194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

เผาจริง...เผาหลอก...หรือเผาทั้งเป็น?

เผาจริง...เผาหลอก...หรือเผาทั้งเป็น?

 

           ตั้งแต่ปีที่แล้วก็มองว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่ดี มาจนบัดนี้จะสิ้นปี ก็มองว่าปีหน้าที่ใกล้จะมาถึงอีกไม่กี่วัน เศรษฐกิจจะเลวร้ายถึงขั้นถดถอย ซึ่งผมคิดว่าหลายๆ คนตอนนี้คงเห็นด้วยกับผมแล้วกระมัง!


           ปัญหาใหญ่เกิดที่ตลาดการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกาจากวิกฤตซับไพรม์ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจอเมริกา สถาบันการเงินขาดทุนยับเยิน บางรายถึงกับต้องปิดกิจการ ถึงแม้จะยิ่งใหญ่และเปิดมานาน ก็ไม่สามารถฝ่าวิกฤตรอบนี้ไปได้ ที่เหลือก็อ่อนแอ ไม่สามารถทำหน้าที่ตามปกติได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดสภาพคล่อง มีหนี้สิน หนี้เสียมากมาย ผลเสียลามสู่ภาคเศรษฐกิจทั่วไป อุตสาหกรรมน้อยใหญ่ถึงใหญ่มากล้วนมีปัญหา ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเทียบปีที่แล้วหดหายไปโดยเฉลี่ยกว่าครึ่ง คนอเมริกาเริ่มรัดเข็มขัดมากขึ้น พฤติกรรมการใช้จ่ายลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจหดตัวลง การบริโภคลดลง ภาคการผลิตต่างๆ ก็ลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้อัตราการจ้างงานลดน้อยลง คนว่างงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกวันจะมีการปรับลดปลดพนักงานในบริษัท ในอุตสาหกรรมต่างๆ สิ่งเหล่านี้   ชี้ชัดให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังต้องหดตัวตกต่ำต่อไป การใช้จ่ายต่างๆ ก็ต้องลดลงเป็นเงาตามตัว แน่นอนมันกระทบต่อประเทศคู่ค้าที่ขายสินค้าให้สหรัฐอเมริกามากขึ้นทุกที


           เมื่อประเทศพี่เบิ้มอย่างอเมริกาเป็นอย่างนี้ กลุ่มประเทศในยุโรปก็ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งประเทศในเอเชียอย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ฯลฯ รวมทั้งไทยด้วยครับ!
           ถ้าเป็นประเทศอื่น เจอระเบิดนิวเคลียร์ทางการเงินเช่นนี้ ประเทศนั้นคงล่มจมไปแล้ว แต่นี่เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นมหาอำนาจทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจการเงินของโลก เป็นประเทศมหาเศรษฐี รัฐบาลจึงทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไข อุดหนุน ฟื้นฟู ด้วยความรวดเร็วก็ยังเป็นขนาดนี้ ดูแล้วก็ไม่น่าเป็นห่วงเป็นใยมากนัก ยิ่งตราบใดที่ทั่วโลกยังให้ความศรัทธาเชื่อถือในเงิน ยู.เอส.ดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา อยู่อย่างนี้ไม่เสื่อมคลาย โดยไม่กังวลในมูลค่าตัวเองของมัน จะช้าจะเร็วอเมริกาก็จะไปรอดของมันเอง แต่ที่น่ากลัวก็คือประเทศในประชาคมยุโรป ที่มีทั้งประเทศใหญ่น้อย ไม่ทันไรก็ออกอาการให้เห็นแล้ว ดังเช่นประเทศไอซ์แลนด์ ก็ขอรับการช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอ.เอ็ม.เอฟ. ที่คนไทยคุ้นชื่อนี้มากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว!

Image

          ที่เป็นห่วงมากเมื่อทราบข้อมูลว่า สถานการณ์ของสถาบันทางการเงินของประเทศเหล่านั้นคล้ายๆ กับสถาบันการเงินของเหล่านั้นคล้ายๆ กับสถาบันการเงินของประเทศไทย เมื่อตอนเกิดวิกฤตทางการเงินในปี พ.ศ. 2540-2541 คือ ปล่อยกู้เกินความสามารถของตนเอง แทนที่ธนาคารรับฝากเงินแล้วเอาเงินมาปล่อยกู้เท่านั้น กลับกู้เงินระยะสั้นมาปล่อยกู้ด้วย ที่อเมริกาเขารับฝากเงิน 100 แต่ปล่อยกู้น้อยกว่า 100 แต่ที่ยุโรป รับฝากเงิน 100 แต่ปล่อยกู้ 140 แหล่งเงินทุน 40 เอามาจากการกู้ระยะสั้น ดังนั้น ถ้าเจ้าหนี้เรียกหนี้คืน ธนาคารจะหาเงินที่ไหนมาให้ได้ทันก็มีแต่ตายกับตาย!


