194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 042-242693, 042-248582 โทรสาร. 042-243666
ค้นหาทันใจ
เว็บทั่วโลก
เว็บไทย
หอการค้า

หอการค้าอุดรฯ จัดเวทีเสวนา “โจทย์ใหญ่!! เมืองอุดร”

หอการค้าอุดรฯ จัดเวทีเสวนา “โจทย์ใหญ่!! เมืองอุดร” ผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ร่วมแสดงความคิด
วิสัยทัศน์พัฒนา เร่ง “แก้ไข” และ “พัฒนา” บูรณาการความร่วมมือทั้ง รัฐ และเอกชน
สิ่งสำคัญคือ “เราต้องทำ” ขับเคลื่อนย่างไรให้จังหวัดอุดรธานี เดินถึงปลายอุโมงค์

bigproposition1

bigproposition2

         หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 ที่ห้องอุดรธานี 1 โรงแรมบ้านเชียง จ.อุดรธานี ภายในงาน หอการค้าฯ ได้จัดให้มีการเสวนาพิเศษ ในหัวข้อ “โจทย์ใหญ่!! เมืองอุดร” จากผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในเวทีเสวนา ดร.อิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี และ นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ร่วมในเวทีเสวนา ดำเนินการเสวนาโดย ดร.อิสเรศณุชิตภ์ จันทร์ศรี กรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดยมี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย อดีตประธานหอการค้าและกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คณะกรรมการหอการค้าฯ ให้การต้อนรับ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรภาคเอกชน สมาชิกหอการค้า ผู้นำชุมชน และผู้สนใจ ที่เข้าร่วมรับฟัง

bigproposition3

         นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้กล่าวถึงการบริหารจังหวัดอุดรธานีในภาพรวม โดยการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของเมืองนั้น จะต้องมองในหลายๆ ด้านให้ครอบคลุม แต่ละจังหวัดมีปัญหาและความต้องการแตกต่างกัน การเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องทำคือ ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์จังหวัดอุดรธานี ที่ภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันกำหนดไว้ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา ปี พ.ศ.2561-2564
         คำว่า “โจทย์ใหญ่ของเมืองอุดรธานี” คนส่วนใหญ่ น่าจะมองไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ปัญหาการจราจรติดขัด การสร้างส่งเสริมเศรษฐกิจ การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ทั้งหมดเป็นความท้าทายที่ผู้บริหารจังหวัด ต้องต่อยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ว่าจะเป็น “เมืองน่าอยู่ เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ได้อย่างไร ดังนั้นโจทย์ใหญ่ที่เกิดขึ้นคือ “จะทำอย่างไรให้จังหวัดอุดรธานี เดินทางไปถึงปลายอุโมงค์” ที่ตั้งไว้ จะกำหนดยุทธศาสตร์การวางแผนการพัฒนาของจังหวัดอุดรธานีได้อย่างไร และทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ จึงได้กำหนด “ธรรมนูญจังหวัด (ยุทธศาสตร์จังหวัด 24 For Change)” หรือ “กระถางดอกไม้ 6 กระถาง” ขึ้น เป็นตัวแทนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนเข้าใจการทำงานได้ง่ายขึ้น
         โดย กระถางแรก เปรียบเสมือน ยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ การพัฒนาศักยภาพการค้าการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง กระถางที่สอง คือ ยุทศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ กระถางที่สาม คือ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สังคม มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม การพัฒนาคน ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของท้องถิ่น ต่อไปสังคมจะเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ทำให้โครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาจังหวัดจะเปลี่ยนไป การพัฒนาจังหวัดจะต้องนำปัจจัยเหล่านี้เข้ามาประกอบในการดำเนินงาน กระถางที่สี่ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยวโดยใช้อัตลักษณ์และศักยภาพด้านที่ตั้งเพื่อสร้างความเป็นเมืองศูนย์กลางไมซ์ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS MICE & amp: Tourism City) กระถางที่ 5 คือ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และกระถางที่หก คือ ยุทธศาสตร์ที่ 6 การเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน โดยแต่ละยุทธศาสตร์จะมีโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์นั้นๆ จำนวน 4 โครงการ รวมทั้งการส่งเสริมแนวความคิดการบูรณาการเพื่อก้าวสู่ Smart Province ทั้งหมดนี้ ต้องการให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมือง ซึ่งเป็นบทบาทภารกิจของส่วนราชการ และต้องมีการวางแผนการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน
         ส่วนของ Smart City และSmart Province จังหวัดอุดรธานี มีทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อน แต่ทำอย่างไรที่จะอธิบายความต้องการให้ตรงกัน และตรงกับความต้องการในภาพรวมของจังหวัด ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจในบริบท จังหวัดอุดรธานีจึงได้เปิดเวที หลายๆ เวที เพื่อสร้างความเข้าใจให้มากที่สุด “ปรับ ทำความเข้าใจกับคนของเราก่อน แล้วจึงชี้แจงแนวทางให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบทิศทางของเมืองให้ตรงตามแนวคิด ปรับยุทธศาสตร์ความเป็นไปได้ตามบริบทของแต่ละสถานที่ ร่วมกันสร้าง และใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ”

