194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

อุดรธานี เดินหน้าสู่เมืองหลักแห่งการท่องเที่ยว

อุดรธานี เดินหน้าสู่เมืองหลักแห่งการท่องเที่ยว หอการค้าฯ พร้อมประกาศให้ ปี 63 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวภาคอีสาน “Amazing Esan 2020”

          เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี โดยมี นางภาวนา ประจิตต์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี นางอรัญญา อุดมลาภ รองประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ที่ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี

         โดยเมืองรองคือ มีผู้เยี่ยมเยือนน้อยกว่า 4 ล้านคนต่อปี เมืองหลักคือ มีผู้เยี่ยมเยือนมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้แจ้งถึงข้อมูลด้านการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ปี 2561 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 3,720,457 คน วันพักเฉลี่ย 2.42 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,475.83 บาทต่อคนต่อวัน รายได้ทางการท่องเที่ยว 10,841.24 ล้านบาท จำนวนห้องพัก 7,253 ห้อง มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 72.10%

travel2-4

travel2-3

travel2-2

          การเดินทางสู่จังหวัดอุดรธานี แยกเป็น ทางบก โดยรถยนต์ส่วนบุคคล 56% เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ โครงการมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช (ปี 2563) รถสาธารณะ 21% จำนวน 120 เที่ยวต่อวัน ประมาณ 3,240 ที่นั่งต่อวัน หรือ 1,182,600 ที่นั่งต่อปี รถไฟ 8% สถานีรถไฟ กรุงเทพฯ(หัวลำโพง) - สถานีรถไฟอุดรธานี จำนวน 4 เที่ยวต่อวัน ความสามารถในการรองรับมากว่า 2,960 คนต่อวัน หรือมากกว่า 1,080,400 คนต่อปี ทางอากาศ โดยเครื่องบิน 15% อุดรธานีมี 7 เส้นทางบินเชื่อมโยงภายในประเทศ จากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต หาดใหญ่ และอู่ตะเภา(ระยอง-พัทยา) โดย 5 สายการบินคือ สายการบินนกแอร์ จำนวน 18 เที่ยวบินต่อวัน สายการบินแอร์เอเชีย จำนวน 16 เที่ยวบินต่อวัน สายการบินไทยสมายด์ จำนวน 8 เที่ยวบินต่อวัน สายการบินไลออนส์แอร์ จำนวน 12 เที่ยวบินต่อวัน และสายการบินไทยเวียดเจ็ท จำนวน 6 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเส้นทางต่างประเทศอาทิ เวียดนาม ลาว(หลวงพระบาง) จีน และสิงคโปร์ รวมจำนวน 21,900 เที่ยวบินต่อปี โดยเฉลี่ย 60 เที่ยวบินต่อวัน จำนวน 4,708,500 ที่นั่งต่อปี เฉลี่ย 12,900 ที่นั่งต่อวัน โดยปัจจัยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักท่องเที่ยวคือ 1.พาหนะ 2.อาหาร 3.ซื้อของที่ระลึก 4.ที่พัก 5.การท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวเทศกาลต่างๆ ซึ่งหากสมารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เพิ่มความถี่และการเที่ยวในวันธรรมดา รวมทั้งการเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเช่น การขยายวันพัก และค่าใช้จ่ายต่อวัน โดยการสร้างแบรนด์และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

         โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี ได้จัดทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวในปี 2563 คือ 1.กิจกรรมส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวในงาน "เทศกาลเที่ยวทะเลบัวแดง" ระหว่าง 1 ธันวาคม 2562-29 กุมภาพันธ์ 2563 โดยร่วมกับ สายการบินแอร์เอเชีย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย จัดโปรโมชั่นนำ Boarding Pass มาใช้เป็นส่วนลดมูลค่า 250 บาท แลกซื้อกิจกรรมท่องเที่ยว One day trip มูลค่า 999 บาท 2.Udonthani International Jass Festival ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ร่วมกับ เทศบาลนครอุดรธานี โรงแรม presidence UD Town และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ฯลฯ 3. กิจกรรมส่งเสริมการขายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาส 4/2563 (Table top sale) ระหว่างวันที่ 14-16 สิงหาคม 2563 ทั้งจังหวัดอุดรธานีและหนองคาย 4.กิจกรรม Agent FAM trip อย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง 5. กิจกรรม Media FAM trip ทั้งในและต่างประเทศ ไตรมาสละ 1 ครั้ง 6. กิจกรรมส่งเสริมการโฆษณาและประชาสัมพันธ์กิจรรมเทศกาลงานประเพณีตามปฏิทินการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ในช่องทางการสื่อสารต่างๆ

