-
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2556 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดย นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้าฯ ได้จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี หอการค้าฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายชยพล ธิติศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เชยคำแหง, นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง, นายสมชัย ไกรครุฑรี, นายสุระชัย ทวีแสงสกุลไทย อดีตประธานหอการค้าฯ, นายสมยงค์ ตระกูลจึง พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี, นายสงวนศักดิ์ ชีวรัตน์ หัวหน้าสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมแสดงความยินดีและรับประทานอาหารร่วมกับ คณะกรรมการหอการค้าจังหวัดอุดรธานี สมัยที่ 15 สมาชิก YEC รุ่นที่ 1-2 และสื่อมวลชน13 view 2013-06-14 04:21:34
-
หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพแรงงานอุดรธานี ตาม MOU ร่วม 3 หน่วยงาน21 view 2013-06-11 03:58:22
- หอการค้า MOU ร่วม 3 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานอุดรธานี 2013-06-11 03:56:05
- กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ วายอีซี รุ่น 2 มอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคให้กับคนพิการจังหวัดอุดรธานี เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจกับกลุ่มคนพิการ 2013-06-11 03:51:11
- ประชุมกรอ.อุดรธานี 2013-06-10 04:57:39
- YEC มอบเงินรายได้จากการจัดกิจกรรม Thank You Day Party 2013-06-10 04:30:59
- บรรยายพิเศษให้ สศช. 2013-06-06 07:16:57
- แถลงข่าวเปิดเส้นทางบินตรงเกาหลี 2013-05-30 08:48:09
- LAOS-THAI BUSINESS OUTLOOK 2013-05-30 08:45:07
- ประชุมYEC 2013-05-30 08:41:16
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย เลวร้ายจริงหรือ?
- Details
- Category: ข่าวหอการค้า
- Hits: 791
เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย เลวร้ายจริงหรือ?
ผู้คนกำลังสับสนว่า ภาวะกระแสเศรษฐกิจโลกกำลังจะไปในทิศทางใด? ผู้คนกำลังสับสนไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจของไทยจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นเมื่อไรจะเลวร้ายมากน้อยเพียงใด?
ลำพังไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจการเงิน การคลัง หรือมีความรู้สูงส่งแต่อย่างไร เพียงแต่มีความสนใจใฝ่รู้ ศึกษาหาประสบการณ์ เรียนรู้วิเคราะห์สถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ย้อนมองดูอดีต ดูปัจจุบัน แล้วก็คาดการณ์อนาคตถูกบ้างผิดไปบ้างไม่เป็นไร อย่างน้อยทำให้ตัวเองตื่นตัว ระมัดระวังตัว จะทำอะไรต้องรอบคอบอยู่เสมอในฐานะที่เป็นนักธุรกิจหรือพ่อค้าคนหนึ่ง รวมทั้งเห็นว่าดูท่าทางอะไรไม่ดี ก็มักออกมาแสดงความคิดเห็น หรือส่งสัญญาณให้ผู้คนที่รู้จักได้รับทราบอยู่เสมอ หลายคนก็ว่าผมขี้โม้ ขี้คุย หลายคนฟังแล้วบอกว่าผมชอบมองโลกในแง่ร้าย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจมักมองดูเลวร้ายเกินไป มีบ้างก็ชมว่า พูดถูกดูแม่น เชื่อบ้างก็ไม่เสียหาย ฯลฯ
วันนี้ขออวดโง่อีกครั้งครับ!
ปีที่แล้วคาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะแย่กว่าปีที่แล้ว และคาดว่าครึ่งหลังปีนี้จะแย่กว่าครึ่งแรกของปี! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น?
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า เศรษฐกิจของโลกนั้น มีความผูกพันกับเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด วิกฤตปัญหาซัพไพร์มหรือวิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพ ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาที่รุนแรงตั้งแต่ปีที่แล้ว ทำให้เศรษฐกิจอเมริกาย่ำแย่ ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนตัว การขาดสภาพคล่องรุนแรง ราคาบ้านที่ดินตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ภาวะแรงงานว่างงานสูง เมื่อประเทศยักษ์ใหญ่จาม ประเทศเล็กก็พลอยติดหวัดไปด้วย!
ตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้ว ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ได้แทรกแซงโดยได้ลดอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์เรต อันเป็นอัตราที่ใช้ในการกู้ยืมชั่วข้ามคืนระหว่างกันเป็นระยะๆ จนเหลือเพียง 2% เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาถึงเดือนที่แล้ว คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด มีการประชุมและมีมติคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายเฟดฟันด์เรตไว้ที่ 2% ตามเดิม การตัดสินใจนี้ยังเป็นการยุติทิศทางการลดอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์เรต การไม่ลดดอกเบี้ยทำให้นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักวิเคราะห์ความเสี่ยงของการทรุดลงอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มบรรเทาแล้ว เป็นผลจากธนาคารกลางได้ออกมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอย่างเข้มข้น การลดภาษี รวมทั้งแผนการอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดี จอร์จดับเบิ้ลยู บุช ทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้นหรือผ่อนคลายลง แต่นั่นแหละก็มีนักเศรษฐศาสตร์อีกหลายสำนักเห็นว่าการไม่ลดดอกเบี้ยนั้น แสดงให้เห็นกำลังมองปัญหาตัวใหม่กำลังตามมาก็คือ ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อกำลังก่อตัว และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะตามมา!
ปัญหาที่สำคัญก็คือ เรื่อง น้ำมันราคาแพง เป็นปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมเรื่องอัตราเงินเฟ้อ!
เงินเฟ้อคืออะไร พูดแบบเข้าใจง่ายๆ ของแพงครับ มีเงินเท่าเดิม ซื้อขอชนิดเดิมได้ของน้อยกว่าเดิม เช่น เวียดนามตอนนี้อัตราเงินเฟ้อ 25% แต่ก่อนซื้อขอชิ้นนี้ใช้เงิน 100 ต้อนนี้ต้องใช้ 125 ครับ
และต้นเดือนนี้ ไอ.เอ็ม.เอฟ หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศบอกว่า วิกฤตการเงินโลกที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสินเชื่อด้อยคุณภาพในภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น เดินมาผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดแล้ว
ท่านเชื่อหรือไม่? เพราะให้หลังไม่ถึง 10 วัน สถาบันยักษ์ใหญ่ด้านสินเชื่อการเงิน อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ คือ บริษัทแฟนนีเม และบริษัทเฟรดดีแม็ค ประสบวิกฤตการเงินขาดสภาพคล่องการเงินอย่างหนัก ขาดทุนยับเยินจากวิกฤตซับไพร์ม ร้อนถึงรัฐบาลต้องให้ธนาคารกลางเข้าไปอุ้ม เสนอแผนการฉุกเฉินให้สภาคองเกรสพิจารณาเพื่อขยายการเข้าถึงวงเงินสินเชื่อทั้ง 2 บริษัท รวมทั้งขอให้กระทรวงการคลังสามารถเข้าซื้อหุ้นของทั้ง 2 บริษัทได้ รวมทั้งธนาคารกลางอาจปล่อยกู้ให้กับทั้ง 2 สถาบันการเงินเพิ่มเติมหากยังไม่ไหว หากมีความจำเป็นเร่งด่วน อุ้มกันสุดสุด! ทั้ง 2 บริษัทนี้เป็นสถาบันเงินกู้อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของหรือรับประกันสินเชื่อบ้านทั้งหมดในสหรัฐถึง 5.5 ล้านล้านเหรียญยูเอสดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยเท่าไรก็เอา 33.50 บาทคูณเข้าไป แล้วจะรู้ตัวเลขว่ามากมายขนาดไหน ธนาคารใหญ่ๆ ยังขนาดนี้แล้วที่เหลือเป็นอย่างไรท่านคิดเองได้ครับ!
วิกฤตสินเชื่อซัพไพร์ม ได้กระทบวงกว้างต่อหลายอุตสาหกรรมหลักในสหรัฐอเมริกา นอกจากธนาคารพาณิชย์ การค้าปลีก การก่อสร้าง อุตสาหกรรมรถยนต์ โบรกเกอร์ต่างๆ บริษัทใหญ่ในอเมริกาที่ประสบปัญหารายได้ไม่เข้าเป้าจำนวนมากถึงต้องปรับลดประมาณการด้านรายได้ ปรับลดคนงาน ปลดพนักงานบริหาร ปิดร้านเครือข่าย ปิดสาขา ซึ่งบริษัทหลายแห่ง คนไทยคุ้นชื่อดีอาทิเช่น บริษัทเจเนอรัลมอเตอร์ หรือแม้แต่ร้านขายกาแฟ “สตาร์บัคส์” ที่โด่งดังของอเมริกายังต้องปิดสาขาหลายร้อยแห่ง!
