- หอการค้าอุดรธานี ร้อง คลังเร่งหามาตรการป้องกันหนี้ NPL 01/01/1970 12:33:27
- หอการค้าอุดรฯ จับมือ ชมรมธนาคาร หาแนวทางป้องกันหนี้ NPL ให้กับนักธุรกิจอุดรฯ 01/01/1970 12:33:27
- หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดการประกวดแผนธุรกิจ ประจำปี 2550 01/01/1970 12:33:27
- หอการค้าฯ จัดประชุมหารือแนวทางป้องปรามการโจรกรรมร้านทอง 01/01/1970 12:33:27
- หอการค้าจังหวัดอุดรธานีร่วมงานThailand Exhibition 2007 01/01/1970 12:33:27
- พฤษภาคม 2550 01/01/1970 12:33:27
- "ตราสารหนี้ (พันธบัตร/หุ้นกู้) : ทางเลือกที่ดีกว่าของการลงทุน" 01/01/1970 12:33:27
- สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกหอการค้าจังหวัดอุดธานี 01/01/1970 12:33:27
- การอบรม ?ทิศทางการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการใหม่? 01/01/1970 12:33:27
- การเปิดศูนย์ประสานงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 01/01/1970 12:33:27
?แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี และรับโอกาสจาก AEC? ตอนที่ 1
- Details
- Category: ข่าวหอการค้า
- Hits: 1279
?แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี และรับโอกาสจาก AEC? ตอนที่ 1
ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช องค์ปาฐกงานดินเนอร์ทอล์ค หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ชี้นักธุรกิจอุดรธานีมีเวลาเพียง 2 ปี 9 เดือนในการเตรียมตัว แนะให้จังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางอีสานตอนบน จัดทำสินค้าเกษตรแปรรูป ดึงวัตถุดิบจาก 5 จังหวัดข้างเคียงเข้าสนับสนุน และใช้โอกาสจากรถไฟจีนที่กำลังเข้ามา สร้างศูนย์ค้าส่งค้าปลีก สร้างเม็ดเงินจากประชาคมอาเซียน
หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดงานดินเนอร์ทอล์คในการประชุมใหญ่ประจำปี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 ที่โรงแรมเจริญโฮเต็ล โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นวิทยากรในหัวข้อ ?แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานี และรับโอกาสจาก AEC? มีสมาชิกหอการค้าฯ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจทั่วไปเข้ารับฟังกว่า 300 คน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บรรยายถึงข้อดี ข้อเสียของการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนว่า จากข้อมูลที่ผ่านมานักธุรกิจจะได้รับทราบข้อมูลการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเฉพาะในด้านดี เช่น จะมีประชากรถึง 600 ล้านคน จะสร้างโอกาสในการประกอบธุรกิจจากจำนวนประชากรดังกล่าว ฯลฯ ซึ่งความจริงแล้วอาเซียนมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ในส่วนของนักธุรกิจเมืองอุดรธานี ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้มแข็ง แต่เราจะต้องวิเคราะห์ต่อไปว่าเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มตัวแล้ว จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาดสัก 1% ของจำนวนประชากรในกลุ่มอาเซียน จะทำการตลาดอย่างไร จึงจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
ก่อนอื่นต้องผู้ประกอบการต้องทราบว่า อาเซียนคืออะไร ซึ่งในวันที่ 1 มกราคม 2558 นี้ ประเทศไทยกำลังจะเปิดสู่อาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยการเปิดสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การจัดตั้งบริษัทในประเทศกลุ่มอาเซียน การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการทำมาตรฐานสินค้าร่วมกัน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2012 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนด ?อาเซียนสปาสแตนดาร์ด? แล้ว จึงขอเตือนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจสปาขนาดเล็กให้เตรียมปรับตัวขนานใหญ่ ไม่เช่นนั้นอาจจะถึงขนาดธุรกิจล้มได้ เพราะมาตรฐานดังกล่าวมีข้อกำหนดมากมายที่ต้องปฏิบัติตาม เริ่มตั้งแต่บุคคลากรผู้ทำการนวด ผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวด ที่นอน ผ้าปูเตียง ตลอดจนทางเข้า-ออก และทางหนีไฟ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการไทยจะไม่ได้เตรียมการในด้านนี้ไว้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมหาวิทยาลัยของรัฐจึงต้องจัดตั้งหลักสูตรสปาขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานี ขอเสนอให้มีการจัดทำหลักสูตร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากประชาคมอาเซียน เพราะจังหวัดอุดรธานีมีพื้นที่ใกล้กับ สปป.ลาว เวียดนาม ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัจจุบัน ?สปาแมเนเจอร์? (ผู้จัดการสปา) กำลังขาดแคลน ทั้งๆ ที่ผู้ทำงานในตำแหน่งนี้จะมีเงินเดือนถึง 50,000 บาท หากมีผู้สนใจเข้าเรียนหลักสูตรนี้แม้จะเสียค่าใช้จ่าย 20,000-30,000 บาท ก็จะคุ้มค่าเพราะจะได้รับค่าตอบแทนถึง 50,000 บาท และรับประกันการมีงานทำแน่นอน
จริงๆ แล้ว ประเทศไทยเป็นประชาคมอาเซียนมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 แล้ว เพียงแต่ยังไม่เต็มรูปแบบเป็นการเปิดเพียง 6 ประเทศคือ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ซึ่งในวันที่ 1 มกราคม 2558 จะเป็นการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบโดยจะเปิดเพิ่มอีก 4 ประเทศ รวมทั้งหมด 10 ประเทศ
