194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

รัฐ-เอกชน เตรียมดัน "นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี" เทียบชั้นอินเตอร์

รัฐ-เอกชน เตรียมดัน "นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี" เทียบชั้นอินเตอร์ ชู ระบบขนส่งสินค้าทันสมัยแห่งแรก

          หอการค้าจังหวัดอุดรธานี สนับสนุนการจัดทำโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เดินหน้าผลักดันโครงการ เพื่อให้เกิดการลงทุน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับจังหวัด โดยได้มีความคืบหน้าการผลักดันโครงการฯ ทั้งการเสนอต่อคณะกรรมาธิการการคมนาคม กรอ.กลุ่มจังหวัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง รวมทั้งได้เข้าให้กำลังใจกับผู้บริหารโครงการฯ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันโครงการสู่ความสำเร็จ

          คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงพื้นที่อุดรธานี-หนองคาย ดูงานด้านคมนาคมและโลจิสติกส์

nikom1-1

nikom1-2

          คณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำโดย พลโท จเรศักดิ์ อานุภาพ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และหนองคาย ศึกษาดูงานด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ ระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2560
โดยในวันที่ 3 กันยายน 2560 พลโท จเรศักดิ์ อานุภาพ ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมฯ และคณะ ได้เดินทางเยี่ยมชมความก้าวหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรม จังหวัดอุดรธานี โดยมี นายสุวิทย์-นางอรพิน พิพัฒน์วิไลกุล ผู้บริหารโครงการฯ ให้การต้อนรับ
          ทั้งนี้ โครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ตั้งขึ้นตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 เป็นนิคมสีเขียว รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2561 ประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมาย คือ ยางพาราขั้นปลาย การแปรรูปสินค้าเกษตร ผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะและประกอบรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์กลางการขนส่งและกระจายสินค้า ในส่วนความคืบหน้าโครงการฯ ทีมงานวิศวกรรถไฟ ได้ลงพื้นที่สำรวจและออกแบบแนวราง ไม่บดบังทิวทัศน์ ไม่กีดขวางการเดินรถ การบำรุงรักษาทางและอาณัติสัญญาณแต่อย่างใด และได้ขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย เชื่อมรางรถไฟจากสถานีรถไฟหนองตะไก้ เข้าไปจ่อที่นิคมฯ และจ้างที่ปรึกษาออกแบบศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่โครงการ
ต่อมาในวันที่ 5 กันยายน 2560 คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารภาครัฐ นำโดย นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชนประกอบด้วยหอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดยนายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี นายวีระพงษ์ เต็งรังสรรค์ รองประธานสภาอุตสาหกรรม รวมทั้ง นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและอดีตประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมให้ข้อมูล
          ที่ประชุมได้พิจารณาในประเด็นต่างๆ อาทิ ปัญหาและความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมของภาคเอกชนนำเสนอโดยหอการค้า อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัด ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม โดยนายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าฯ ได้เสนอแผนพัฒนาทางหลวงจังหวัดอุดรธานี 4 โครงการ ซึ่งโครงการที่ 2 เป็นการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 2 ตอน โนนสะอาด-อุดรธานี เป็นทางแยกเข้านิคมอุตสาหกรรม
ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และแผนพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า การเชื่อมต่อนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี กับสถานีรถไฟหนองตะไก้ นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีได้เสนอขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ คือ สาธารณูปโภคพื้นฐาน ก่อสร้างรางรถไฟจากสถานีหนองตะไก้ ถึงพื้นที่เชื่อมต่อเข้านิคม ขอรับการส่งเสริมสิทธิประโยชน์พิเศษจาก BOI เทียบเท่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งร่วมประชุมไม่ได้สร้างความชัดเจนแก่ผู้บริหารโครงการเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการเชื่อมต่อทางรถไฟระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตรไปจ่อที่ที่ดินของนิคมฯ ไม่สามารถได้ข้อสรุปเพื่อนำเสนอต่อผู้สนใจโครงการได้


          หอการค้าอุดรฯ รุดเข้าพบผู้บริหาร “นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี” เพื่อให้กำลังใจ ตรวจสอบสถานการณ์ เดินหน้าผลักดันเต็มกำลัง  

