194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2

สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 งานออกแบบรายละเอียดงานโยธา โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย) ระหว่างวันที่ 22-25 ธันวาคม 2563

         การจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาของโครงการ ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษาของโครงการ ร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นจะนำมาผนวกไว้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาประกอบการพัฒนาโครงการและการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีความมั่นใจในรายงานและร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม
        แนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมาต่อเนื่องกับสถานีรถไฟนครราชสีมา และมีจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณริมแม่น้ำโรงฝั่งไทย ผ่านพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย ระยะทางประมาณ 356 กิโลเมตร

train5

        การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 (Public Meeting2) ดำเนินการในระดับจังหวัด รวม 4 เวที ในช่วงวันที่ 22-25 ธันวาคม 2563 โดยมีผู้เข้าร่วมการปรุชุมทั้งสิ้น 1,747 ราย เป็นกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย 7 กลุ่มตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 คือ ผู้ได้รับผลกระทบ ผู้ที่รับผิดชอบจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผู้ทำหน้าที่พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการในระดับต่างๆ องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษาและนักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ
       การรับฟังความคิดเห็นในส่วนของจังหวัดอุดรธานี มีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการฯ ประกอบด้วย
       ด้านรายละเอียดโครงการ เห็นด้วยกับการพัฒนาโครงการ
       ด้านการออกแบบด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม มีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการฯ คือ
       1) ควรพัฒนาถนนหนองเหล็ก (ด้านข้างศาลเจ้าปู่-ย่า) เป็นเส้นทางเข้าหลักสู่สถานี แห่งที่ 2
       คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบถนนเข้า-ออกสถานี โดยปรับปรุงถนนเลียบทางรถไฟด้านหลังสถานีรถไฟทางคู่เดิมเพื่อใช้เป็นทางเข้ารอง รวมทั้งได้เชื่อมต่อกับถนนหนองเหล็กแล้ว และออกแบบถนนเชื่อมต่อไปยังถนนทองใหญ่เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารให้เข้าถึงสถานีได้สะดวกยิ่งขึ้น
       2) เสนอให้มีสายจัดฉีดชำระในห้องน้ำผู้พิการและใช้สุขภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและแข็งแรงทนทาน
       คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบให้มีสายชำระในห้องน้ำผู้พิการทุกห้องและมีการเลือกใช้สุขภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน
       3) ควรมีการจัดเส้นทางจราจรบริเวณสถานีให้เหมาะสม
       คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบถนนทางเข้า-ออกให้มีขนาดเพียงพอ และทำทางเชื่อมเพื่อให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกในการเข้าออกสถานีหลายทาง รวมทั้งมีการจัดเส้นทางการจราจรตามหลักวิศวกรรม
       4) เสนอให้ย้ายสถานีออกไปนอกเมือง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด
       คำชี้แจง : รับทราบข้อเสนอแนะ
       5) เสนอให้ย้ายสถานีอุดรธานีไปที่หนองแด ซึ่งมีพื้นที่เพียงพอและอยู่ติดถนนมิตรภาพ เพื่อกระจายความเจริญสร้างงาน รายได้และลดปัญหาการจราจร และเสนอให้เปลี่ยนแปลงพื้นที่ก่อสร้างสถานีไปที่หนองแด เนื่องจากการก่อสร้างสถานีอุดรธานีในตำแหน่งเดิมมีความไม่เหมาะสมหลายประการ เช่น ผลกระทบต่อศาลปู่-ย่า สวนสาธารณะหนองบัว พื้นที่ดังกล่าวเดิมมีสภาพการจราจรติดขัด มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น ซึ่งอาจมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินบริเวณชุมชนหนองเหล็กและส่งผลกระทบให้การดำเนินโครงการล่าช้า
       คำชี้แจง : ขอยืนยันตามผลการออกแบบที่ได้นำเสนอ เนื่องจากบริเวณหนองแดไม่มีความเหมาะสมทางกายภาพ เป็นพื้นที่ลุ่มซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมสถานีได้ ทั้งนี้ จากการประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมโดยคณะอนุกรรมการฯ ได้รับทราบในประเด็นนี้แล้ว