bigproposition5

         ดร.อิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี กล่าวถึงประวัติส่วนตัวและนโยบายการบริหารงานว่า ปัจจุบันอายุ 53 ปี เข้าสู่การเป็นนักการเมืองท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2533 เนื่องจากจบการศึกษา คณะสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงค่อนข้างมีความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ซึ่งถือว่ามี 2 บทบาทในสังคมคือ “นักการเมืองท้องถิ่น” และอีกหนึ่งบทบาทคือ “นักบริหารเมือง” ซึ่งจากประสบการณ์การทำงาน บทบาท ภารกิจในการบริหารเทศบาลนครอุดรธานี ตลอดจนคำแนะนำจากผู้ใหญ่ของเมือง และหน่วยงานต่างๆ จึงทำให้มีแนวคิดการขับเคลื่อนอย่างชัดเจน และเห็นภาพการพัฒนาเมืองในทุกมิติ รวมทั้งการพัฒนาด้าน Smart City
          การพัฒนาเมือง แยกการทำงานเป็น 2 รูปแบบคือ การทำงานในฐานะนักการเมืองท้องถิ่น และการทำงานในฐานะของภาคเอกชน ซึ่งจะมีมุมมองการทำงานที่คล่องตัวกว่า แต่ต้องคำนึงว่า เรายืนอยู่บนพื้นฐานการทำงานของภาครัฐ บนงบประมาณแผ่นดิน เรื่องของ “โจทย์ใหญ่เมืองอุดรธานี” มีหลากหลายปัญหา เช่น รถติด การขนส่งสาธารณะ, หาบเร่แผงลอง, ความปลอดภัย, สุขภาพ, ความเหลื่อมล้ำของสังคม, น้ำเสีย, ภูมิทัศน์, ฟุตบาท ทางเท้า, สิ่งแวดล้อม, การศึกษา เป็นต้น ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ของเทศบาลนครอุดรธานีทั้งสิ้น ในการระดมหาแนวทางว่าทำอย่างไรปัญหา หรือโจทย์ต่างๆ เหล่านี้จะมีความคลี่คลายและคล่องตัวขึ้น การแก้ไขปัญหาต้องเข้าใจรูปแบบของเมืองอุดรธานีก่อน โดยได้แยกออกตามลักษณะของผังเมืองคือ ย่านการค้าพาณิชย์ และชุมชนเมืองจำนวนถึง 104 ชุมชน ความต้องการมีความแตกต่างกัน โดยเทศบาลได้ไล่เรียงถึงปัญหา พบว่า ปัญหาของพื้นที่พาณิชยกรรม คือ ฟุตบาท ขยะ สิ่งแวดล้อม ส่วนปัญหาของชุมชน คือ ความปลอดภัย ต้องการกล้อง CCTY ในชุมชน ศูนย์บริการสาธารณสุข การบริการชุมชนต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าเทศบาลควรจะทำอย่างไรกับปัญหาต่างๆ ที่เป็นภารกิจเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลัง โดยเทศบาลฯ ได้จัดสรรความสมดุลของงบประมาณการปรับปรุง พัฒนาในทุกๆ มิติ หรือโจทย์ใหญ่ของเมือง สิ่งที่เทศบาลต้องทำคือ “แก้ไข” และ “พัฒนา” ขับเคลื่อนไปตามช่วงสถานการณ์ ทั้งนี้ประชาชนต้องได้รับการตอบสนอง และการบริการที่ดี ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจึงเป็นหัวใจหลักของท้องถิ่นแต่ต้องขึ้นอยู่กับ งบประมาณที่มี นโยบายของรัฐบาล และสภาวะท้องถิ่นนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาการจราจรติดขัด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ? ตำรวจหรือไม่ ซึ่งมีหน้าที่จับ ปรับ ผู้กระทำผิดกฎจราจร หรือ เทศบาลมีหน้าที่จัดการอุปกรณ์ การทาสี ตีเส้นจราจร แต่ไม่มีอำนาจในการจับ ปรับ หรือ ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ที่ไม่รักษากฎระเบียบจราจร หรือทุกๆ คนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นประชาชนทุกคน จึงควรจะต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ส่วนโจทย์ของเมือง ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินงานพัฒนาเมืองสามารถขับเคลื่อนได้
          “เมืองกระชับมากขึ้น ปัจจุบันได้จัดการเรื่องผังเมือง โดยได้ระดมความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อแก้ไข ขับเคลื่อนการปรับปรุงผังเมือง เพื่อลูกหลานในอนาคต เทศบาลได้ทำการศึกษาระบบขนส่งสาธารณะขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด จนได้ผลการศึกษาออกมาเป็น 2 เส้นทาง คือ เส้นจากแยกบิ๊กซี ถ.อุดรสกล ไปจนถึงท่าอากาศยานอุดรธานี และเส้นทางที่ 2 เริ่มจากถนนรอบเมือง อุดรธานี-ขอนแก่น ถึงถนนรอบเมือง อุดรธานี-หนองคาย และได้นำเสนอขนส่งจังหวัดอุดรธานี ซึ่งอนุมัติสำปะทานเส้นทางจำนวน 3 เส้นทาง คือ เส้นทางสาย 20, 21 และสาย 10 โดยใช้รถโดยสารแบบซิตี้บัส โดยมีระบบต่างๆ ที่ทันสมัย”
           เทศบาลนครอุดรธานี ได้ขับเคลื่อนเรื่องการใช้ระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ CCTY จำนวน 112 ทางแยก 200 ตัวในชุมชน ดูแลความปลอดภัยของชุมชน Smart Traffic ช่วยในการคำนวณการไหลของรถ และปัจจุบัน Thailand 4.0 เข้ามามีบทบาทตามนโยบายรัฐบาล ฐานข้อมูลของเทศบาลจะคำนวณระบบต่างๆ และจะต้องต่อยอดไปสู่การบริการ การศึกษา สิ่งแวดล้อม การพยากรณ์ เพียงแต่จะจับข้อมูลเหล่านั้นเข้าไปสู่ด้านใด ปัจจุบันเทศบาลนครอยู่ระหว่างการเริ่มต้น และจะต่อเนื่องสู่เรื่องใด จะต้องมีระบบฐานข้อมูล มีองค์ความรู้ และทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี จึงได้ MOU ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ในการพัฒนาระบบ Smart City และร่วมกับ มหาวิทยาลัยลาดกระบัง พัฒนาศูนย์วิจัยอัจฉริยะ ซึ่งมีเทศบาลนครหลายๆ แห่งทั่วประเทศร่วมกัน MOU เข้ามาศึกษาข้อมูลและต่อยอด ส่วนเรื่อง City Bus อำนวยความสะดวกประชาชนที่เทศบาล และประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้เกิดขึ้น เชื่อว่าบริษัทพัฒนาเมืองอุดรธานี จะสามารถดำเนินการ หากส่วนท้องถิ่นดำเนินการไม่ได้ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด และเทศบาลนครอุดรธานี พร้อมที่จะให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนร่วมกัน ทำให้เมืองเกิดความ Smart เกิดมิติ เกิดพลัง มีความทันสมัย ไม่แตกต่างจากที่อื่น