nikom1-3

nikom1-4

nikom1-5

nikom1-6

          วันที่ 18 กันยายน 2560 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดย นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า, นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายยงยุทธ วัฒนธีรวุฒิ เลขาธิการหอการค้า พร้อมคณะกรรมการ รวมทั้งนักธุรกิจในจังหวัดอุดรธานี เข้าพบ “เสี่ยต้อยติ่ง” นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ประธานกรรมการ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด ผู้ประกอบการโครงการ “นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี” ณ สำนักงานโครงการฯ ชั้น 4 อาคารต้อยติ่ง ถนนทหาร อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังเกิดอุปสรรคการเชื่อมต่อรางรถไฟเข้าไปในโครงการฯ จนกระทั่งมีการประกาศยุติโครงการ
         นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล ประธานกรรมการ บริษัท เมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี จำกัด กล่าวว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมได้ขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐในการก่อสร้างรางรถไฟจากสถานีหนองตะไก้ ถึงพื้นที่เชื่อมต่อเข้านิคมระยะทาง 1.8 กิโลเมตร วงเงิน 42.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นที่ของโครงการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) และโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้า หรือคอนเทนเนอร์ยาร์ด (Container Yard) เพื่อเป็นคลังกระจายสินค้ากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน เชื่อมต่อ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าส่งออก ซึ่งหากสามารถเชื่อมต่อได้ โครงการฯ จะสามารถนำข้อมูลไปประชาสัมพันธ์ เชิญชวนผู้สนใจให้มาลงทุนได้ ทั้งนี้ไม่ได้ให้บริการเฉพาะสินค้าภายในนิคม แต่ยังให้บริการสินค้าอื่นๆ อีกด้วย การรถไฟฯ เองก็จะได้ประโยชน์จากค่าระวางสินค้า แต่จากการประชุมหลายครั้งที่ผ่านมา โครงการฯ ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักลงทุนได้ ที่ผ่านมาก็ได้ลงทุนไปแล้วจำนวนมาก นอกจากนี้ ประเด็นที่โครงการฯ ได้ขอให้ BOI ให้สิทธิประโยชน์การลงทุนเท่ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ยังไม่คืบหน้าเช่นกัน จึงอยากขอการสนับสนุนจากภาคเอกชนในพื้นที่ทั้งหอการค้า และสภาอุตสาหกรรม ร่วมกันสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่สามารถทำได้ เพราะหากโครงการฯ เกิดขึ้นได้ ก็จะสร้างประโยชน์ให้กับจังหวัดอุดรธานีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอย่างมากมาย
        นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การเข้าพบ คุณสุวิทย์ในครั้งนี้ ประการแรกคือเพื่อให้กำลังใจที่ท่านตกอยู่ในสภาวะอึดอัด เรามีความเห็นใจ เนื่องจากท่านลงทุนลงแรงไปกับโครงการนี้อย่างมากมาย เป็นโครงการเพื่อคนอุดรที่จะสร้างงานสร้างโอกาสให้จังหวัดอุดรธานี คนอุดรที่อยู่ต่างถิ่นจะได้กลับมาทำงานที่บ้านเกิด สร้างโอกาสให้ SMEs OTOP และเศรษฐกิจฐานรากที่จะผลิตสินค้าในนิคมฯ และส่งออกอย่างสะดวก ประการต่อมาเพื่อขอรับทราบสถานการณ์ปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร เดินหน้าถึงจุดใดติดขัดตรงไหน ประการสุดท้ายคือปรึกษาหารือว่าในฐานะภาคเอกชน จะช่วยขับเคลื่อนโครงการอย่างไรต่อไป เพื่อให้เดินหน้าสู่ความสำเร็จ
        หอการค้าฯ ถือว่านิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เป็น "ของดีเมืองอุดร" เป็นจุดขายอย่างหนึ่งของเมืองอุดรธานี โดยที่ตั้งหรือLocation ของเมืองและบทบาทในปัจจุบันถือว่าเป็นศูนย์กลางหรือฮับ (Hub) อยู่แล้ว ทั้งเรื่องการขนส่ง ทางถนน ทางอากาศ และทางรางในอนาคต ซึ่งจะเชื่อมต่อไปอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ทั้งลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ นอกจากนี้เมื่อรถไฟลาว-จีนสำเร็จ ก็มีโอกาสขนส่งสินค้าผ่านเวียงจันทน์ไปคุนหมิงและกระจายสินค้าไปขายตามภูมิภาคต่างๆ ของจีนได้สะดวก มีโอกาสส่งออกได้มาก ยังไม่รวมถึงชายฝั่งตะวันออกซึ่งขณะนี้ก็ขนส่งทางรางกันอยู่แล้ว นิคมฯ จะเป็นโอกาสสร้างงานสร้างรายได้มากมาย ประเทศจีนกำลังต่อรางรถไฟเข้ามา หวังที่จะขายสินค้าให้ สปป.ลาว และไทย ซึ่งเราคงไม่เป็นผู้ซื้ออย่างเดียว เราต้องผลิตสินค้าและส่งไปขายที่ สปป.ลาว จีน ฯลฯ ด้วย จึงถือเป็นโอกาส และไม่ใช่เพียงจังหวัดอุดรธานีเท่านั้น ภาคอีสานทั้งภาคจะได้ประโยชน์ด้วยกัน
       "เมื่อทราบปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ภาคเอกชนจะหารือพูดคุยกัน เพราะมีความชัดเจนแล้วว่าจะขยับเรื่องใดบ้าง และจะนำเข้าสู่การประชุม กรอ. ซึ่งทั้งนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์กระจายสินค้า พร้อมที่จะเกิดขึ้นแล้ว แต่มีปัญหาติดขัดเรื่องการเชื่อมต่อรางรถไฟ เข้ามายังบริเวณปากทางเข้านิคมอุตสาหกรรมที่ไม่มีความชัดเจนว่าสรุปจะทำได้หรือไม่ได้ ทางการรถไฟเองเมื่อมีเวทีการพูดคุยจะเปลี่ยนคนตลอดทำให้การพูดคุยต่างๆ ไม่ต่อเนื่อง เหมือนจะทำได้แต่พอจะเอาจริงกลับไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการความชัดเจนว่าจะได้หรือไม่ได้อะไรบ้าง เพื่อให้ผู้บริหารโครงการสามารถประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนได้รับทราบ และสามารถขายพื้นที่ได้เนื่องจากเป็นเงื่อนไขสำคัญ ส่วนคำแถลงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือว่าดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีรายละเอียดเรื่องเวลา ซึ่งการรถไฟระบุว่าจะต้องทำการศึกษาเปรียบเทียบก่อน คำถามมีอยู่ว่าแล้วเมื่อไหร่การศึกษาจะเสร็จ คนอุดรรออยู่ นักลงทุนเขาพร้อมแล้วที่จะเดินหน้า”

