194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

โซลาร์รูฟท็อป ธรรมศาสตร์นำร่องพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต

โซลาร์รูฟท็อป ธรรมศาสตร์นำร่องพลังงานสะอาดเพื่ออนาคต

         การผลิตพลังงานสะอาดใช้เองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งความกล้า และความมุ่งมั่นถือเป็นการสวนกระแสบริโภคนิยมที่นับวันมนุษย์จะทำให้โลกร้อนมากขึ้นทุกที และวันนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตได้ลงมือทำแล้ว ด้วยการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง โดยเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 4 ของโลกที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้มาที่สุด
วันนี้ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยั่งยืน ได้เปิดใจกับทีมงานวารสาร กกพ.คนกำกับ พูดคุยถึงที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าวได้อย่างน่าสนใจ

โมเดลบริหารพลังงานเพื่ออนาคต
          ก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นโดยทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์จากการเผาผลาญเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ทำให้อุณหภูมิของโลกค่อยๆ สูงขึ้นจากเดิม ส่งผลกระทบให้เกิดภาวะโลกร้อน และกลายเป็นภัยคุกคามที่น่าเป็นห่วงยิ่ง
          "บรรยากาศโลกจะถูกคุลมไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ที่หนาขึ้นๆ และผลของมันก็ทำให้โลกนั้นร้อนขึ้น ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เป็นผลที่ตามมา เราอยากเปิดแอร์ห้องเรียน เปิดไฟห้องทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ ด้วยความสบายใจว่าเราไม่ทำให้โลกแย่ไปมากกว่านี้" ดร.ปริญญา กล่าวถึงที่มาของโมเดล
           รองอธิบดีเล่าถึงรูปแบบการดำเนินงานคือ ให้เอกชนมาลงทุนโซลาร์รูฟท็อปแล้วขายไฟฟ้าให้ในราราเดียวกันกับที่ซื้อจากการไฟฟ้าฯ โดยวิธีการเปิดแข่งขัน จนในที่สุดโครงการมูลค่า 750 ล้านบาท ก็ตกเป็นของบริษัทโซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) โดยมหาวิทยาลัยจะได้เงินกลับคืนมา 10 เปอร์เซ็นต์ จากที่จ่ายค่าไฟฟ้าตามที่ใช้จริงให้กับบริษัท ระยะเวลาของสัญญาคือ 21 ปี เมื่อครบกำหนดทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของมหาวิทยาลัย

energy1

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

energy2

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของเอเชียที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาด

           ปัจจุบันมหาวิทยาลัยที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสดงอาทิตย์มากที่สุ 3 อันดับแรก เป็นมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา คือ Colby College (30เมะวัตต์) Arizona State University (24 เมกะวัตต์) และ University of California (16 เมกะวัตต์) โดยภายในปี 2560 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 15 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 4 ของโลก และจะเป็นอันดับ 1 ของเอเชียในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
"มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ใช้ฟ้าประมาณปีละ 70 ล้านหน่วย เฉลี่ยวันละประมาณ 190,000 หน่วย คิดเป็นเงินราว 300 ล้านบาทต่อปี หากโครงการนี้ติดตั้งครบทั้งหมด 15 เมกะวัตต์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยวันละ 7,500 หน่วย เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์" ดร.ปริญญาเล่าให้วารสาร กกพ.คนกำกับฟังถึงการใช้และการผลิตไฟฟ้าในมหาวิทยาลัย
           นอกจากนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังมีโครงการพลังงานสะอาดอีกมากมาย เช่น สวนสาธารณะพลังงานแสงอาทิตย์ ร้านกาแฟพลังงานแสงอาทิตย์ ธนาคารขยะ การผลิตไบโอแก๊สจากเศษอาหาร พร้อมทั้งมีแผนงาน เตรียมขยายพื้นที่การติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปไปยังศูนย์ต่างๆ ทั้งหมด ได้แก่ ท่าพระจันทร์ ศูนย์พัทยา และศูนย์ลำปาง โดยในปี 2560 นี้ ทางมหาวิทยาลัยเตรียมนำร่องโครงการทดแทนพลังงานจากคลื่นจากเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและโรงไฟฟ้าจากขยะ
          วันนี้ ธรรมศาสตร์ ริเริ่มแล้ว เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานสถาบันการศึกษาของไทยจะตื่นตัวและหันมาพัฒนาพลังงานสะอาดกันมากขึ้น โดยไม่ต้องรอรับการอุดหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ข้อมูลจาก วารสาร กกพ.คนกำกับ
ปีที่ 6 ฉบับที่ 22 ธันวาคม 2559-กุมภาพันธ์ 2560
คอลัมน์ สตาร์ทอัฟ หน้า 21