194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

นวัตกรรม...ทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤตมหาอุทกภัย

นวัตกรรม...ทางออกในการแก้ปัญหาวิกฤตมหาอุทกภัย


          นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบวิกฤตมหาอุทกภัยใน 64 จังหวัดของประเทศ นำมาซึ่งความเดือดร้อนของราษฎรไทยมากกว่า 13 ล้านคน ใน 4 ล้านครัวเรือน (ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โดยเฉพาะความเดือดร้อนจากสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่สะดวกและไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวังป้องกันที่พักอาศัย การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ด้านปัญหาน้ำเน่าเสียจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ปัญหาโรคระบาด สัตว์มีพิษ และแมลง ตลอดจนปัญหาด้านการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ภายหลังจากน้ำลด ปัญหาเหล่านี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก

small_innovtrend



          นอกจากนี้ วิกฤตดังกล่าวยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายของพื้นที่การเกษตรมากกว่า 11 ล้านไร่ ตลอดจนความเสียหายของนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการอุตสาหกรรมจำนวน 7 แห่ง ทำให้ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องระงับสายการผลิต การขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต การขาดจุดกระจายสินค้า ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้นำมาซึ่งการขาดความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาวของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่อาจนำไปสู่การย้ายฐานการผลิตจากไทยไปยังประเทศอื่นๆ ดังเช่น อินเดีย เวียดนาม กัมพูชา และอินโดนีเซียได้

          อย่างไรก็ดี ท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว ผู้ประกอบการบางส่วนก็เริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและหันมาปรับกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ดังนั้น “นวัตกรรมเพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ดังกล่าว จึงนับว่าเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าจับตามองและมีแนวโน้มที่จะสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ผู้ประกอบการที่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เร็ว และเป็นผู้นำในการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อรองรับกับผลกระทบจากสาธาณภัยในครั้งนี้



นวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน

          ประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยมักจะประสบปัญหาในการประกอบอาหาร เนื่องจากพื้นที่ประสบภัยมักจะไม่มีการจ่ายไฟฟ้าและน้ำประปา ส่งผลให้ประชาชนจำต้องรอความช่วยเหลือในการส่งอาหารและน้ำจากเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร อย่างไรก็ตาม ประชาชนในบางพื้นที่นั้นก็ได้รับอาหารปรุงสำเร็จล่าช้า เนื่องจากข้อจำกัดในด้านจำนวนบุคลากรและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนข้อจำกัดในเส้นทางการเดินทางที่อาจต้องมีการเปลี่ยนพาหนะหลายช่วง จึงทำให้อาหารที่ปรุงสำเร็จนั้นอาจเน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภค

          การผลิตอาหารจำเป็นต้องแยกการบรรจุข้าวและกับข้าวออกจากกัน เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหารปรุงสำเร็จให้นานขึ้น อย่างไรก็ตาม อาหารปรุงสำเร็จก็ไม่สามารถเก็บรักษาได้นานเกิน 6-12 ชั่วโมง รวมทั้งคุณภาพทางประสาทสัมผัสของอาหารก็อาจไม่มีความสม่ำเสมอ ดังนั้น สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. จึงได้ให้การสนับสนุน บริษัท เชียงใหม่วนัสนันท์ จำกัด ในการพัฒนาอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวเหนียวนึ่งพร้อมกับข้าว เช่น ไก่อบซอส หรือหมูทอด บรรจุถุงปิดสนิท ที่สามารถฉีกซองรับประทานได้ทันที หรือแช่ในน้ำร้อน 3 นาที เพื่ออุ่นให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น สามารถเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องแช่เย็น ทำให้ง่ายต่อการเก็บรักษาและสะดวกต่อการขนส่ง