          ที่มันยังไม่เกิดเรื่อง เมื่อมีวิกฤตการเงินที่สหรัฐอเมริกา ทางรัฐบาลประเทศยุโรปต่างๆ ซึ่งตระหนักในวิกฤตปัญหาการเงินครั้งนี้ต่างโดดเข้ามาอุ้มอย่างเต็มตัว รัฐบาลเข้ามาค้ำประกันธนาคารของเขาทั้งระบบ ประกันแม้กระทั่งการกู้ยืมระหว่างธนาคารต่อธนาคารด้วยกัน ทำให้ประเทศเจ้าหนี้เงินกู้เย็นใจ ในระดับหนึ่งไม่รีบร้อนที่จะทวงเงิน ถ้าไม่เช่นนั้นระบบการเงินของยุโรปก็จะพังเหมือนประเทศไทยในสมัยนั้นแน่ แต่ถึงอย่างไรก็ดีธนาคารในยุโรป ก็ไม่สามารถดำเนินธุรกรรมเป็นเหมือนปกติได้ เช่น ไม่กล้าปล่อยกู้เพิ่ม ต้องเหลือเงินสดดำรงสภาพคล่องไว้ เผื่อขาดเผื่อเหลือ ที่สำคัญที่สุดต้องเก็บเงินสดไว้คืนประเทศเจ้าหนี้ ซึ่งแน่นอนย่อมได้รับผลกระทบในวิกฤตนี้ด้วยเช่นกัน


        ประเทศเจ้าหนี้ที่สำคัญก็คือญี่ปุ่นครับ รองลงมาก็คือจีน แต่ดูเหมือนจะเป็นญี่ปุ่นที่มีปริมาณสูงสุด ตอนนี้เงินไหลคืนกลับประเทศญี่ปุ่น ปริมาณมากทำให้ค่าเงินเยนแข็งตัว ล่าสุดเมื่อเทียบกับยูเอสดอลล่าร์ก็ได้ 88 เยนต่อหนึ่งดอลล่าร์ แข็งค่าที่สุดในรอบ 13 ปี เมื่อยุโรปไม่ค่อยปล่อยกู้ใหม่ ระบบเศรษฐกิจซึ่งต้องอาศัยสภาพคล่อง เงินสดก็เหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่กำลังเหือดแห้ง ท่านคิดสภาพของประเทศในยุโรปตอนนี้น่ากลัวไหมครับ!


        ทีนี้มาถึงเอเชีย มีคนพูดว่าเอเชียมีจีน ญี่ปุ่นเป็นพี่ใหญ่ ประเทศแถวนี้ คงไม่ต้องกังวลมากนั้น ถ้าคิดอย่างนี้ก็น่าใจหายครับ


         ประเทศจีนตัวเลข GDP หรือตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศเติบโตในอัตราตัวเลข 2 หลัก มานานนับ 10 ปี มาปีนี้ ตัวเลขถูกฉุดเหลือ 9% กว่า นี่ขนาดยังไม่หมดปีคำนวณรอล่วงหน้ากันแล้วทั้งๆ ที่ปีนี้ ประเทศจีนมีรายได้อย่างมหาศาลจากแข่งขันโอลิมปิค! ขนาดนี้ยังมีข่าวออกมาตลอดว่ามีการปิดโรงงานแทบจะเป็นรายวัน ที่ชัดเจนที่สุดก็การที่รัฐบาลจีนได้ตัดสินใจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกเป็นเงินกว่า 4 ล้านล้านหยวน (หนึ่งหยวน = 5.50 บาท) แค่นี้น่าจะบอกอะไรต่ออะไรได้หลายอย่าง


        หันกลับมามองประเทศไทย ดูแล้วเศร้าใจครับ ทั่วโลกเขามีปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง ไทยเราก็มีแล้วยังมีเรื่องการเมืองเข้ามาอีก หนักเข้าไปปิดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ความเสียหายมหาศาลแค่ไหน ท่านคงทราบกันอยู่แล้ว ประเทศไทยรายได้หลักอยู่ที่การส่งออกและการท่องเที่ยว รวมแล้วกว่า 70% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อรายได้หลักสองตัวนี้ของประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตการเมืองเช่นนี้ เศรษฐกิจของไทยในปีหน้าจะเป็นอย่างไรท่านคงคาดเดาได้!


         ขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นฝ่ายได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เรียนมาเพื่อทราบล่วงหน้าว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนมาเป็นรัฐบาลก็ไม่ใช่อัศวินขี่ม้าขาว มาช่วยทำให้เศรษฐกิจมาพลิกฟื้นได้ดีโดยเร็ว ตราบใดที่การเมืองไม่มีทางนิ่ง ลำพังรัฐบาลใหม่จะอยู่รอดปลอดภัยไปถึงไหนก็ยังไม่ทราบ อย่ารอ อย่าหวังพึ่งรัฐบาลเลยตอนนี้ท่านต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด


         สิ่งสำคัญ ณ ปัจจุบัน ต้องตรวจสอบสุขภาพของธุรกิจหรือกิจการของเรา ณ สถานการณ์ปัจจุบันและคาดการณ์อนาคต ในเมื่อรู้ว่าเศรษฐกิจมันจะแย่แล้ว คงไม่นอนรอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยมาตระหนัก!


          ธุรกิจของเราตอนนี้คืออะไร มีอะไรบ้าง คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตมากหรือน้อย อย่างไหนดีอยู่ อย่างไหนอาจไม่ดี แนวโน้มล่ะ? คิดว่ามันยังจะดีอยู่หรือไม่ หรือว่ามันจะแย่ลง ถ้าคาดว่าแย่ลง ถึงขั้นเสียหายหรือไม่ สูญเสีย ล้ม? แก้ไขอย่างไร ทำอย่างไร ตอนนี้ธุรกิจในมือ มีอะไรที่เราเข้าใจมันดีมาก มีความสามารถพิเศษ เชี่ยวชาญ แนวโน้มดี อันไหนไม่ดี ถ้าไม่ดีจริงจะจัดการอย่างไร ถ้ามีปัญหาจะควรตัด ควรเลิก ควรทิ้งอย่างไร อันไหนทำต่อ จำหน่ายจ่ายโอนอย่างไรดี ถ้าจำเป็นจริงๆ ควรตัดอะไรเพื่อรักษาอนาคต ต้องคิดต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน รอบคอบ แต่เนิ่นๆ ธุรกิจที่ทำอยู่มีอะไรพอทำการต่อยอดเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม? แม้เล็กน้อยแต่คุ้มก็ควรเอาไว้ สภาพคล่องของธุรกิจเป็นอย่างไรกระแสเงินสดจำเป็นมากในภาวะปัจจุบัน วิเคราะห์กระแสเงินสดความต้องการใช้เงินในช่วงปีสองปีข้างหน้า คาดว่าธุรกิจสร้างรายได้ไม่เพียงพอจำเป็นก็ต้องรีบกู้ ธนาคารเองตอนนี้ก็มีปัญหาระมัดระวังการปล่อยกู้มาก การกระทำอะไรแต่เนิ่นๆ อย่างคนที่มีวิสัยทัศน์ก็น่าจะได้เปรียบการหาแหล่งเงินทุนได้ สิ่งสำคัญที่ตามมา ต้องควบคุมการใช้จ่าย ต้องจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนอะไรรอได้หรือไม่จำเป็นมากก็รอไปก่อน ทำโครงการเพื่อความอยู่รอดธุรกิจก่อนน่าจะเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้ลูกค้าเป็นอย่างไร ลูกหนี้เป็นอย่างไร หนี้สินเป็นอย่างไร ต้องเอาใจใส่อยู่เสมอ สินค้าในสต๊อกมากไปน้อยไป สินค้าจะตกรุ่นหรือเลหลังขายเอาเงินสดไว้ก่อนจะดีหรือไม่ สินค้าที่ฟุ่มเฟือยที่มีอยู่ ถ้าขายได้ราคาพอสมควรเอาเงินสดไว้ก่อนน่าจะดีกว่าหรือไม่ ที่ผ่านมาระบบงานหละหลวม อาจเพราะกิจการเติบโตเร็ว ตอนนี้ได้โอกาสมาปรับปรุงดีหรือไม่? และ......ฯลฯ


           ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งรับด้วยสติปัญญา รับเมือด้วยความรอบคอบ ด้วยความเข้มแข็งอดทนอย่างมืออาชีพ แล้วท่านก็จะอยู่รอดปลอดภัย นำพากิจการเจริญก้าวหน้าด้วยความมั่นคง

ขอเป็นกำลังใจกับทุก ๆ ท่านครับ..