194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

สรุปผลการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 34

สรุปผลการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 34

bom1

          เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดย นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และสมาชิก ร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน จัดโดย หอการค้าไทย และหอการค้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าภาพสถานที่จัดงาน

          การสัมมนาเริ่มในภาคเข้า ที่ เดอะฮอลล์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 2 อยุธยาซิตี้พาร์คจ.พระนครศรีอยุธยา รับฟังการปาฐกถาพิเศษ “ยุทธศาสตร์การค้าสู่ Thailand 4.0” โดย ดร.สุวิทย์เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต่อด้วยการปาฐกถาพิเศษ “70 เส้นทางตามรอยพระบาท สู่ประเทศไทย 4.0” โดย นางกอบกาญจน์วัฒนวรางกูรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นวัตกรรม ทำจริง สู่การขับเคลื่อนประเทศไทย”
โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรี

          และการประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาค 5 ภาค และแนวโน้มเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดปฏิญญาอยุธยาขึ้น คือ
          1. หอการค้าทั่วประเทศจะประสานพลังร่วมมือตามแนวทางประชารัฐ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Inclusive Growth)
          2. หอการค้าทั่วประเทศ จะสนับสนุนภาครัฐ ในการขับเคลื่อนประเทศไทย ตามนโยบาย Thailand 4.0
          3. หอการค้าทั่วประเทศ จะลงมือทำ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล มาให้พัฒนากระบวนการทางธุรกิจไปสู่ การค้าและการบริการ 4.0 (Trade and Service 4.0) ซึ่งเป็นการค้าและบริการบนระบบอัจฉริยะ (Smart Platform)

          ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว หอการค้าคาดว่า ช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าและการบริการของประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท หรือช่วยให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 0.4-0.7% ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปี 2560 เติบโตที่ระดับ 4.0%

                           bom3
          สำหรับสรุปผลการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 แยกเป็นการสัมมนาใน 3 กลุ่ม คือ
กลุ่ม 1 เรื่อง "การเชื่อมโยงธุรกิจในภูมิภาค CLMVT+" (CLMVT : Regional Value Chain Linkage) โดยจะดำเนินการคือ

          - ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะผลักดันให้ยกระดับด่านการค้าเพิ่มขึ้นขยายเวลาเปิดด่านการค้าชายแดน

          - ปลดล็อคทางการค้า โดยใช้เงินสกุลท้องถิ่น, ยกเลิก NTM/NTB, ผลักดันความตกลง GMS CBTA, การนำเข้าสินค้า, ความร่วมมือการขนส่งสินค้า
          - Knowledge Tank เป็นศูนย์รวมข้อมูลการค้า การลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย สามารถหาข้อมูลได้ในจุดเดียว และพัฒนาบุคลากรและการศึกษา เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีความพร้อมในการเข้าสู่ตลาด CLMV รวมทั้งบุคลากรในประเทศ CLMV เพื่อรองรับการลงทุนของธุรกิจไทย
          - การอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ACMECS Single Visa, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การรักษาพยาบาล ความร่วมมือระหว่างกัน การพบปะกันระหว่างกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC
          - การตั้งศูนย์กระจายสินค้า Team Thailand + ปลดล็อคปัญหาทางการค้าที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่
กลุ่มที่ 2 "องค์กรที่ประสบผลสำเร็จในสภาวะเศรษฐกิจยุคใหม่" (Successful Enterprise for Modern Environment) โดยจะดำเนินการประกอบด้วย
          - สร้างข้อมูลการพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการด้าน E-commerce, digitize และการประกอบการโดยมีระบบ Big Data ที่เข้าถึงง่าย และเพิ่มจำนวนงานวิจัยและพัฒนา
          - เพิ่มมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการ โดยการใช้นวัตกรรมและเชื่อมโยงนวัตกรรมกับภาคการผลิต เช่น คูปองนวัตกรรม เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการที่ใช้นวัตกรรม IDE และ Smart Entrepreneur และคัดเลือกและผลักดันแผนงานโครงการที่มีศักยภาพในด้านธุรกิจ สำหรับผู้ประการที่หาแหล่งเงินทุน เอื้ออำนวยความสะดวกทางด้านธุรกิจให้ก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0 เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจ (Ease of Doing Business) โดยเฉพาะนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนามากขึ้น
     - สร้างระบบเทคโนโลยีและ Digital สำหรับธุรกิจยุคใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับเทคโนโลยีและครอบคลุมทุกพื้นที่รวมถึงพัฒนาระบบป้องกันความเสี่ยงและความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเข้าสู่ประเทศไทย 4.0

      กลุ่มที่ 3 "การสร้างเศรษฐกิจจากวัฒนธรรม" คือ
      1. การปรับเปลี่ยนภาคการบริการ (Service Sector) ของประเทศไทยให้เข้าสู่ "Thailand Services 4.0" โดยดำเนินการผ่านแนวคิด "Cultural Economy"
      2. ขับเคลื่อนการสร้าง Cultural Economy ผ่านโครงการ "ไทยเท่ ทั่วไทย" ซึ่งเป็นการจัดประกวดโครงการที่นำวัฒนธรรมท้องถิ่น ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ มาสร้างสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ให้กับเศรษฐกิจในพื้นที่แต่ละจังหวัดทั่วประเทศไทย
      3. แนวทางของหอการค้าไทยและหอการค้าทั่วประเทศ ในการสนับสนุนการขับเคลื่อน Cultural Economy โดยเสริมสร้างผู้ประกอบการให้มีขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น ตามแนวคิด Cultural Economy ผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การสัมมนาการศึกษาดูงาน การฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ เช่น หลักสูตร IDEA ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น

      โดย หอการค้าไทย มอบสรุปผลการสัมมนาฯ จัดทำเป็นสมุกปกขาว มอบให้กับ รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ภาครัฐได้พิจารณาดำเนินการต่อไป