194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

Mr.สดชื่น น้ำส้ม 100 % เปิดตัวอุดรธานี ที่แรกของประเทศ

Mr.สดชื่น น้ำส้ม 100 % เปิดตัวอุดรธานี ที่แรกของประเทศ
ปลุกกระแสเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพ บนไลฟ์สไตล์ดิจิตัล

          บริษัท เอ็นอาร์วันโกร กรุ๊ป จำกัด เปิดตัว "Mr.สดชื่น" น้ำส้ม 100 % บรรจุขวดพร้อมดื่ม อุดรธานี ที่แรก ปลุกกระแสเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพ บนไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

          เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ที่ ลานเดอะเน็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี บริษัท เอ็นอาร์วันโกร กรุ๊ป จำกัด โดย นางสาวจิรัฐิติกาล นาอุดม ประธานบริหาร นายฐิติชัย อัฏฎะวัชระ กรรมการผู้จัดการ และนายไอยวิน อารัติ ผู้จัดการทั่วไป ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว น้ำส้มเพื่อสุขภาพ น้ำส้ม 100 % ภายใต้แบรนด์ "Mr.สดชื่น" ปลุกกระแสเครื่องดื่มผลไม้เพื่อสุขภาพ บนไลฟ์สไตล์ดิจิทัล

mr1

mr2

          นางสาวจิรัฐิติกาล นาอุดม กล่าว่า ปัจจัยที่เข้ามาแข่งขันและทำตลาดน้ำดื่มผลไม้ 100% ด้วยเพราะผู้บริโภคในยุคปัจจุบัรมีความคิดเปิดกว้างมากขึ้น ในการเลือกรับบริโภคสินค้า ผู้บริโภคไม่ยึดติดกับรสชาติ หรือแบรนด์สินค้าที่มีอยู่ในตลาด ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีวิถีการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นทางเลือกเสรอมเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงได้ผลิตน้ำส้มแท้ 100% ในรูปพร้อมดื่ม ภายใต้ชื่อ Mr.สดชื่น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคบนความต้องการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ต่อการทำให้มีสุขภาพที่ดี และสอดคล้องกับรูปแบบชีวิตยุคใหม่ในด้านความสะดวกสบาย ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันกระแสความต้องการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ผู้บริโภคอาหาร เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่วัยสูงอายุที่หันมาดูแลตนเองและใส่ใจสุขภาพ จึงเป็นปัจจุบันที่ทำให้บริษัท เอ็นอาร์วัน โกร กรุ๊ป จำกัด มาดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอาหารเพื่อสุขภาพ

          การเข้ามาปักธงการจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ด้วยปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองที่เชื่อมโยงกับชายแดนไทย-ลาว ตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดอุดรธานี ที่ต้องการเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งในอนาคตจำนวนประชากรจะเกิดการขยายตัว มีการหมุนเวียนของกลุ่มบุคคลหลากหลายมากขึ้น อีกทั้งในพื้นที่ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทางเลือกน้ำผลไม้พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ จึงเป็นโอกาสที่ดีต่อการดำเนินธุรกิจและการจำหน่าย

         "ชื่อ Mr.สดชื่น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคในจังหวัดอุดรธานี กับน้ำส้มพร้อมดื่ม 100% ซึ่งได้คัดสรรส้มใน 3 พันธุ์ จากหลากหลายสายพันธุ์ที่ปลูกอยู่ในประเทศไทย คั้นน้ำมาผสมในสูตรเฉพาะ ก่อนนำลงบรรจุใส่ขวด โดยมีเนื้อส้ม ไร้สารปรุงแต่งเจือปน ชูขุดขาย คือ การเป็นเครื่องดื่มที่คัดสรรสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ การเป็นเครื่องดื่มน้ำผลไม้เพื่อความสดชื่นและมีชิ้นเนื้อผลไม้อยู่ในขวด เป็นเครื่องดื่ม"

          นายฐิติชัย อัฏฏธวัชระ กล่าวว่า กลยุทธ์ Mr.สดชื่น ให้ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการคัดสรรส้ม การรักษาคุณภาพการผลิต และรสชาติพร้อมกับจัดทำกิจกรรมทางการตลาด การเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค เพื่อเห็นข้อแตกต่างและทางเลือกการบริโภคน้ำดื่มผลไม้ ที่สำคัญที่สุด บริษัทฯ ได้วางแผนการผลิต ระบบบริหารจัดการหมุนเวียนให้ Mr.สดชื่น มีความสดใหม่

         "ข้อมูลตลาดน้ำผลไม้แบบพรีเมียม ของประเทศไทย ในปี 2559 มีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท จากน้ำผลไม้โดยรวมที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดย Mr.สดชื่น คาดหวังในระดับ 0.01% ของตลาดน้ำดื่มผลไม้แบบพรีเมียม โดยบริษัทฯ ได้ทำการตลาด ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพ พัทยา เชียงใหม่ อุดรธานี ซึ่งจังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดแรกในการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และบริษัทฯ มีแผนการเจาะตลาดเพิ่มในกลุ่มเมืองท่องเที่ยว เช่น หัวหิน เชียงราย เป็นต้น ส่วนต่างประเทศ บริษัทฯ ได้เปิดจำหน่ายที่ประเทศพม่า และมีแผนบุกตลาดต่างประเทศในต้นปีหน้า"

mr3

         นายไอยวัน อารัติ กล่าวว่า ตลาดหลักการจำหน่าย Mr.สดชื่น จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.บริษัทเป็นผู้จำหน่ายเอง โดยเป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้า ตามศูนย์การค้า แหล่งธุรกิจ และกิจกรรมท่องเที่ยว หรืองานเทศกาลของท้องถิ่นในแต่ละจังหวัด โดยเป็นการออกร้านจำหน่ายสินค้าตามศูนย์การค้า แหล่งธุรกิจ และกิจกรรมท่องเที่ยวหรืองานเทศกาลของท้องถิ่น ในแต่ละจังหวัด โดยเลือกโลเกชั่นร้านค้าให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชิตของผู้บริโภค และ 2.กลุ่มธุรกิจอาหารและโรงแรม เช่น ร้านอาหารคลีน ร้านอาหารย่านศูนย์กลางของธุรกิจร้านอาหารมังสวิรัติ และร้านอาหารเจ ร้านอาหารใกล้สถานพยาบาล เป็นต้น
ในด้านการสื่อสารแบรนด์ Mr.สดชื่น นอกเหนือจากการออกร้านจำหน่ายในศูนย์การค้า แหล่งท่องเที่ยว หรืองานมหกรรมต่างๆ แล้ว บริษัท ใช้สื่อออนไลน์เพื่อการประชาสัมพันธ์ เช่น Facebook Instagram และ Line เพื่อให้ผู้บริโภค ในแต่ละกลุ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น