       6) เสนอให้พิจารณาการวิเคราะห์ผลกระทบด้านการคมนาคมให้ครอบคลุม โดยคำนึงถึงการพัฒนาในอนาคตและการจราจรบริเวณที่เกี่ยวข้อง คือ ถนนวัฒนานุวงศ์มี 4 ช่องจราจร เป็นถนนหลักหน้าห้างเซ็นทรัล จะมีการจราจรติดขัดในช่วงเช้าและเย็นที่จะเข้าสู่สถานี ถนนประจักษ์จะมีการจราจรติดขัดในช่วงเย็นและมีการจอดรถซ้อนคัน ถนนโพศรีมีการจราจรติดขัดในช่วงเช้าและเย็น
       คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบถนนเข้า-ออกสถานี โดยปรับปรุงถนนเลียบทางรถไฟด้านหลังสถานีรถไฟทางคู่เดิมเพื่อใช้เป็นเส้นทางเข้ารองและออกแบบถนนเชื่อมต่อไปยังถนนทองใหญ่เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารให้เข้าถึงสถานีได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับถนนของท้องถิ่นที่เชื่อมต่อกับถนนทางเข้า-ออกของโครงการ อาจจะต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาและปรับปรุงเรื่องระเบียบวินัยของการจอดรถของประชาชนให้เป็นระเบียบ
       7) บริเวณตลาดหนองบัว ออกแบบเป็นทางลอดรถยนต์ได้หรือไม่
       คำชี้แจง : บริเวณตลาดหนองบัว ถนนนิตโย ทั้งโครงการรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูงได้ออกแบบเป็นทางรถไฟยกระดับ จึงไม่มีการปรับปรุงถนนนิตโย
       8) ควรคำนึงถึงการออกแบบของโครงการให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน และให้ประชาชนเกิดความพอใจ
       คำชี้แจง : รับทราบข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมต่อไป / โครงการได้ออกแบบทางลอด ทางข้ามให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานของประชาชนในพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งได้จัดประชุมกลุ่มย่อยในตำบลที่แนวเส้นทางโครงการผ่านเพื่อนำเสนอการออกแบบดังกล่าวให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงออกแบบแล้ว
       9) การสร้างทางรถไฟระดับดิบจะเป็นอุปสรรในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตหรือไม่
       คำชี้แจง : รับทราบข้อคิดเห็น
       10) เสนอให้ยกระดับทางรถไฟตั้งแต่อุดรธานีถึงหนองคายเนื่องจากมีความวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยและอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการใช้เส้นทาง และการข้ามทางรถไฟระดับดิน เนื่องจากที่ผ่านมามีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เสียชีวิตจาการข้ามทางรถไฟ รวมทั้งเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและไม่ให้กระทบต่อการเดินทางสัญจรของผู้สูงอายุ
       คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับถนน ซึ่งในการออกแบบทางลอดได้ออกแบบเป็นทางลอดระดับพื้นดิน (ไม่กดระดับถนนลง) ทั้งนี้ ความสูงจากพื้นถนนขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และการใช้งานบริเวณดังกล่าว โดยผู้ใช้เส้นทางจะต้องมีวินัยในการใช้เส้นทางเป็นอันดับแรกเพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น / โครงการรถไฟทางคู่และโครงการรถไฟความเร็วสูง จะไม่มีทางผ่านเสมอระดับเหมือนที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะออกแบบเป็นทางผ่านต่างระดับทั้งหมด จึงช่วยลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้
       11) ขอสอบถามว่าจากการประชุมกลุ่มย่อยที่ อบต.นาพู่ ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้มีการเสนอให้ยกระดับทางรถไฟในพื้นที่ตำบลนาพู่ ระยะทาง 8.8 กิโลเมตร มีความคืบหน้าอย่างไร
        คำชี้แจง : โครงการได้ออกแบบแนวทางเส้นทางบริเวณสถานีรถไฟนาพู่ เป็นการยกระดับสันรางสูงกว่าพื้นที่ดินประมาณ 8-12 เมตร ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อลดผลกระทบกับสถานีรถไฟทางคู่ และมีการยกระดับสันรางรถไฟให้มีทางลอดระดับถนนเดิมที่ตัดกับแนวเส้นทาง เพื่อลดผลกระทบต่อชุมชน
        12) เสนอให้ออกแบบจุดตัดบริเวณบ้านผือ (จุดตัดที่ 227) เป็นทางรถไฟยกระดับแทน เนื่องจากเดิมออกแบบเป็นสะพานรถยนต์ ซึ่งในอนาคตจะไม่สามารถพัฒนาเมืองได้และส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ
        คำชี้แจง : เนื่องจากโครงการรถไฟทางคู่ออกแบบเป็นทางรถไฟระดับดิน จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบเป็นสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ / ปัจจุบันถนนทางหลวงหมายเลข 2021 เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรและมีการลดช่องเหลือ 2 ช่องจราจรช่วงที่ตัดผ่านทางรถไฟ ทำให้การจราจรเป็นคอขวด ส่วนในการออกแบบสะพานข้ามทางรถไฟนั้นจะออกแบบเป็นสะพานขนาด 4 ช่องจราจร ซึ่งจะทำให้การจราจรดีขึ้น

