194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ภาพรวมการส่งออกชายแดนไทย-ลาว 7 เดือนแรก

ภาพรวมการส่งออกชายแดนไทย-ลาว 7 เดือนแรก ปี 63 มูลค่าลดลงกว่า 12.49% สินค้าส่งออกบางรายการสามารถขยายตัวได้ผู้ประกอบการส่งออกของไทย ต้องปรับตัวต่อวิถีการขนส่งข้ามแดนที่ปรับเปลี่ยนสู่วิถีใหม่ จนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลายควบคู่กับการบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

thailao1-12

thailao1-1

          เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ที่ ห้องประชุมทุ่งศรีเมือง 1 โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ อุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานหอการค้าไทย/ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมการสัมมนาเรื่อง "วิถีชีวิตใหม่ของการค้าชายแดนไทย-ลาว ในยุคดิจิตอล - New Normal New Business For SMES" จัดโดย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับ สภาธุรกิจไทย-ลาว และสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป.ลาว การสัมมนาที่เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชน เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อคิดเห็น ส่งเสริมการสร้างครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการการค้าชายแดน ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวต่อวิถีการขนส่งข้ามแดนภายใต้วิถีชีวิตใหม่ในยุคโควิด-19 นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของ สปป.ลาว โอกาสในการลงทุน สินค้า-ธุรกิจที่มีโอกาสใน สปป.ลาว รวมทั้งระบบการจัดเก็บภาษีของ สปป.ลาว โดยมี นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน นายจตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย–ลาว กล่าวรายงาน มี นายสมชัย ไกรครุฑรี ที่ปรึกษาหอการค้าไทย ประธานและคณะกรรมการหอการค้าจังหวัด กรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี สมาชิกหอการค้า สมาชิก YEC หัวหน้าส่วนราชการ และผู้สนใจทั่วไปร่วมการสัมมนา

thailao1-11

         นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการแพร่ทำให้ต้องออกมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระบาดของโรค ด้วยการปิดเมือง ปิดพรมแดน รวมถึงปิดประเทศ โดยมีความเข้มข้นแตกต่างกันไปตามสถานการณ์การระบาดของโรคในแต่ละประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจ สู่วิถีใหม่ ที่เรียกว่า "New Normal" ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านรวม 4 ประเทศมาตรการ ณ ด่านพรมแดน อาทิ มาตรการคัดกรองพนักงานขับรถ มาตรการปิดด่านพรมแดนบางด่านและจำกัดเส้นทางข้ามแดน และมาตรการตรวจป้องกันอื่นๆ ทั้งของไทยและของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าข้ามแดน

         ประเทศไทย กับ สปป.ลาว เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีแนวพรมแดนติดต่อกันรมระยะทางกว่า 1,800 กิโลเมตร การค้าชายแดนจึงมีบทบาทสำคัญ โดยคิดเป็นร้อยละ 99 ของการค้าระหว่างประเทศของไทยกับ สปป.ลาว ที่ผ่านมา การค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี แต่เริ่มมีอัตราลดลงในปี 2562 และตั้งแต่ตันปี 2563 การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทั้งไทย และ สปป.ลาว ต้องออกมาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ณ ด่านพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างกัน โดยในส่วนของ สปป.ลาว คณะกรรมการเฉพาะกิจด้านการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 แห่งชาติของ สปป.ลาว ได้ประกาศมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิต-19 ล่าสุดระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2563 ยังคงปิดด่านท้องถิ่น อนุญาตเฉพาะการขนส่งสินค้าที่ด่านสากล งดออกวีซ่าสำหรับคนทั่วไปและงดการบินเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ สถานการณ์ภาพรวมของการค้าชายแดนระหว่างไทยกับสปป.ลาว (ข้อมูลสถิติของกรมการค้าต่างประเทศ) ในช่วง 7 เดือนแรก ของปี 2563 มีมูลค่า 107,000 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.79 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัด การค้าชายแดนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว จากทั้งหมด 12 จังหวัด ที่มีชายแดนติดต่อกัน มีมูลค่าลดลงเกือบทุกจังหวัด ในส่วนภาพรวมของการส่งออกชายแดนของไทยไป สปป.ลาว ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่าลดลง ร้อยละ 12.49 โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งออกน้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ รถยนต์นั่ง เครื่องสำอางเครื่องหอมและสบู่ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกใน 10 อันดับแรก มีมูลค่าลดลงมาก ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มลดต่ำลง และผลกระทบของโควิด 19 ทำไห้ผู้บริโภค สปป.ลาว ลดการใช้จ่ายสินค้าประเภทคงทนที่มีราคาสูงร่วมถึงสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ

