194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ปี 2555 “ปีทองของการลงทุน”

ปี 2555  “ปีทองของการลงทุน”

จากคอลัมน์ UD Econ วารสารหอการค้าฉบับประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555
โดย..นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย

         สวัสดีปีใหม่ครับ ท่านสมาชิกหอการค้าฯ ท่านผู้อ่านวารสารหอการค้าจังหวัดอุดรธานีทุกท่าน ปีนี้ พุทธศักราช 2555 ปีมะโรง หรือ “มังกรธาตุน้ำ” ขอให้ทุกท่านมีความสุข สมหวัง สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ มีแต่เสียงหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ตลอดปี และในโอกาสนี้ ก็ขอ “ซินเจีย หยู่อี่ ซินนี้ ฮวดใช้” ในโอกาส “วันตรุษจีน” ไปพร้อมๆ กันเลยนะครับ

         เปิดศักราชใหม่ ปีนี้ ผมขอเริ่มคอลัมน์ “UD Econ” ด้วยการคาดหมาย “เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจอีสาน เศรษฐกิจอุดรธานี” ว่าตลอดปีนี้แนวโน้มจะไปในทิศทางใด ซึ่งอาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ขอให้ท่านผู้อ่านได้ใช้หลักเหตุผล หลักของความเป็นจริง ประกอบการตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจการค้านะครับ เพื่อจะได้ไม่ผิดพลาด

          “ในปี 55 น่าจะเป็นปีที่เรียกว่า ปีแห่งการลงทุน เพราะหลังจากปี 2554 ที่ผ่านมา เราเจอปัญหาเรื่อง ภัยพิบัติ มหาอุทกภัย เพราะฉะนั้นไม่ว่าภาคเอกชน ภาครัฐ ก็จะเน้นเรื่องการลงทุนเป็นหลักทั้งการซ่อมแซม ฟื้นฟู และเยียวยา ฉะนั้นในปี 2555 นี้ มิติของเศรษฐกิจน่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องไม้ เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงคน เพราะว่าคนมันปีนี้ก็คงจะต้องเริ่มต้นในเรื่องของการที่จะตอบรับ ที่จะเตรียมตัว สรุปคือ ปี 2555 นี้ จะเป็นปีทองแห่งการลงทุน”

          เมื่อมองกลับไปในเศรษฐกิจปี 2554 ถือว่าเป็นปีที่ลำบาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดมหาอุทกภัยขึ้น ทำเกิดความเสียหายกับประเทศมูลค่านับล้านๆ บาท ดังนั้นแนวโน้มปี 2555 จึงถือเป็นเรื่องการลงทุน ภาคเอกชนกำลังจะเริ่มต้นในการลงทุนใหม่ เนื่องจากเกิดปัญหาต้องปิดโรงงาน ส่งผลกระทบกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่สร้างเม็ดเงินหลักในบ้านเรา เมื่ออุตสาหกรรมเสียหาย ทำให้ภาคเอกชนไม่เข้มแข็ง ดังนั้นจึงต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือ โดยการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการลงทุนในด้านต่างๆ ออกมากระตุ้น ทั้งภาคการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรมและภาคครัวเรือน เพื่อให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนได้

          ส่วนผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น วิกฤติการเงินในยุโรปนั้น ด้วยปัจจุบันโลกเป็นระบบ World Wide มากขึ้น ผลกระทบย่อมเกิดส่วนหนึ่ง เช่น ทำให้ความต้องการของตลาดลดต่ำลง เพราะฉะนั้นภาคการส่งออกที่เคยทำเงินให้กับประเทศไทยก็จะเกิดปัญหา รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศต่างๆ ทั่วโลก วิกฤตโลกร้อน หนักบ้าง เบาบ้าง ก็จะส่งผลต่อประเทศไทยได้เช่นกัน แต่ในมุมกลับกัน จะถือเป็นโอกาสที่ดีของคนเอเชีย โดยเฉพาะในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะปัจจุบันกลุ่มอาเซียนมีความเติบโต แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาก เกิดตลาดใหม่ตอบรับในเวทีโลกมากขึ้น ทั้งการย้ายฐานการผลิตจากยุโรปสู่เอเชีย ซึ่งจะช่วยสร้างงาน สร้างเงิน สร้างโอกาสให้กับคนเอเชียมากขึ้น ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ การเป็นประเทศเกษตรกรรมที่จะเป็นแหล่งอาหารเลี้ยงดูชาวโลก จึงจะทำให้ชาวเอเชียมีโอกาสที่จะเติบโตได้มากขึ้นด้วย