        ด้านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและร่างมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม มีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการฯ คือ
        1) กังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ดังนี้ ปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาการคมนาคมจากผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น ปัญหาอุบัติเหตุและความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับ วิถีชีวิตของประชาชนการประกอบอาชีพ (เกษตรกรรม) ความปลอดภัย ทิศทางการไหลของน้ำ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต
        คำชี้แจง : สำหรับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น โครงการได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ดำเนินโครงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด / การออกแบบทางรถไฟเป็นทางรถไฟยกระดับ จะไม่ส่งผลกระทบต่อจุดตัดเสมอระดับเดิม สำหรับจุดตัดทางรถไฟกับถนน โครงการได้ออกแบบเป็นทางลอดหรือทางข้าม เพื่อลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและลดปัญหาการจราจรติดขัดได้ / เนื่องจากการก่อสร้างทางยกระดับมีงบประมาณสูง ดังนั้น โครงการจึงได้พิจารณาออกแบบโครงการบริเวณสถานีรถไฟทางคู่เป็นสะพานบก (ไม่กดระดับดิน) สูงจากพื้นถนนประมาณ 10 เมตร เพื่อให้มีช่องลอดตรงใช้สำหรับสัญจรไปมาได้ ซึ่งมีความปลอดภัยและสะดวกต่อการเดินทางและไม่กระทบกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ รวมทั้งไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องน้ำท่วมด้วย / การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการได้ศึกษาครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งได้กำหนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อบรรเทาผลกระทบดังกล่าวที่อาจเกดขึ้นแล้ว ซึ่งมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าว จะถูกระบุแนวท้ายในสัญญาจ้างของผู้รับจ้าง ซึ่งถือเป็นข้อกำหนดที่ รฟท.หรือผู้ได้รับมอบหมายและจะต้องปฏิบัติตาม โดย รฟท.ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการจะมีหน้าที่ในการควบคุมการดำเนินงานของผู้รับจ้างด้วย
         2) สอบถามขั้นตอนการเวนคืน เนื่องจากบริเวณจุดตัดบ้านหนองแวงเหนือ-บ้านป่าก้าว จะมีการเวนคืนพื้นที่เพื่อก่อสร้างสะพานรถยนต์ด้วย
         คำชี้แจง : ขั้นตอนการเวนคืน ดังนี้ 1) หลังจากรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่าน 2) เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาเวนคืน (หลังจาก EIA ผ่าน) 3) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ โดยจะมีหนังสือแจ้งขอเข้าสำรวจล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และเข้าสำรวจในระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน นับจากวันพระราชกฤษฎีกาเวนคืนประกาศบังคับใช้ 4) แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดราคา ประกอบไปด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้แทนเจ้าของโครงการฯ ผู้แทนกรมธนารักษ์ ผู้แทนกรมที่ดิน นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น และหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 5) คณะกรรมการกำหนดและประกาศราคาค่าทดแทน โดยจะมีหนังสือแจ้งเชิญให้ทำสัญญาซื้อขาย 6) ขั้นตอนการจ่ายค่าทดแทน ภายใน 120 วัน 7) กรณีไม่พอใจกับค่าทดแทน สามารถยื่นอุทร ภายใน 90 วัน และเข้าสู่ขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากไม่มาทำสัญญาตามกำหนดเวลา จะมีการติดประกาศแจ้งเตือนและออกประกาศวางทรัพย์ที่ธนาคารและเข้าครอบครองพื้นที่

         ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประชาสัมพันธ์ มีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการฯ คือ
         1) เสนอให้ปรับปรุงระบบรับลงทะเบียนล่วงหน้า
         คำชี้แจง : โครงการได้มีหนังสือเชิญประชุม ซึ่งมีหนังสือตอบรับการเข้าร่วมประชุมแนบไปด้วย ซึ่งมีประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมประชุมตอบกลับและแจ้งรายชื่อมาจำนวนหนึ่ง / โครงการเปิดให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางต่างๆ

         ด้านการบริหารจัดการและอื่นๆ มีประเด็นคำถาม ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการฯ คือ
         1) ควรคำนึงถึงผลกระทบจากการใช้รถไฟทางคู่ ที่จะทำให้ปริมาณจราจรบริเวณสถานีอุดรธานี เพิ่มมากขึ้น
         คำชี้แจง : รับทราบข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมต่อไป
         2) จากกรณีบทเรียนโครงการสนามบินที่อยู่นอกเมือง ทำให้ผู้ใช้บริการใช้งานไม่สะดวก
         คำชี้แจง : รับทราบข้อคิดเห็น
         3) สอบถามว่าโครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีกี่สัญญา ได้ผู้รับจ้างครบหรือยัง มีกำหนดจะเปิดบริการเมื่อไร
         คำชี้แจง : โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มี 14 สัญญา โดยก่อสร้างเสร็จแล้ว 1 สัญญา มีผู้รับจ้างแล้ว 6 สัญญา รอลงนามสัญญา 6 สัญญา และจัดเตรียมเอกสารประกอบราคา 1 สัญญา ตามแผนจะเปิดเดินรถในปี พ.ศ.2569

         สำหรับแผนการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย มีแผนการเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2572 โดยมีระยะเวลาก่อสร้างงานโยธา 48 เดือน หรือ 4 ปี และระยะเวลาก่อสร้างงานระบบรถไฟ 66 เดือน หรือ 5 ปีครึ่ง