thailao1-3 thailao1-4

thailao1-5 thailao1-6

thailao1-7 thailao1-8

thailao1-8 thailao1-10

          ทั้งนี้ สินค้าส่งออกรายการอื่นใน 10 อันดับแรก ที่ยังสามารถขยายตัวได้ คือ สินค้าปศุสัตว์ สินค้าแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ เครื่องดื่ม สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรอื่นๆ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนภาพรวมของการนำเข้าชายแดนจาก สปป.ลาว ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่าลดลงร้อยละ 0.81 โดยมีสาเหตุหลักจาก การนำเข้าทองแดงและผลิตภัณฑ์เครื่องรับส่งสัญญาณและอุปกรณ์ติดตั้งปูนซิเมนต์ เครื่องรับวิทยุ โทรศัพท์โทรทัศน์ ปุ๋ย ลวด และสายเคเบิลหุ้มฉนวน ที่มูลคำลดลงมาก ในขณะที่ การนำเข้าเชื้อเพลิงอื่นๆ ผัก และของปรุงแต่งจากผัก ผลไม้ และของปรุงแต่งจากผลไม้ มีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มสูงขึ้น

         "สะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางข้อจำกัดของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด19 ณ ด่านพรมแดนของทั้ง 2 ประเทศ การค้าชายแดนระหว่างไทย-สปป.ลาว ยังสามารถดำเนินไปได้ในบางสินค้าสำคัญ และในบางพื้นที่ นอกจากการค้าชายแดนจะมีความสำคัญในบริบทของการค้าระหว่างประเทศของไทยกับ สปป.ลาว แล้ว สปป.ลาว ยังเป็นช่องทางขนส่งสินค้าทางบกของไทยเชื่อมเข้าสู่ตลาดเวียดนาม และจีนตอนใต้ ทั้งนี้ โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในแต่ละประเทศมีความไม่แน่นอน ทำให้ความเข้มข้นของมาตรการผ่านแดนมีความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการส่งออกของไทยจึงต้องปรับตัวต่อวิถีการขนส่งข้ามแดนที่ปรับเปลี่ยนสู่วิถีใหม่ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างแท้จริง โดยต้องบริหารจัดการเวลาขนส่งในทุกเส้นทา โดยเฉพาะสินค้าอาหารสด ผักและผลไม้สดที่ต้องมีแผนสำรองและยืดหยุ่นได้ เพื่อให้พร้อมรับมาตรการคัดกรองทั้งคนและสินค้า บริเวณ จุดผ่านพรมแดน ที่จะยังคงอยู่จนกว่าการแพร่ระบาดยุติ ควบคู่กับการรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในกรณีที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งหากเส้นทางปกติไม่สามารถใช้งานได้ จากการปิดบางด่านชั่วคราวหากโควิด19 กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง"

          กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายที่จะทบทวนขั้นตอน กระบวนการส่งออกทั้งระบบเพื่ออำนวยความสะดวก และลดปัญหาอุปสรรคที่ติดขัดกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึง สปป. ลาว โดยการเจรจาในกรอบการประชุมที่เกี่ยวข้องในระดับทวิภาคี โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า แต่ในชั้นนี้ ยังหยุดชะงักเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดการประชุม อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการผลักดันการส่งออกเซิงรุกอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์กรระบาดของไวรัสโควิด 19 โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมที่เดิมดำเนินการผ่านช่องทางออฟไลน์ ไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์ ดังนี้
         (1) ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรม business matching จากเดิมแบบที่ต้องมีการเดินทางของผู้ซื้อต่างประเทศมายังประเทศไทยเป็นการเจรจาการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่างผู้นำเข้าผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ กับ ผู้ส่งออกไทย ผ่านการประสานงานของทูตพาณิชย์ใน 58 แห่ง 41 ประเทศทั่วโลก ในสินค้าที่เป็นความต้องการของตลาด โดยในส่วนของ สปป. ลาว ได้จัดเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ สินค้าสัตว์เลี้ยงสวยงามและอุปกรณ์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2563และจะจัดเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ สินค้ารายการอื่นๆ ในโอกาสแรกต่อไป
         (2) ปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในประเทศไทยจากออฟไลน์ เป็นงานแสดงสินค้าในรูปแบบเสมือนจริง หรือ ในรูปแบบ Hybrid Exhibition/ที่เป็นการจัดกิจกรรมคู่ขนานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมอบหมายทูตพาณิชย์ประสานเชิญผู้นำเข้าประเทศต่างๆ รวมถึง สปป.ลาว ร่วมชมสินค้าและเจรจาการค้าทางออนไลน์ อาทิ
          - งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น (STYLE Bangkok Telematching : Lifestyle Online Virtual Exhibition) ระหว่างวันที่11 - 14 สิงหาคม 2563
          - งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม (THAIFEX Anuga Asia 2020-The Hybrid Edition) ระหว่างวันที่ 22 - 26 กันยายน 2563
          - งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับผ่านช่องทางออนไลน์ Bangkok Gems and Jewelry Fair (BGJF) Special Edition - On Ground to Online Exhibition ระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2563
         (3) จัดกิกรรมส่งเสริมการขายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ร่วมกับผู้นำเข้าและห้าง modern tradeในต่างประเทศโดยในส่วน สปป.ลาว ได้จัดกิจกรรมเสริมการขายสินค้าอาหาร ข้าว และผลไม้ ร่วมกับซูเปอร์มาร์เก็ตริมปิง ในเวียงจันทน์ ระหว่างวันที่ 28 - 30 สิงหาคม 2563
         (4) ปรับรูปแบบการจัดคณะผู้แทนการค้า (trade mission) จากเดิมที่เป็นการนำผู้ประกอบการเดินทางไปเจรจาการค้าในตลาดเป้าหมายสู่รูปแบบใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ต้องเดินทาง แต่ส่งตัวอย่างสินค้า พร้อมโบรชัวร์สินค้า ไปให้ทูตพาณิชย์เพื่อนำไปจัดแสดงภายในสถานที่จัดแสดงและเชิญผู้ซื้อ ผู้นำเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าพร้อมติดตั้งระบบสำหรับเจรจาการค้าทางออนไลน์
         (5) ผลักดันผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากThaitrade.com ซึ่งเป็นตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E Marketplace) แบบครบวงจรภายใต้การดูแลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ช่องทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
         (6) ปรับรูปแบบการจัดอบรมสัมมนา โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ของกระทรวงพาณิชย์ จกออฟไลน์ สู่ช่องทางออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Live Webinar Edutainment และ e-learning เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้สะดวก โดยไม่ต้องเดินทางและสอดรับกับวิถีชีวิตยุค New Normal โดยเน้นหลักสูตรพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำการตลาดผ่านช่องทางการค้าออนไลน์อย่างครบวงจรและขั้นตอนการส่งออก อาทิ เทคนิคการ ทำการตลาดออนไลน์ยุคใหม่แพลตฟอร์มเพื่อการค้าในประเทศและระหว่างประเทศ การชำระเงินยุคดิจิทัล การขนส่งสินค้า การขายสินค้าออนไลน์แบบข้ามพรมแดน เป็นต้น
         (7) ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้คำปรึกษา จากออฟไลน์เป็นผ่านระบบประชุมทางไกล และแอพพลิเคชั่น Z00m เป็นต้น อาทิ กิจกรรม "On-line Export Clinic 2020 : เปิดโลกการค้ากับทูตพาณิชย์ทางออนไลน์" โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการส่งออกของไทย และจัดเวลาการเข้ารับคำปรึกษาจากทูตพาณิชย์ทั้ง 58 แห่งทั่วโลกเป็นแบบตัวต่อตัว ผ่านระบบการประชุมทางไกล

         สำหรับมูลค่าทางการค้าของ สปป.ลาว (สปป.ลาวไม่ได้พึ่งพาการส่งออกเท่าไหร่นัก)
         มูลค่าการค้าระหว่างไทย-สปป.ลาว : การค้ารวม มูลค่าการค้า 4,039.41 ล้าน USD (-5.95%) ส่งออกมูลค่า 2,222.93 ล้าน USD (-12.22%) และนำเข้า มูลค่า 1,816.48 ล้าน USD (8.57%)
         การค้าไทย-สปป.ลาว (ม.ค.-ส.ค.63) สินค้าส่งออก ประกอบด้วย น้ำมันสำเร็จรูป (-29.22) ปศุสัตว์ (5.43) เคมีภัณฑ์ (0.24) เหล็ก (-19.52) เครื่องสำอาง (-8.96) เครื่องจักรกล (40.54) รถยนต์และอุปกรณ์ (-43.30) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป (8.92) เครื่องดื่ม (-1.02) พลาสติก (-2.16) สินค้านำเข้า ประกอบด้วย เชื้อเพลิง (15.37) อัญมณี (1,241,350,569) ผัก ผลไม้ (110.82) สินแร่ (-48.90) เครื่องจักรไฟฟ้า (-38.31) ปูนซีเมนต์ (-27.91) เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (-57.94) พืช (8.61) ปุ๋ยยากำจัดศัตรูพืช (-12.92) ลวดและสายเคเบิล (-44.44) แร่และผลิตภัณฑ์จากแร่ (-12.26)

         นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของ สปป.ลาว
         1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
         2. การใช้การลงทุนในเขตเศรษฐกิจไทยเขตเศรษฐกิจพิเศษ
         3. ผลักดันการลงทุนในเขต 9 แขนงการ โดยให้ความสำคัญด้านกสิกรรม อุตสาหกรรมแปรรูป การศึกษาและโรงพยาบาล