udecon

          ในส่วนของเศรษฐกิจของภาคอีสาน แนวโน้มในปีหน้านั้น ถือเป็นโชคดีของภาคอีสาน ที่ไม่เจอวิกฤตในเรื่องของมหาอุทกภัย หรือเจอบ้างก็เพียงเล็กน้อยท่วมขังไม่กี่วัน ส่วนทางภาคกลาง กรุงเทพฯ ภาคเหนือก็โดนเต็มๆ ในระยะเวลาหลายวัน หลายเดือน ฉะนั้นภาคอีสานจึงเมืองที่ทุกคนต่างจับตามอง สังเกตได้ว่ามีนักลงทุน ให้ความสนใจในการซื้อขายที่ดินเข้ามาสอบถามไม่ขาดระยะ โดยเฉพาะสองจังหวัดที่มีความเป็นพระเอกด้านการค้า การลงทุน คือ จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น จึงมีความเติบโตอย่างมาก

          เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ประเด็นแรกคือ ถ้าทุนใหญ่มาลงทุนมาก ก็เกิดปัญหากับทุนเล็ก เรื่องการปรับตัว  มุมมอง วิสัยทัศน์ หรือภาพต่างๆ ที่เห็น รวมถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจจึงต่างกัน อาจจะเหมือนปลาใหญ่มาหุบปลาเล็ก ตรงนี้หอการค้าก็มีความเป็นห่วง ประเด็นต่อมา ด้วยความเป็นภาคอีสาน การรับข้อมูลข่าวสารในความเป็นจริงมีน้อย เพราะฉะนั้นบางคนขายที่ขายทางไป โดยไม่ได้มองลึกซึ้งในเรื่องของการลงทุนข้างหน้าให้กับลูกหลานตนเอง ทำให้เกิดปัญหาในอนาคต จากที่เคยมีที่นาก็จะกลายเป็นแรงงานไป เพราะความเป็นจริงแล้วภาคเกษตรกรเป็นภาคที่แข็งแกร่งที่สุด ที่จะได้ประโยชน์ที่สุดในภาคอีสาน แต่ด้วยความไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร พอมีคนมาเสนอที่ราคาดีก็ขาย โดยไม่ได้คำนึงถึงว่า ในอนาคตที่ดินเหล่านี้จะเป็นของลูกหลาน ทำให้ลูกหลานเสียโอกาสและกลายเป็นผู้ใช้แรงงานไป

          ภาคอีสานนี้ จุดเด่นจะอยู่ที่การทำการเกษตร แยกเป็นเกษตรกรรมเพื่อเป็นอาหาร เพื่อเป็นพลังงาน และเพื่อแปรรูป เหล่านี้จะเป็นพระเอกภาคธุรกิจข้างหน้า ส่วนเรื่องต่อไปที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ เรื่องการท่องเที่ยว ปัจจุบัน เรื่องของ Entertain ต่างๆ ได้ถูกสร้างขึ้น ไม่ว่าการลงทุนของเอกชนทั้งเซ็นทรัล ยูดีทาวน์ ฯลฯ ทำให้อุดรธานีกลายเป็นเมืองแห่งการจับจ่ายใช้สอย โดยสามารถดึงผู้คนจากภูมิภาคอื่น หมายถึงรอบๆ อาเซียนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในบ้านเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องสนับสนุน ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว การผลักดัน ขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เช่น การจัดตั้งหอประชุม เพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้า
นอกจากนี้สิ่งที่ต้องพัฒนา และส่งเสริม คือด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะต้องควบคู่กันกับการดำเนินธุรกิจ เราลองมองภาพง่ายๆ ว่า อุดรธานีในแต่ละวันมีเที่ยวบินหลายๆ เที่ยวมาลงที่นี้ ทำให้มีผู้คนมาคลาคล้ำกันอยู่ที่เมืองอุดรฯ เมื่อไปเทียบกับจังหวัดข้างเคียงซึ่งมีเพียงวันละ 3 เที่ยว ความคึกคักจึงต่างกัน ดังนั้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมากขึ้น ระบบการขนส่ง ระบบโลจิสติกส์จะต้องมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น

          ในส่วนของหอการค้าฯ ปีใหม่นี้ ก็ยังคงทำหน้าที่ในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ดีขึ้นเช่นเดิม เพื่อให้ชาวอุดรธานีได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และพร้อมรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อตนเอง และสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

- สวัสดีปีใหม่ครับ -