bigproposition4

           ด้าน นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ได้เล่าถึงประสบการณ์การทำงานด้านการพัฒนาเมือง ภายใต้ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ซึ่งได้มีโอกาสเรียนรู้การทำธุรกิจจากครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ และพี่ชาย จากการดำเนินธุรกิจส่วนตัว สู่แนวคิดการทำงาน เพื่อพัฒนาบ้านเมือง ซึ่งจากประสบการณ์ทำงาน ทำให้ทราบว่าการขอสนับสนุนงบประมาณ จากหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ค่อนข้างเป็นเรื่องยาก จึงมีแนวคิดในการจัดหางบประมาณเพื่อจัดทำโครงการด้วยตนเอง และเนื่องจรากบริษัทส่วนตัวอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จึงมีงบประมาณในการนำมาจัดทำโครงการเพื่อสาธารณะประโยชน์ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง บริษัท พัฒนาเมืองขอนแก่น จำกัด
           สำหรับวิธีคิดของ “ขอนแก่นโมเดล” จุดเริ่มต้นคือ กลุ่มนักธุรกิจจังหวัดขอนแก่น เห็นว่า ท้องถิ่นไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเอาใจใส่จากส่วนกลางเท่าที่ควร ซึ่งทุกคนมองว่าเป็น “ปัญหา” ส่วนกลุ่มนักธุรกิจนี้มองเป็น “ความท้าทาย” การพัฒนาเมืองให้ได้ผล จะต้องใช้วิธี หรือรูปแบบใหม่ เพราะหากใช้วิธีการเดิมจุดจบจะเหมือนเดิมคือไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร วิธีการคือ การใช้การมีส่วนร่วมของเอกชน กับ ท้องถิ่น เช่น เทศบาล อบจ. โดยใช้งบประมาณจากตลาดทุนเข้ามาเป็นส่วนเสริม ประโยชน์จะตกกับพี่น้องประชาชน แต่จะต้องมีกรอบการพัฒนา เพื่อให้การทำงานได้ผลชัดเจนขึ้น โดยมี 2 รูปแบบ คือ 1. กรอบการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เช่น การทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และ 2. กรอบของ Smart City 6 ด้าน โดยประชาชนจะต้องเข้าใจก่อนว่า จุดเริ่มต้นของ Smart City คือ วิธีคิดของประชาชนจะต้อง Smart ก่อน ส่วนเทคโนโลยีสามารถพัฒนาทีหลังได้ โดยจังหวัดขอนแก่น ยกเรื่อง Smart Mobility การคมนาคมขนส่งเป็นเรื่องหลักที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรก โดยเมืองที่ดีคือ คนต้องอยู่ในเมือง สร้างรถรางเบา สร้างเมืองให้กระชับ ให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก ยกตัวอย่างรูปแบบของต่างประเทศ ผู้บริหารมีแนวคิดที่ว่า “เมืองที่พัฒนาแล้ว คือ “เมืองที่คนรวย ใช้ระบบขนส่งมวลชน” มากกว่ารถส่วนตัว
           จังหวัดขอนแก่น ได้ทำการศึกษาการพัฒนาเมือง จัดตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ขึ้น โดยความร่วมมือของนักธุรกิจจังหวัดขอนแก่น 20 คน นำเสนอโครงการรถรางเบาผ่านคณะกรรมการขนส่งจังหวัดฯ ซึ่งจะทำให้เกิดแผนที่สามารถทำได้จริง ปัจจุบัน Smart Bus มี 8 สาย ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นหากจะทำโครงการใดๆ จะต้องมีแผนแม่บทในการนำเสนอ ในการเคลื่อนเมืองได้ใช้ทฤษฎี “3 เหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” คือ ด้านความรู้ สร้างความรู้ให้กับประชาชนให้ประชาชนเข้าใจ, การเคลื่อนไหวของสังคม ให้ทุกหน่วยงานมีความร่วมมือกัน และอำนาจรัฐ ในการอนุมัติ อำนวยความสะดวกในการดำเนินโครงการ ตลอดจนการสานเสวนา สร้างวิสัยทัศน์ ความโปร่งใส อัตตาตัวตนต่ำ มีความเสียสละ และมีความกล้า 3 ปีที่ผ่านมา จังหวัดขอนแก่นสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง Mind set ของเมือง คณะผู้บริหารมีการติดตามงาน เช่น การตั้งบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง ได้ติดตามที่กระทรวงมหาดไทย ขายแนวคิดให้กับรัฐมนตรีฯ จนได้รับความเห็นชอบ
ส่วนการขับเคลื่อนให้จังหวัดขอนแก่นนำ Smart City เป็นยุทธศาสตร์จังหวัด บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง ได้ร่วมกับ Depa และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระดมความคิดเห็นในการขับเคลื่อน เริ่มต้นด้วยทุนมนุษย์ ความร่วมมือทางสังคม ซึ่งมาถึงวันนี้ได้เพราะความร่วมมือของสังคม ระบบการขนส่งรางเบากลายเป็นฐานของ Smart City แผนแม่บทของจังหวัดขอนแก่นไปถึงปี 2029 เกิด Smart City 2029 ล้ำสมัย มากปัญญา ผลักดันขึ้นเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด และกำลังจะเสร็จในเร็ววันนี้ คือ ต้องศึกษายุทธศาสตร์จังหวัด และทำโครงการให้สอดคล้องกันเพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณในการบริหารโครงการได้ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด ได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่จังหวัดต่างๆ ภายใต้ “ขอนแก่นโมเดล” เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับกลุ่มคนได้พัฒนาจังหวัดของตนเอง ปัจจุบัน มี 14 จังหวัดทั่วประเทศ ที่ได้จัดตั้ง บริษัทพัฒนาเมืองขึ้นมา เพื่อใช้เป็นฐานการพัฒนาจังหวัดตนเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การพัฒนาเกิดผลสำร็จ คือ “เราต้องทำ”

bigproposition6

bigproposition7

bigproposition8

bigproposition9

bigproposition10

bigproposition11

bigproposition12

bigproposition13

bigproposition14