         โอกาสในการลงทุนใน สปป.ลาว การส่งเสริมลงทุนตามประเภทกิจการ 9 แขนงการ
         1. การใช้เทคโนโลยีสูง
         2. กสิกรรมสะอาด
         3. อุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์กสิกรรม
         4. การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติ
         5. การศึกษา กีฬา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์
         6. สร้างโรงพยาบาลทันสมัย
         7. การพัฒนาสาธารณูปโภค
         8. ธนาคารนโยบายและสถาบันการเงินจุลภาค
         9. ศูนย์การค้าทันสมัย
         เงื่อนไขส่งเสริมการลงทุน
         1. การลงทุนกิจการส่งเสริมต้องมีมูลค่าอย่างน้อย 1,200 ล้านกีบ (4.4ล้านบาท)
         2. มีการใช้นักวิชาการลาว 30 คนขึ้นไป หรือ
         3. มีการใช้แรงงานลาวที่มีสัญญาแรงงานอย่างน้อย 1 ปี ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

         สินค้า/ธุรกิจที่มีโอกาสใน สปป.ลาว
         ภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย เครื่องจักรกลการเกษตร (ขนาดเล็ก) ของตกแต่งบ้าน/โรงแรม/ร้านอาหาร วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ด้านบรรจุภัณฑ์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์อุปกรณ์ ส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า
         ภาคการเกษตร ประกอบด้วย อาหารสำเร็จรูป อาหารทะเลแช่แข็ง ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์ยาง ไก่สดแช่เย็น-แข็ง/เนื้อสัตว์ชิ้นส่วนต่างๆ การทำเกษตร Organic ฟาร์มปศุสัตว์
ภาคธุรกิจบริการ ประกอบด้วย บริการ e-commerce แฟรนไชส์ (อาหารและเครื่องดื่ม) ออกแบบก่อสร้าง ตกแต่งภายใน การวางระบบ IT การศึกษา บันเทิง ถ่ายทำภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า/สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง อู่ซ่อมรถ ล้างรถและประดับยนต์ ร้านเสริมสวย สถาบันความงาม สถาบันฝึกอบรม ซ่อมบำรุงเครื่องใช้ไฟฟ้า บำรุงดูแลรักษา/ซ่อมแซม อาคาร เขื่อน ระบบ IT คอมพิวเตอร์ ฯลฯ

         ระบบการจัดเก็บภาษีของ สปป.ลาว
         1 ภาษีเงินได้นิติบุคคล (กำไร)(Corporation Tax) 24% ไม่เกิน 20% สำหรับธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
         2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีการค้า)(อากรมูลค่าเพิ่ม : VAT) 10% ใช้กับทุกประเภทสินค้าไม่มีการจำแนก
         3 ภาษีศุลกากร Import and Export Duty 0-40% - ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า - มีทั้งภาษีนำเข้า-ภาษีส่งออก
         4 ภาษีสรรพสามิต หรือ (อากรชมใช้) 5-90% - เก็บจากการนำเข้าหรือผลิตภายในประเทศ ในสินค้าฟุ่มเฟือยจากมูลค่าสินค้า
         5 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 0-24% เก็บในอัตราเดียวกันทั้งคนลาว

         จุดแข็ง
         1. แรงงานราคาต่ำ (ค่าแรงขั้นต่ำ 1,100,000 กีบ/เดือน 4,400 บาท)
         2. มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
         3. นโยบายส่งเสริมการลงทุน
         4. Land Link ตั้งอยู่ระหว่างประเทศที่มีเศรษฐกิจขยายตัว (จีน เวียดนาม ไทย และกัมพูชา)
         5. ได้สิทธิพิเศษทางการค้าจาก USA และ EU

         ปัญหา/อุปสรรค
         1. กฎระเบียบ มีการปรับเปลี่ยนบ่อยและไม่ชัดเจน
         2. สินค้าถูกปลอมแปลง ลอกเลียนแบบจากคู่แข่ง
         3. ราคาสินค้าไทยสูงกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
         4. ระบบสาธารณูปโภค ยังไม่ทั่วถึงและมีสภาพไม่สมบูรณ์
         5. สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาทำให้การขนส่งล่าช้า
         6. แรงงานมีจำกัด

         ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ต่อเศรษฐกิจ สปป.ลาว
         การคลัง : หนี้สาธารณะสูงขึ้น ขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
         การเงิน : เงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น การนำเข้าลดลง
         การค้า : การลงทุนชะลอตัว การท่องเที่ยวลดลง อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ความยากจนเพิ่มขึ้น

         นโยบายลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สปป.ลาว
         นโยบายการคลัง : การปรับลดค่าใช้จ่ายร้อยละ 10 ของงบประมาณ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน ขอให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้และขยายวงเงินสินเชื่อ

thailao1-13