ส่วนเศรษฐกิจไทย 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่อนข้างแย่เศรษฐกิจชะลอตัวลงจากปัญหาการเมืองที่ไม่มีความแน่นอน มีการปฏิวัติรัฐประหาร ขาดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ ปัญหาการเมืองทะเลาะมานานยังไม่ยอมจบและไม่รู้จบอย่างไร รัฐบาลอ่อนแอติดปัญหา การบริหารเศรษฐกิจมีอุปสรรคมากขึ้น แล้วยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองอัตราเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยเริ่มแพง น้ำมันราคาแพง เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ผลกระทบจากปัญหาซัพไพร์มในสหรัฐ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในภูมิภาคเช่น เวียดนาม สถานการณ์ที่มีการแข่งสูงในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งสัญญาณความเลวร้ายผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนเข้ามาทุกที
สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือ ตลาดหุ้น หรือตลาดหลักทรัพย์ที่มันตกลงรอเข้าสู่ภาวะหมีแล้วอย่างเต็มตัว
ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 664.72 เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2551 เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดในเดือนตุลาคม 2550 ปีที่แล้วลดไปกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปีนี้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิไปรวมแล้วกว่า 8 หมื่นล้านบาท
ส่วนตลาดหุ้นนิวยอร์คของอเมริกาก็เข้าสู่ภาวะหมีก่อนหน้านี้แล้ว ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนี เอสแอนด์พี 500 ณ ปัจจุบัน เมื่อเทียบจุดสูงสุดช่วงเดือนตุลาคม 2550 ปีที่แล้ว ล้วนปรับลดไปกว่า 20%
การที่ตลาดหุ้นตก เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอยประเทศอเมริกาถือว่าเป็นมหาอำนาจของทุกๆ ด้าน แถมปีนี้จะมีเรื่องเลือกตั้งเป็นการแข่งขันชิงชัยของ 2 พรรคใหญ่เท่านั้น แข่งขันกันชิงดีชิงเด่นกัน “ยักษ์ยังเซ” ออกอาการให้เห็น แล้วประเทศเล็กๆ อย่างไทย ปัญหาต่างๆ รุมเร้ามากมายจะทำอย่างไรดี? จะลงทุนทำอะไร จะประกอบธุรกิจอะไร จะขยายกิจการอย่างไร กรุณาไตร่ตรองให้รอบคอบด้วย เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้มากๆ ถ้าเศรษฐกิจกลับมาดีก็ดีไป ถ้าไม่ดี ถ้าเลวร้าย เลวร้ายถึงขั้นไหนที่พอรับได้หรือรับไม่ได้ นั่นแหละคือการวัดกึ๋นของท่านเอง!
ฝนตกต้องตามฤดูกาล ธนาคารที่เคยให้ร่มท่านกางอาจขอร่มคืน เพราะที่ธนาคารหลังคารั่วครับ!
สิ่งที่เขียนมาบางอย่างเรียกว่าคาดการณ์ เป็นคำที่ไพเราะดูสวยหรูจริงๆ น่าจะเรียกว่า “คาดเดา” จะถูกกว่า ไม่ว่าคาดการณ์หรือคาดเดา ก็ขออย่าให้ถึงกับเลวร้ายมากเลย
การดำรงตนอย่างมีสติ หนักแน่นมีสมาธิ ก็จะก่อให้เกิดปัญญาในการแก้ปัญหาต่างๆ ครับ ขอให้ทุกท่านมีสติ มีสมาธิ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาในการแก้ปัญหาต่างๆ ครับ ขอให้ทุกท่านมีสติ มีสมาธิ มีปัญญา ในการแก้ปัญหาทุกๆ ด้าน โชคดีครับ...
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
194 ม.1 (เยื้องเทสโก้โลตัส) ถ.รอบเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี 41000


































