หอการค้า จังหวัดอุดรธานี คลิก!

เมนูหลัก

ขาวสารหอการค้า

  • ดาวน์โหลดใบสมัครหอการค้า และสิทธิประโยชน์ของหอการค้า
เข้าระบบ สำหรับคณะกรรมการหอ
test02
กฎหมายใกล้ตัว : คนยุคนี้มีอะไรใหม่ พิมพ์ อีเมล์

คนยุคนี้มีอะไรใหม่

           โลกสมมุติกันว่าหนึ่งปีมี 365 วัน เก่าไปใหม่มา หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปในแต่ละปี แต่ละวาระและยุคสมัยบ้างก็ล้มหายตายจาก บ้างก็ล้มแล้วลุก บ้างก็ประคองตัว บ้างก็มุ่งมั่นหาฝั่งฝันที่ฝันใฝ่ตามไฟปรารถนา

          ฉบับที่แล้วเขียนขออนุญาตเว้นวรรคไม่ลงสมัครเป็นกรรมการ แฟนคอลัมน์บางท่านบอก “เสียดาย” อยากรู้จักมากกว่านี้ว่าเป็นใคร มาจากไหน?

          ครับ...ก็ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามข้อเขียนที่ธรรมดาของปุถุชนคนหนึ่งที่ไม่ใช่นักเขียน และต้องขอขอบคุณๆ พ่อ คุณแม่ ที่ทำให้มีคำถามเช่นนี้ ตลอดจนญาติมิตร ผู้มีพระคุณ ผู้หวังดี หวังร้าย ผู้ร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะคุณศิริพร ชัยวัฒนาโรจน์ (หงส์) ภรรยาที่เข้าใจ ให้กำลังใจและเป็นเพื่อนร่วมทางชีวิตผู้ทำให้รู้ว่าชีวิตที่ผ่านมาไม่โดดเดี่ยว

          จำได้ว่าเข้าเป็นสมาชิกหอการค้าอุดรธานี เมื่อปี 2537 โดยการชี้แนะของคุณศิริ คูสกุล นับจากวันนั้นถึงวันนี้ร่วม 17 ปี เข้าไปแล้ว เข้ามาเป็นกรรมการก็โดยการชักนำของคุณสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย เมื่อปี 2545 ได้รับเลือกเป็นกรรมการ 4 สมัย เป็นกรรมการ 2 สมัย เป็นรองประธาน 2 สมัย รวมเวลาที่รับใช้หอการค้าในฐานะกรรมการ 8 ปี (ว่าที่จริงทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมมาตั้งแต่เป็นนักเรียน นักศึกษารัฐศาสตร์ ม.รามคำแหงที่ กทม. ยุคเปิดเป็นตลาดวิชาใหม่ๆ โน่นแหละ)

           เหตุที่เข้าเป็นสมาชิกหอการค้าเพราะภรรยาเป็นคนค้าขายและส่วนตัวก็มีพื้นฐานครอบครัวที่เคยเติบโตมาจากผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายแดงมาก่อน ประกอบกับเมื่อสมัยเรียนอยู่ชั้น ป.5 ก่อนไปโรงเรียนต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อปั่นจักรยาน “ร่าเร่” คู่ชีพ ออกไปรับหนังสือพิมพ์เพื่อขายหารายได้พิเศษ

           ยุคนั้น น.ส.พ. “พิมพ์ไทย” ฉบับพิเศษวันอาทิตย์จะขายดีมาก เพราะจะมีรูปดาวยั่วขึ้นปก เป็นที่ต้องตาต้องใจลูกค้าเป็นอย่างมาก อย่างเช่น “ปรียา รุ่งเรือง” เจ้าของฉายา “อกเขาพระวิหาร” หรือ “หม้ายผ้าขาวม้าแดง” เป็นต้น ขึ้นปกทีไรยอดขายรายได้พุ่งกระฉูดทุกที คนยุคก่อนหน้าอกเขาใหญ่ก็ใหญ่จริงๆ ตามธรรมชาติ ผิดกับคนยุคนี้ดูจาก “มาลัยไทยรัฐ” แล้วซึ่งก็ไม่รู้ว่าใหญ่จริงหรือพองลม?