นวัตกรรมเพื่อการป้องกันน้ำท่วม

          ปัจจุบัน การสร้างแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วมของประชาชนโดยส่วนใหญ่ยังคงใช้กระสอบทราย อิฐบล็อก หรือแผ่นพลาสติก ทว่า หลายครัวเรือนกลับต้องประสบปัญหาด้านความแข็งแรงของวัสดุที่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้ การติดตั้งทำได้ยากและใช้เวลานาน รวมถึงไม่สามารถปรับระดับความสูงของแนวกำแพงได้ อย่างสะดวก และท้ายที่สุดวัสดุเหล่านี้ก็กลายเป็นขยะที่ไม่สามารถ ใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้น บริษัท เทอร์ม เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จึงได้พัฒนากำแพงป้องกันน้ำท่วมที่ผลิตจากพลาสติกขึ้นรูปหนา 15 เซนติเมตร สามารถประกอบแบบ knock-down โดยใช้เวลาประกอบไม่เกิน 30 นาที นอกจากนี้ ยังสามารถปรับระดับความยาวและความสูงของกำแพงได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ที่ต้องการป้องกันน้ำท่วม โดยรอยต่อระหว่างแผ่นกำแพงจะติดวัสดุป้องกันการรั่วซึมของน้ำ และกำแพงที่ประกอบขึ้นมาจะถูกค้ำยันด้วยชุดต่อผนังเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างมากขึ้น



นวัตกรรมการบำบัดน้ำเสียจากน้ำท่วมขัง

          การที่มีปริมาณน้ำจำนวนมากท่วมขังอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เป็นระยะเวลานานจะเกิดภาวะน้ำเน่าเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชนได้ ดังนั้น จึงได้มีแนวคิดในการนำจุลินทรีย์มาใช้เพื่อการบำบัดน้ำเน่าเสีย อย่างไรก็ตาม การนำจุลินทรีย์มาใช้เพื่อการบำบัดน้ำเน่าเสียยังคงเป็นประเด็นถกเถียงและโต้แย้งจากกลุ่มนักวิชาการและประชาชนถึงประสิทธิภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในการนี้ สนช. จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงในรูปแบบของจุลินทรีย์บอลและจุลินทรีย์น้ำ เพื่อบำบัดน้ำ (ท่วมขัง) เสียในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยได้มีการนำจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาศึกษาประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียนั้น ทั้งนี้ จุลินทรีย์ดังกล่าวประกอบด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ VP1 (พด.6) (กรมพัฒนาที่ดิน) และหัวเชื้อจุลินทรีย์ ARDA 2 โดยความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ. ภูเก็ต) โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต บริษัท ภูตะวันอุตสาหกรรม จำกัด และกรมพัฒนาที่ดิน อนึ่ง ผลจากการดำเนินโครงการฯ สนช. คาดว่าจะนำมาซึ่งองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับรับมือกับเหตุการณ์อุทกภัยในครั้งต่อไป

           นอกจากนี้ บริษัท ไทยเอเย่นซี เอ็นยีเนียริ่ง จำกัด ยังได้ดำเนินการพัฒนาต่อยอดสิ่งประดิษฐ์จากกังหันน้ำชัยพัฒนา ด้วยการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการขับเคลื่อนเครื่องกล เติมอากาศ จึงทำให้เครื่องกลเติมอากาศสามารถทำงานแม้แต่ในพื้นที่ที่กระแสไฟฟ้าไปไม่ถึง อนึ่ง แนวความคิดนี้จะอาศัยหลักการเติมออกซิเจนลงในน้ำเพื่อช่วยให้จุลินทรีย์สามารถกำจัดสารอินทรีย์ต่างๆ ในน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

large_innovtrend


          จากตัวอย่างธุรกิจนวัตกรรมที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าถึงแม้ในยามที่ประเทศต้องประสบกับปัญหาวิกฤตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทว่า ผู้ประกอบการไทยก็ยังคงไม่ย่อท้อ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ ทั้งนี้ สนช. หวังว่าผู้ประกอบการทุกท่านจะสามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตช่วงหนึ่งของการทำธุรกิจนี้ไปได้ และอย่าลืมว่านวัตกรรมเป็นกระบวนการหนึ่งที่สามารถฝ่าวิกฤตในช่วงระยะเวลาสำคัญ ตลอดจนอาจนำไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจในระยะยาวต่อไป


ขอบคุณข้อมูลจาก...คอลัมน์ Innovation Trend
เขียนโดย คุณคุณาวุฒิ บุญญานพคุณ
ผู้จัดการฝ่าย (อุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

จดหมายข่าวเพื่อเครือข่ายนวัตกรรมไทย สำนักงานนวัตกรรม

ปีที่ 8 ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2554