระหว่างการขนส่งหลายรูปแบบ (Inter-Modal Trans-Shipment Facility) โดยเฉพาะการขนส่งจากรถไฟมาเป็นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์หรือรถบรรทุกขนาดเล็ก

           นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย อดีตประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า "หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ให้ความสำคัญกับการคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์เมืองอุดรธานีเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของภาคการค้า การลงทุน และภาคอุตสาหกรรม ที่ผ่านมาได้มีความพยายามผลักดันให้ สถานีรถไฟหนองตะไก้ เป็นศูนย์กระจายสินค้าทางราง หรือ คอนเทนเนอร์ยาร์ด แต่เนื่องจากสถานีรถไฟหนองตะไก้มีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงได้เสนอให้ภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งก็คือ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เป็นผู้ลงทุนดำเนินการภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยให้สร้างพื้นที่เชื่อมโยงกับสถานีรถไฟหนองตะไก้ และจัดสร้างให้เป็น ศูนย์กระจายสินค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการทั้งภาค ไม่เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีเท่านั้น หากศูนย์กระจายสินทางรางจัดสร้างสำเร็จ จะสอดรับกับการพัฒนาระบบคาร์โก้ของสนามบินอุดรธานี ซึ่งเป็นโครงการที่หอการค้าได้ผลักดันจากความเติบโตของภาคธุรกิจจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่มากถึง 26 เที่ยวบินต่อวัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งระบบคาร์โก้สนามบินอุดรธานีได้เริ่มดำเนินการแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2561 นี้ ดังนั้น หากสามารถดำเนินการจัดสร้างศูนย์กระจายสินค้าทางรางได้ จะทำให้จังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือบนอย่างเต็มรูปแบบ"

rail-transport2

rail-transport3

rail-transport4

           ส่วนความคืบหน้า นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่ 2,219 ไร่ ถ.มิตรภาพอุดร-ขอนแก่น ติดกับทางรถไฟ และห่างจากสนามบินอุดรธานี 14 กิโลเมตร เป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียม มีอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย อุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะและประกอบรถยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมผลิตวัสดุก่อสร้าง และอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิต จุดเด่นของนิคมฯ คือ อยู่ในโครงข่ายระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงทั้งในและนอกประเทศ มีเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศเพื่อบ้านและจีนตอนใต้ โดยใช้เส้นทาง R9 R12 และ R8 อยู่ในเส้นทางรถไฟความเร็วสูง (High-speed Train) กรุงเทพ-หนองคาย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีนไปยังท่าเรือแหลมฉบัง พัฒนาระบบนส่งทางรางรถไฟเจ้าพื้นที่นิคมฯ และเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ยังเป็นนิคมฯ แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และได้รับความเห็นชอบจาก บี.โอ.ไอ โดย บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ผู้พัฒนาโครงการจะดำเนินการในเฟสแรก 973 ไร่ ปัจจุบันได้มีการปรับเกรดถนนหลักภายในโครงการแล้วเสร็จกว่า 80 เป็นถนน 4 ช่องทาง ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 14 เมตร ติดตั้งเสาไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าย่อยภายในโครงการ และมีแผนงานเพิ่มเติม สร้างศูนย์รับส่งสินค้าและด่านศุลกากร

            ด้าน หน่วยงานภาครัฐ เช่น การไฟฟ้า เริ่มก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ราคา 194 ล้านบาท โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2561 การประปาส่วนภูมิภาค ให้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เสนอความต้องการใช้น้ำประปา ในระดับต่ำสุด-สูงสุด เพื่อเชื่อมท่อเข้าโครงการ โดยยืนยันมีน้ำเพียงพอป้อนโครงการ เพราะได้เริ่มโครงการนำน้ำจากน้ำโขง มาผลิตประปา 1 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน ส่วนการนิคมอุตสาหกรรม ขอให้มีการพิจารณาว่า “ศูนย์รับส่งสินค้า” ต้องเสนอผ่าน สนง.นโยบายและแผนหรือไม่ พร้อมเสนอให้ศูนย์ฯ เป็นบริษัทลูกของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี

            นายไพศาล จตุรพิธพร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามความก้าวหน้าโครงการตามมติ กรอ. เมื่อเดือนมีนาคม 2559 และข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะสอบถามทุกครั้งในการประชุม กรอ. และยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าที่ควร หากเกิดโครงการนี้ขึ้น จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในภูมิภาคนี้เชื่อมโยงไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีการหารือความคืบหน้าการดำเนินงานซึ่งมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง ทั้งในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ เส้นทางรถไฟ และคอนเทนเนอร์ ซึ่งในระบบสาธารณูปโภคภายในทั้ง ประปา ไฟฟ้า ได้เสนอให้จัดทำให้ครบวงจรทั้งภายในและภายนอก ก็มีความคืบหน้าไปในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเป็นศูนย์ขนส่งทางราง ได้แนะนำให้ดำเนินการเต็มรูปแบบ และเสนอแนะขั้นตอน วิธีการขอรับการสนับสนุน ที่อาจจะพบอุปสรรคในระเบียบขั้นตอนบ้าง”