194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

รัฐ-เอกชน เสนอโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 ต่อ คณะรัฐมนตรี

รัฐ-เอกชน เสนอโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 ต่อ คณะรัฐมนตรี 6 ประเด็นสำคัญ อาทิ เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต การท่องเที่ยว และพัฒนาคุณภาพชีวิต นายกรัฐมนตรี ตอบรับ ก่อนมอบหมายคณะรัฐมนตรีดำเนินการขั้นต่อไป

cabinet1-1

          นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี/หัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 นำคณะผู้นำหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนจังหวัดอุดธานี อาทิ นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1/กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 นายวิเชียร ขาวขำ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี นายวิชา จันทร์กลม ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี เป็นต้น ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ และการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์) และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย บึงกาฬ) ซึ่งคณะรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้ทั้งสองกลุ่มจังหวัดได้นำเสนอขอรับการสนับสนุนในประเด็นต่างๆ โดยมองว่าทั้งสองกลุ่มจังหวัดมีศักยภาพในการเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อบ้านทั้ง สปป.ลาว และสหภาพเมียนมาร์ ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก เป็นแหล่งเกษตรอุตสาหกรรมชั้นนำ

cabinet1-6

cabinet1-7

          ในส่วนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ซึ่งมี จังหวัดอุดรธานี เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดฯ โดย นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมประชุม โดยได้สรุปประเด็นนำเสนอ 9 หัวข้อหลัก โดยมี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย และนายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ร่วมกันนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย

cabinet1-4

           นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ด้วยระบบการคมนาคมขนส่งติดต่อกับพื้นที่ตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้ ทั้งภายในประเทศ และเชื่อมต่อไปยัง สปป.ลาว เวียดนาม ถึงจีนตอนใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านโลจิสติกส์ ซึ่งมีข้อเสนอ ดังนี้
           1. โครงข่ายคมนาคมทางอากาศ
           ขอรับการสนับสนุน
           • การพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานเลย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานท่าอากาศยาน เช่น จัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ พร้อมติดตั้งระบบจัดการรักษาความปลอดภัย ขยายลานจอดเครื่องบิน รวมถึงก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่
           • การพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว โดยก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 3 พร้อมปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่ 1 และ 2
ขอให้ศึกษาความเหมาะสม
           • ศึกษาความเหมาะสมระบบการจัดการจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาการติดขัดของยานพาหนะเข้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี
           • ศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างสนามบินบึงกาฬ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมต่อกับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 5 ที่จะสร้างขึ้นในอนาคต

           2. โครงข่ายคมนาคมทางถนน
           ขอรับการสนับสนุนถนนด้านการค้า การลงทุน และการค้าชายแดน โดยขยายช่องทางจราจร และปรับปรุงพื้นผิวจราจร จํานวน 8 สายทาง คือ
           • ทางหลวงหมายเลข 201 ตอนผานกเค้า-วังสะพุง
           • ทางหลวงหมายเลข 2376 ตอนสังคม-โสกกลาง
           • ทางหลวงหมายเลข 2115 ตอนปากภู-โคกใหญ่-ปากห้วย
           • ทางหมายเลข 211 ตอนศรีเชียงใหม่-ห้วยเชียงดา- ปากชม-เชียงคาน ถนนเลียบโขง
           • ทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี-น้ำสวย-สะพานมิตรภาพหนองคาย
           • ทางหลวงหมายเลข 228 หนองบัวลําภู-ศรีบุญเรือง-ชุมแพ-ชัยภูมิ
           • ทางหลวงหมายเลข 2146 หนองบัวลําภู-โนนสัง-อุบลรัตน์-ขอนแก่น
           • ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดบึงกาฬ รองรับการขยายตัวของเมืองและการค้าชายแดนตามโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ ๕ และการเชื่อมต่อกับเส้นทาง R8
           ถนนด้านการท่องเที่ยว จํานวน 2 สายทาง คือ
           • ทางหลวงหมายเลข 2026 ตอนหนองหิ้ง-เหล่าหลวง
           • การปรับปรุงทางหลวงชนบท สาย บก.3009-บ้านโนนจําปา

