194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

ผู้บริหารสูงสุดจังหวัดอุดรธานี กับนำพาจังหวัดอุดรธานีสู่ความเติบโต

ผู้บริหารสูงสุดจังหวัดอุดรธานี กับนำพาจังหวัดอุดรธานีสู่ความเติบโต พร้อมรับ AEC
“นพวัชร สิงห์ศักดา” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

        สวัสดีค่ะ “ศมน ชคัตธาดากุล” กับรายการ “รันเวย์ซีอีโอ” โดยหอการค้าจังหวัดอุดรธานี

ranway1-3

        วารสารหอการค้าฯ ฉบับนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดอุดรธานี “ท่านนพวัชร สิงห์ศักดา” ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

ranway1-2

        ท่านนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีว่า “พื้นเพครอบครัวเป็นชาวอีสาน เกิดที่จังหวัดนครราชสีมา คุณแม่รับราชการครู คุณพ่อรับราชการทหารจึงได้เดินทางไปรับราชการที่กรุงเทพมหานคร ได้ใช้ชีวิตจนเติบโต และรับการศึกษาที่กรุงเทพฯ เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์จอห์น สมัยวัยรุ่น การใช้ชีวิตไม่แตกต่างจากสมัยนี้มากนัก เพียงแต่ไม่มีสถานบันเทิง เทคโนโลยี สิ่งล่อตาล่อใจจำนวนมากเหมือนสมัยนี้ ผมใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่แตกต่างจากต่างจังหวัดสมัยนี้ เพราะกรุงเทพในสมัยก่อนก็ไม่เจริญมากนัก ไปโรงเรียนโดยการนั่งรถเมล์ การเดินทางสะดวก รถไม่ติด การใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับเพื่อนเล่นกีฬา และเป็นคนชอบประวัติศาสตร์ ที่ชอบไปเที่ยวมากที่สุดคือ พิพิธภัณฑ์”

ranway1-1

        ในระดับอุดมศึกษา เข้าศึกษาที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่มีคุณค่ามาก เพราะมหาวิทยาลัยสอนให้เรารู้จักเพิ่งพาตนเอง ต้องค้นหาความรู้เพิ่มเติม แต่เมื่อเรียนถึงชั้น ปี3-4 ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับอาจารย์มากขึ้น ได้ข้อแนะนำจากอาจารย์ค่อนข้างมากในเรื่องของการดำเนินชีวิต การสร้างอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมุ่งหวังในการเข้ารับราชการ เนื่องจากเรียนสาขารัฐศาสตร์ คณะวิทยาการปกครอง ทำให้เรามองถึงอนาคตราชการโดยอาจารย์เป็นผู้แนะนำ โดยมีแรงบันดาลใจจากเพื่อน ความชอบด้านประวัติศาสตร์ ประกอบกับคุณพ่อ คุณแม่รับราชการ และอาจารย์มีส่วนกระตุ้นให้มีความอยากเป็นนักปกครอง เมื่อเรียนจบได้ไปสอบเข้าเป็นปลัดอำเภอ และเลือกลงในต่างจังหวัด จังหวัดที่ได้เป็นจังหวัดสุดท้ายที่เลือกคือ จังหวัดเพชรบูรณ์

         การทำงานปลัดอำเภอ ได้ทำงานที่แรกคือ อำเภอศรีเทพ ใกล้จากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ 122 กม. เป็นมีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างมาก จึงได้มีโอกาสเรียนรู้ใน “วิชาจับไม้” ต้องทำงานร่วมกับชาวบ้านเพื่อหาข้อมูล ได้จับการตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกที่ดิน การจัดอบรมชาวบ้าน หลังจากนั้นได้เข้ารับการอบรมที่ กรมการปกครอง “ปลัดอำเภอฝ่ายสงเสริมการปกครอง” ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานมวลชน การส่งเสริมประชาธิปไตย การต่อสู้ในแนวทางคอมมิวนิสต์ด้วยประชาธิปไตย และการจัดตั้งหมู่บ้านอาสาการพัฒนาป้องกันตนเอง และได้ย้ายจากอำเภอศรีเทพ ไปที่ อำเภอหล่มเก่า เป็นพื้นที่ภูเขา ติดกับจังหวัดเลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก การทำงานในสายงาน กอรมน. มีภารกิจดูแลกำลังพล อส. และได้พบคู่ที่ชีวิตที่นั่น เรียกได้ว่า “พบรักที่หล่มเก่า”

        สำหรับคู่ชีวิตคือ “ท่าน สิงห์ศักดา” ขณะนั้นทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศึกษาธิการอำเภอ ได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน ครั้งหนึ่ง กองกำลังพลเรือน ตำรวจทหาร เปิดยุทธการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะในสมัยนั้นกองการร้ายคอมมิวนิสต์เข้ามาก่อกวนไม่ให้ประชาชนเก็บผลผลิตทางการเกษตรพืชไร่ได้ อำเภอจึงได้ร่วมกับทหารพราน จัดกำลังเข้าไปดูแลชาวบ้าน ผมได้คุมกำลัง อส. ไปร่วมกับทหารดูแลพื้นที่ ทางอำเภอก็ได้จัดหน่วยให้กำลังใจ ส่งเสบียงขึ้นไป และแฟนผมก็ได้ไปให้กำลังใจด้วย จึงรู้สึกประทับใจ ได้คบหาดูใจกันมาตั้งแต่นั้นภายหลังจึงได้แต่งงาน ปัจจุบันมี ธิดา 1 คน และบุตร 1 คน