สินค้าที่เปิดเสรีได้แก่ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การปรับลดอัตราภาษี หมายความว่า หากนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศกลุ่มอาเซียนไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า แต่ยังคงเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศนั้นๆ ซึ่งก็หมายถึงลดเฉพาะภาษีนำเข้าเท่านั้น เช่นเดียวกับเมื่อประเทศในกลุ่มอาเซียนการนำสินค้ามาจำหน่ายในประเทศไทย การเปิดเสรียังมีข้อยกเว้นในสินค้าบางรายการที่เป็น ?สินค้าอ่อนไหว? ซึ่งหมายถึง หากเปิดสินค้าเหล่านี้จะทำลายอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น ข้าว ภาษียังไม่เป็นศูนย์ในประเทศฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซีย ในประเทศไทยมีสินค้าที่ไม่เปิดเสรีอยู่ 4 ชนิด คือ ไม้ตัดดอก เนื้อมะพร้าวแห้ง มันฝรั่ง และกาแฟ แต่ประเทศไทยเปิดเสรีในสินค้าประเภท ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และน้ำมันปาล์ม
การเปิดเสรีในภาคธุรกิจ ได้แก่การเปิดเสรีการจัดตั้งบริษัท คือเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอาเซียนสามารถเข้าเป็นเจ้าของธุรกิจในประเทศไทยได้ถึง 70% กลุ่มธุรกิจที่เปิดเสรีแล้วปัจจุบันได้แก่ ธุรกิจโลจิสติกส์ โทรคมนาคม สุขภาพ และการบิน ซึ่งคนไทยก็มีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียนได้ 70% เช่นเดียวกัน
ในภาพรวม SMEs ในประเทศไทยจะไม่ออกไปลงทุนนอกประเทศ แต่จะมี SMEs จากอาเซียนเข้ามาแข่งขันในประเทศ การแข่งขันกันในอาเซียน ซึ่งจะมีถึง 3 ระดับ ประกอบด้วย (1) แข่งขันของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มอาเซียน (2) แข่งขันกับบริษัทในกองทุนของรัฐบาลอาเซียน เช่น กองทุนเทมาเส็ก ของสิงคโปร์ ซึ่งได้รับสิทธิ 70% เช่นกัน และ (3) แข่งขันกับผู้ประกอบการที่ไม่ใช่กลุ่มอาเซียน แต่เข้ามาทำธุรกิจในกลุ่มอาเซียน เช่น บริษัทของสหรัฐอเมริกาเข้าไปตั้งโรงงานในสิงคโปร์ ก็จะได้สิทธิพิเศษในข้อตกลงอาเซียนด้วย
ผู้ที่จะได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแข่งขันทั้ง 3 ระดับนี้คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งต้องกลับไปคิดแล้วว่าพร้อมรับกับการแข่งขันเหล่านี้หรือไม่
ที่สำคัญมากกว่านั้นคือประเทศจีน ซึ่งมีโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเข้าไปในเวียงจันทน์ สปป.ลาว และทำท่อส่งน้ำมันและทางรถไฟเข้าไปที่ท่าเรือเจ้าผิว ประเทศพม่า
พม่ามีท่าเรือสำคัญ 3 แห่ง สำหรับท่าเรือน้ำลึกทวาย มีพื้นที่มากถึง 150,000 ไร่ ใหญ่กว่าแหลมฉบังประมาณ 10 เท่า ใช้งบประมาณการลงทุน 4 แสนล้านบาท คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 10 ปี โครงการนี้ทำให้ราคาที่ดินพื้นที่จากพุน้ำร้อนเข้าสู่ท่าเรือทวาย ระยะทาง 160 กิโลเมตรเพิ่มขึ้น 30% ที่ดินและตึกแถวในตัวเมืองทวายราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 500% โครงการนี้ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานเข้าไปดำเนินการ และในปี 2015 จะสร้างถนนจากทวายเข้ามาที่พุน้ำร้อนให้เสร็จ นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยจะได้จากท่าเรือทวาย?
(อ่านต่อฉบับหน้า)
-
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2556 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดย นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าฯ ได้จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี หอการค้าฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เชยคำแหง, นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง, นายสมชัย ไกรครุฑรี, นายสุระชัย ทวีแสงสกุลไทย อดีตประธานหอการค้าฯ, นายสมยงค์ ตระกูลจึง พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี, นายสงวนศักดิ์ ชีวรัตน์ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมแสดงความยินดีและรับประทานอาหารร่วมกับ คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี สมัยที่ 15 สมาชิก YEC รุ่นที่ 1-2 และสื่อมวลชน14 view 2013-06-14 04:21:34
-
หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพแรงงานอุดรธานี ตาม MOU ร่วม 3 หน่วยงาน21 view 2013-06-11 03:58:22
- หอการค้า MOU ร่วม 3 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานอุดรธานี 2013-06-11 03:56:05
- กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ วายอีซี รุ่น 2 มอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคให้กับคนพิการจังหวัดอุดรธานี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจกับกลุ่มคนพิการ 2013-06-11 03:51:11
- ประชุมกรอ.อุดรธานี 2013-06-10 04:57:39
- YEC มอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรม Thank You Day Party 2013-06-10 04:30:59
- บรรยายพิเศษให้ สศช. 2013-06-06 07:16:57
- แถลงข่าวเปิดเส้นทางบินตรงเกาหลี 2013-05-30 08:48:09
- LAOS-THAI BUSINESS OUTLOOK 2013-05-30 08:45:07
- ประชุมYEC 2013-05-30 08:41:16
194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000


