        กรอ.กลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 สนับสนุน “นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี” เร่งทำการศึกษาเสนอต่อการรถไฟ เพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จ

nikom1-7

nikom1-8

nikom1-9

        เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2560 เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมนภาลัย จังหวัดอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (กรอ.กลุ่มจังหวัดฯ ) ครั้งที่ 2/2560 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชนจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู เลย โดยมีนายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและผู้แทนประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย นายอิศระ อมรกิจบำรุง ผอ.ส่งเสริมการลงทุนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมประชุม หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หารือคือ การส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี และศูนย์กระจายสินค้าภาคอีสานตอนบน
        นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการรถไฟรางคู่ขอนแก่น-หนองคาย ผ่านการศึกษาออกแบบ เตรียมเข้า ครม.ปี 2561 และหาผู้รับจ้างในปีเดียวกัน แบบที่ออกมาจะมี “คอนเทนเนอร์ยาร์ด” ที่สถานีโนนพะยอม จ.ขอนแก่น และสถานีหนองตะไก้ จ.อุดรธานี ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้าเหมาะสมด้านจุดคุ้มทุนและประโยชน์สาธารณะ ตามกรอบของรถไฟที่ศึกษาออกแบบไว้แล้ว ไปจนถึงระบบรับช่วงต่อจากรถไฟ ส่วนศูนย์กระจายสินค้าในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ก็มีความเหมาะสม แต่การที่การรถไฟจะเข้าไปลงทุนสร้างทางรถไฟต้องใช้วงเงิน 42 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาให้ชัดเจน และมีผลกระทบกับที่ศึกษาไว้หรือไม่ ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ขอให้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ทำการศึกษาและส่งผลให้กับการรถไฟ เพราะจะต้องเสนอต่อไปยัง สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพราะต้องเชื่อมระบบขนส่งทางรถยนต์ด้วย
       นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า กรอ.สนับสนุนให้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ดำเนินโครงการศูนย์กระจายสินค้าอีสานตอนบน โดยขอเชื่อมทางรถไฟจากสถานีหนองตะไก้ 1.8 กม.ไปทางเข้านิคมอุตสาหกรรม แต่ยังไม่มีความชัดเจนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีโครงการสร้าง “คอนเทเนอร์ยาร์ด” ที่สถานีรถไฟหนองตะไก้ อยากให้นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เดินหน้าไปตามเป้าหมายให้เร็วที่สุด แต่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จะต้องศึกษาศูนย์กระจายสินค้าฯ ให้เป็นไปตามกรอบของการรถไฟ และขอให้รถไฟรับไว้ในหลักการ โดยการศึกษาน่าจะส่งให้ สนข. ก่อนที่ สนข.จะเข้ามาศึกษาระบบจราจรและการขนส่ง จ.อุดรธานี ในปี 2561 ที่ได้รับงบประมาณมาแล้ว 40 ล้านบาท
       ด้าน นางจิดาภา มั่นในสัจธรรม รองกรรมการผู้จัดการเมืองอุตสาหกรรมอุดรธานี ผู้ดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ต้องการความชัดเจนว่า การรถไฟจะดำเนินการเชื่อมต่อรางรถไฟเข้าสู่นิคมฯ ได้หรือไม่อย่างไร เนื่องจาก นิคมฯ ได้จัดสร้าง ศูนย์กระจายสินค้าภาคอีสานตอนบน พื้นที่ 400 ไร่ ซึ่งอยู่ติดอยู่กับทางรถไฟกรุงเทพ-หนองคาย รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ขอให้บีโอไอได้พิจารณาการขอสิทธิประโยชน์การลงทุนให้เท่ากับเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อนิคมฯ จะได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักลงทุนต่อไปได้