       ทำงานอยู่ต่างจังหวัด 4 ปี จึงได้ย้ายเข้า กรุงเทพฯ สมัยนั้นได้เปิดการทำระบบทะเบียนราษฎรด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ในการสร้างฐานข้อมูล เปิดรับปลัดอำเภอเข้ามาอยู่ส่วนกลางค่อนข้างมาก จึงได้ขอย้ายเข้าทำงานในและคิดว่าน่าจะต้องมีการพัฒนาความรู้ความสามารถ จึงได้ศึกษาระดับปริญญาโท ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

       หลังจากนั้นได้ทำงานในตำแหน่ง “นายอำเภอ” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นักปกครองภาคภูมิใจที่สุด เรียกว่า “ตำแหน่งนายอำเภอคือสูงสุด เกินกว่านายอำเภอคือกำไรชีวิต” การทำงานนั้นมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน อำเภอแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นหลักการทำงานคืออยู่ที่ไหนต้องเรียนรู้คน รู้จักพื้นที่ และรู้จักงาน ซึ่งคล้ายคลึงกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานหลักการทรงงาน ซึ่งก็คือ “ภูมิสังคม” ต้องเรียนรู้ในแต่ละท้องที่ หลังจากนั้นได้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง” ทำหน้าที่ตรวจงานในหน้าที่ของกรมการปกครอง เช่น ปลัดจังหวัด จ่าจังหวัด นายอำเภอ ติดตามการทำงานในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่กำหนดไว้ว่าเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่
การดำรงตำแหน่งเป็น “รองผู้ว่าราชการจังหวัด” เริ่มจังหวัดแรกคือ จังหวัดบุรีรัมย์, จังหวัดนครพนม, จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจดีมากโดยเฉพาะภาคเอกชนเช่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรม เมื่อได้มีการพูดคุยทำให้ทราบว่า ภาคเอกชน มีความเข้มแข็งมาก เรียกว่า ภาครัฐแทบไม่ต้องสนับสนุนมากนัก แต่จะต้องมีส่วนร่วมในการทำงานถือเป็นจุดแข็งของจังหวัดอุดรธานี

       การดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัด” จังหวัดแรกคือ จังหวัดมหาสารคาม ต้องขอบคุณจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากได้ทำงานเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีมาก่อน ทำให้ได้ประสบการณ์ด้านความคิด การพัฒนาของภาคเอกชนส่วนหนึ่ง และอุดรธานีจังหวัดใหญ่มีพื้นที่มาก มีปัญหาหลากหลาย ทำให้ประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา จังหวัดมหาสารคาม เป็นจังหวัดที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น เป็นเมืองการศึกษาเรียกว่า “ตักษิรานคร” เศรษฐกิจเติบโตจากการให้บริการทางการศึกษาแก่นักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท เมื่อเป็นเมืองการศึกษา ปัญหาด้านสังคมก็ตามมา เช่น การแก้ปัญหาร้านเกมส์ สถานบันเทิงต่างๆ เป็นต้น

ranway1-4

       ท่านนพวัชร สิงห์ศักดา เล่าว่า การกลับมาทำงานในฐานะ “ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี” แม้จะเคยทำงานที่นี่มาก่อนแล้ว เมื่อกาลเวลาผ่านไป จังหวัดมีความเติบโตขึ้น สิ่งต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องมีการเรียนรู้เพิ่มเติม แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือ ภาคเอกชนที่มีความเข้มแข็ง มีการต่อยอดการทำงานอย่างต่อเนื่อง จนเกิดโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่น นิคมอุตสาหกรรม สนามบินเป็นนานาชาติ ซึ่งภาคเอกชนเป็นผู้ผลักดันร่วมกับภาครัฐ เสนอครม.สัญจรเมื่อปี 2555 จนได้รับงบประมาณ มีการก่อสร้างอาคารเพิ่มขึ้น เพิ่มศักยภาพให้กับจังหวัดอุดรธานี ส่วนการบริหารงานจังหวัด ต้องบริหารงานตามยุทธศาสตร์ที่กำหนด เช่น ยุทธศาสตร์ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อุดรธานีมีพื้นฐานที่เข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เป็นต้นทุนที่ดีที่มีโดยเฉพาะในด้านศาสนาทำให้บ้านเมืองอยู่ดีมีสุข ส่วนที่ต้องผลักดันต่อไปคือ AEC

      “สำหรับจังหวัดอุดรธานี การกำหนดอนาคตของจังหวัด จะต้องถามประชาชนชาวอุดรธานีว่าอยากให้เป็นไปในทิศทางใด ต้องร่วมคิด ร่วมทำ คิดร่วมกันว่าอยากเป็นอย่างไรในอนาคต และที่สำคัญคือ ความสามัคคีของคนในจังหวัด ในการจับมือร่วมกันพัฒนา ลดการขัดแย้ง ลดทิฐิ และก้าวไปด้วยกัน คือหัวใจสำคัญที่สุด”

จากคอลัมน์ "รันเวย์ซีอีโอ" ในวารสารหอการค้าจังหวัดอุดรธานี
ฉบับประจำเดือนมกราคม 2558
โดย นางศมน ชคัตธาดากุล กรรมการนายทะเบียนหอการค้าฯ