travel2-1

         นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวในที่ประชุมว่า การสำรวจข้อมูลน่าจะมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จำนวนนักเท่องเที่ยวที่เข้ามาในจังหวัดอุดรธานี ยกตัวอย่างเช่น คำชะโนด ปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้มีศรัทธาเดินทางท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคนต่อปี นักท่องเที่ยวที่เข้ามาช่วงบั้งไฟพญานาค จ.หนองคาย โดยใช้จังหวัดอุดรธานีเป็นสถานที่พักค้างคืนซึ่งหมายรวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวจับจ่ายสินค้าภายในจังหวัดอุดรธานีด้วย ซึ่งตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่เป็นทางน่าจะมีประมาณหลักหลายแสนคน ยังไม่รวมกับนักท่องเที่ยวชาวลาวที่เข้ามาจับจ่ายสินค้า เข้ามาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ประเทศเวียดนามที่เข้ามาจากช่องทางด้านชายแดนไทย-ลาวด้วย ดังนั้นตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศในจังหวัดอุดรธานี น่าจะมีกว่า 5 ล้านคน รวมทั้งจำนวนห้องพักและอัตราการเข้าพัก น่าจะมีจำนวนมากกว่าที่แจ้งไว้ ดังนั้นขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนทั้ง สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม ตำรวจท่องเที่ยว และหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกันให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งคาดการว่าสิ้นปี 2562 นี้ จังหวัดอุดรธานีจะสามารถประกาศเป็นจังหวัด "เมืองหลัก" ด้านการท่องเที่ยวได้ ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งจาก ททท. หรือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ให้มีการวางแผนและจัดกิจกรรมต่อไป

travel2-5

          ด้าน นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า เห็นด้วยกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ในการให้สำรวจข้อมูลด้านการท่องเที่ยวใหม่ซึ่งน่าจะมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปมาก เพราะจังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน เป็นจุดเชื่อมโยงไปยังจังหวัดข้างเคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งการเป็นฮับด้านการบิน จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเยี่ยมเยือนเข้ามาเป็นจำนวนมาก
           ในส่วนของหอการค้าฯ เล็งเห็นว่าภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศ เป็นภาคที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวของชาวไทยและต่างชาติในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 มีบทบาทถึง 17% ของ GDP ที่ผ่านมา แม้ในช่วงครึ่งแรกของปี ภาคการท่องเที่ยวจะมีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของประเทศ แต่ในด้านจุดหมายปลายทาง การท่องเที่ยวยังจำกัดอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งมีรายได้รวมกันเกินครึ่งของรายได้การท่องเที่ยวทั้งหมด ดังนั้นหอการค้าจังหวัดภาคอีสาน ได้มีความคิดร่วมกันในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของภาคอีสานให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต อัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชน กระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความสุขที่ยั่งยืน รวมทั้งลดการแข่งขันทางด้านราคาและเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว การเชื่อมต่อระบบคมนาคมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองรองได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และในราคาที่เหมาะสม ช่วยลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลักและก่อให้เกิดการกระจายรายได้ที่ทั่วถึง การรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น การปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติที่ถูกทำลาย
           "หอการค้าจังหวัดภาคอีสาน จึงเห็นพ้องต้องกันในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะประกาศให้ ปี 2563 เป็นปีส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคอีสาน ภายใต้ธีม “Amazing Esan 2020” และหอการค้าจังหวัด ควรมีการจัดกิจกรรม แผนงาน โครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเมืองรอง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับจังหวัด นอกจากนี้ยังจะประกาศเชิญชวนผู้ประกอบการทั้งภาค “งดใช้ถุงพลาสติก”เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการลดโลกร้อนพร้อมทั้งช่วยรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติด้วย"