        รมว.คมนาคม “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ลงพื้นที่ “นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี” ดูสภาพข้อเท็จจริงแผนการก่อสร้างคอนเทนเนอร์ยาร์ด และการขอรับการสนับสนุนการรถไฟ

nikom1-10

        วันที่ 23 กันยายน 2560 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี เพื่อดูสภาพข้อเท็จจริงแผนการก่อสร้างคอนเทนเนอร์ยาร์ด ของการรถไฟ และการขอรับการสนับสนุนการรถไฟ สร้างศูนย์กระจายสินค้าอีสานตอนบนของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี โดยมี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและอดีตประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ส่วนราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันให้ข้อมูล
         นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กล่าวถึงความเป็นมาของศูนย์กระจายสินค้าทางรางว่า เกิดจากแผนการศึกษาออกแบบโครงการรถไฟรางคู่ กำหนดให้มีศูนย์รับส่งสินค้า คอนเทนเนอร์ยาร์ด ที่สถานีรถไฟหนองตะไก้ แต่เนื่องจากมีพื้นที่เพียง 10 ไร่เศษเท่านั้น ภาคเอกชนจึงเสนอให้โครงการนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีพิจารณาจัดทำศูนย์กระจายสินค้าภายในนิคมฯ เนื่องจากมีพื้นที่เพียงพอ และนิคมฯ ตอบรับจัดสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพื่อเป็นคลังกระจายสินค้ากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน และเชื่อมต่อ สปป.ลาว เวียดนาม และจีน
         นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า การรถไฟวางแผนไว้ให้สถานีรถไฟหนองตะไก้เป็น CY หรือศูนย์ขนถ่ายสินค้า โดยขณะนี้สินค้าจากอุดรธานีไปยังท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้นตามลำดับ สินค้าหลักปัจจุบันคือยางพารา ในอนาคตจะมีโพแทชด้วย ขณะที่ภาคเอกชนอุดรธานีลงทุนโครงการนิคมอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างทำโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งได้หารือกันว่าจะนำเอารถไฟเข้าไปขนสินค้าภายในได้อย่างไร อยู่ระหว่างการศึกษา
         สำหรับบริเวณสถานีรถไฟหนองตะไก้ มีพื้นที่เพียงพอในการขนถ่ายสินค้าขึ้นรถไฟไปที่โรงงานอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก หรือลงท่าเรือไปที่แหลมฉบังหรือมาบตาพุด ซึ่งการขนส่งก็จะมีมากขึ้น อยู่ระหว่างการศึกษาเช่นกัน ขณะที่ได้ขอให้การรถไฟศึกษาเพิ่มเติมกับ 2 โครงการ ที่ต้องผ่านสถานีรถไฟหนองตะไก้ คือ รถไฟทางคู่ขนส่งสินค้า-ผู้โดยสาร จะเป็นสถานีจอดรถไฟรางคู่ ส่วนรถไฟความเร็วสูงจะเป็นสถานีผ่านไปจอดที่สถานีอุดรธานี การสร้าง CY ของการรถไฟ และ DC ของภาคเอกชน จะเป็นการสนับสนุนกัน เพราะสินค้าบางส่วนอาจจะไม่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม โดยหลักแล้ว เพื่อจะลดต้นทุนการขนส่ง รถไฟมีค่าใช้จ่ายต่ำรองจากเรือ เมื่อรถไฟไปขนส่งในนิคมฯ ก็ไม่ต้องนำรถไปขนออกมา ซึ่ง CY ของการรถไฟอยู่ระหว่างการศึกษา สร้างควบคู่ไปกับรถไฟทางคู่ที่จะเสนอ ครม.ในปีนี้
         ทั้งนี้ จะต้องดูผลของการศึกษา เพราะการลงทุนมีหลายรูปแบบ เช่น รถไฟสร้างรางเข้าไปในนิคมอุตสาหกรรม หรือนิคมอุตสาหกรรมลงทุนระบบรางภายใน ต่อเชื่อมมาทางหลักของการรถไฟ ซึ่งการศึกษาครั้งนี้จังหวัดอุดรธานี รับเป็นเจ้าภาพ คาดว่าจะเสร็จใน 6 เดือน อยู่ที่ปริมาณของสินค้าต้องขนส่ง หากสินค้ามากรถไฟลงทุนเอง หากก่ำกึ่งนิคมอุตสาหกรรมอาจจะยอมรับความเสี่ยง ในหลักการการรถไฟไม่ขัดข้องอะไร