           3. โครงข่ายคมนาคมทางราง
           ขอให้ ศึกษาความเหมาะสม
           • โครงการท่าเรือบก จังหวัดอุดรธานี ซึ่งรัฐบาลได้มีโครงการรถไฟความเร็วสูงถึงจังหวัดหนองคาย เพื่อรองรับ Platform ของระบบโลจิสติกส์ที่รัฐบาลได้วางไว้ โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนในการเชื่อมต่อทางรถไฟจากสถานีหนองตะไก้ ถึงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี
           • การสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อทุกจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด ซึ่งเหลือ ๓ จังหวัด เลย หนองบัวลําภู บึงกาฬ
           ขอรับการสนับสนุน
           • ขอให้จัดทําแผนแม่บทพัฒนาการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงครบทั้ง 7 จังหวัด
           จากที่กระทรวงการท องเที่ยวและกีฬา จัดทําไว้เดิม 5 จังหวัด คือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยขอให้เพิ่มจังหวัดอํานาจเจริญ และอุบลราชธานี ด้วย พร้อมทั้งจัดตั้งกลไกระดับชาติ ประกอบด้วยผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนและดําเนินการตามแผนแม่บทฯ ข้อเสนอเชิงนโยบาย
           • ขอให้พิจารณาจัดให้ มี Vat Refund for Tourist ณ ด่านพรมแดนทางบก โดยนําร่องที่ด่านหนองคาย และร้านค้าในกลุ่มจังหวัด เพื่ออํานวยความสะดวกและเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ
           • ขอให้พิจารณาดําเนินการจัดมี Visa on Arrival โดยนําร่องที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี

cabinet1-2

cabinet1-3

cabinet1-5

           นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอในประเด็นอื่นๆ โดย นายพรเทพ ศักดิ์สุจริต ประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ได้นำเสนอเรื่องต่างๆ ประกอบด้วย ขอรับการสนับสนุนขยายพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ในกลุ่มจังหวัด โดยการขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่การเกษตรที่เหมาะสม พร้อมติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์, การก่อตั้งศูนย์ Excellent Center เพื่อวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้าน SME, การประกาศให้กลุ่มจังหวัดเป็นคลัสเตอร์ยางพารา ขอให้มีการศึกษาความเหมาะสม ให้จังหวัดอุดรธานีเป็นเมืองสมุนไพร (Herbal City) เพิ่มจากที่กำหนดไว้, ขอรับการสนับสนุนให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดการพัฒนาคุณภาพและศักยภาพการบริหารสุขภาพโรงพยาบาลเลย และโรงพยาบาลวังสะพุง คือ การพัฒนายกระดับระบบบริการสุขภาพด้านการให้บริการผ่าตัดและลดความแออัดในโรงพยาบาลเลย และพัฒนายกระดับโรงพยาบาลวังสะพุงให้มีขีดความสามารถรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และการเป็นโรงพยาบาลแม่ข่าย โดย ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน อาคารไตเทียมและกายภาพบำบัด รวมทั้งจัดหาครุภัณฑ์การแพทย์ เป็นต้น

           นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กล่าวว่า “การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อกลุ่มจังหวัดทั้งสองกลุ่มจังหวัด และคณะรัฐมนตรี ยังเปิดโอกาสให้ทั้งสองกลุ่มจังหวัดได้นำเสนอข้อมูล โครงการเพื่อศักยภาพการพัฒนาที่สอดคล้องกับการพัฒนาภาค โดยในส่วนของกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน 1 ซึ่งมีจังหวัดอุดรธานี เป็นหัวหน้ากลุ่มจังหวัดฯ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี วัฒนา พุฒิชาติ และท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี สิธิชัย จินดาหลวง ได้มีการประชุมระดมความคิดเห็น คัดสรรโครงการ และซักซ้อมแนวทางการนำเสนอโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งจังหวัดอุดรธานี และกลุ่มจังหวัดฯ อย่างเข้มข้นรัดกุม เมื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้ตอบรับทุกประเด็นที่กลุ่มจังหวัดฯ นำเสนอ และจะส่งต่อให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดำเนินการขั้นต่อไป โดยหากรวมทุกโครงการจะมีมูลค่ารวมนับหมื่นล้านบาท หอการค้าฯ ในฐานะของผู้นำองค์กรภาคเอกชน เชื่อมั่นว่า ทุกโครงการที่นำเสนอจะสร้างประโยชน์ต่อกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงไปสู่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ทั้งในภาคการคมนาคม การเกษตร การแปรรูป การพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนภาคการค้า การลงทุนได้อย่างมหาศาล และจะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อประชากรทั้งสองกลุ่มจังหวัดได้ต่อไป”