           วันหนึ่งๆ โดยเฉลี่ยแล้ว ยอดขายจะตกประมาณ 80 ฉบับต่อวัน ฉบับละ 1 บาท เถ้าแก่ก็จะหักให้ฉบับละ 1 สลึง มีรายได้ทุกวันๆ ละประมาณ 20 บาท เดือนหนึ่งก็ 600 บาท เรียกว่าค้าขายหาเงินได้เองตั้งแต่อายุ 11 ปีโน่นแหละ ซึ่งยุคนั้นทองคำบาทละ 400 บาทเท่านั้นเอง

           ก่อนมาเป็นกรรมการคิดมุ่งธุรกิจการค้า มีบริษัท มีห้างหุ้นส่วนเป็นของตัวเองก็เคย มาเสียจังหวะชีวิตพลิกผันก็วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 นั่นแหละ จึงต้องกลับมายึดอาชีพทนายความเหมือนเดิม

          เคยเป็นที่ปรึกษาสภาทนายความอุดรธานี เป็นประธานกรรมการการเลือกตั้งภาค 4 สภาทนายความแห่งประเทศไทย เป็น กกต.จังหวัดก็เคย จากนั้น ได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ เป็นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้รับความไว้วางใจจากหอการค้าอุดรธานี เสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็น ส.ว.สรรหา (เข้ารอบลึกๆ) ก็เคยฯ

         แม้ปัจจุบันก็ยังเป็นที่ปรึกษา เป็นกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ภาระหนี้สิน ลูกเต้าไม่มี ปี 2533 หลังแต่งงานไปกราบขอพรองค์หลวงตาพระหมาบัวที่กุฏิท่านบอก “อย่ากัดกันเหมือนหมา” เชื่อเรื่อง “กฎแห่งกรรม” เป้าหมายชีวิตคือ “ความสุข”

         ซึ่งเท่านั้นก็คงพอตอบโจทย์ถึงที่มา ที่เป็นอยู่พอสมควรนะครับ อ้อ...เกิดโตที่อุดรฯ นี่แหละครับ ความจริงแต่ละฉากชีวิตก็มีบู๊ มีบุ๋น มีเสียใจ ดีใจ คละเคล้ากันไป ไม่ราบเรียบเสียเลยทีเดียวนักหรอก ด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ที่ทำให้คนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ จึงทำให้มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ

         เมื่อมาเป็นกรรมการอยู่หอการค้าก็ได้รับมอบหมายภารกิจหลักด้านกฎหมาย และสิทธิประโยชน์ทั้งเขียนบทความด้วย การที่เขียนมาถึง 6 ปี ไม่ขาดไม่ลา คงมีข้อเขียนที่ผิดตกบกพร่องคลาดเคลื่อนอยู่บ้างเหมือนกัน ก็ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย

         เรื่องกฎหมายนี้เป็นอะไรที่ไม่เฉพาะคนธรรมดาสามัญเท่านั้นที่ยากจะเข้าใจ แม้ในหมู่นักกฎหมายเองก็เห็นกันไปคนละทิศละทางขึ้นอยู่กับว่าอยู่กับหน่วยงานใด หรือบุคคลใด หรือสถานการณ์ใด ซึ่งก็มีวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกันในการใช้กฎหมาย จึงทำให้ดูเหมือนว่าเรื่องความยุติธรรมนี้ บางทีก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคลเฉพาะองค์กรไปก็มี เพราะระเบียบกฎหมายเขียนขึ้นด้วยคนและคนเป็นผู้ใช้ตามความเห็นขณะนั้น

          ผู้รู้บอก...คนทุกคนมีหน้าที่ ทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ตัวเองเป็นคือหน้าที่ของคน เป็นคนทำงานก็ขยันซื่อสัตย์ เป็นคนค้าขาย เป็นนักธุรกิจก็ลงทุนเพื่อหากำไร เป็นนักการเมืองก็ใฝ่หาอำนาจ เป็นข้าราชการก็สนองนโยบายผู้บังคับบัญชา เป็นสื่อมวลชนก็หาข่าวหาโฆษณา เป็นนักกฎหมายก็ฝ่าหายุติธรรม เป็นพระก็ถือศีล 227 เป็นเณรก็ศีล 10 เป็นคนทั่วไป เต็มที่ก็ศีล 5 ตามวิถีโลกียธรรม เป็นนักปฏิบัติธรรมเป็นพระป่าก็มุ่งโลกุตรธรรม (พ้นโลก)

         ตามบทบาทหน้าที่ธรรมชาติก็จะแยกแยะจัดตัวของมันเอง หากวันใดผิดธรรมชาติ ผิดบทบาทหน้าที่ปัญหาก็เกิด คนแต่ละคนนั้นจึงอาจดีในสายตาคนหนึ่ง แต่ไม่ดีในสายตาของอีกคนหนึ่งเพราะในตัวคนมีดีชั่วสลับกันไป จะหาผู้ใดมีคุณสมบัติพร้อมทุกประการย่อมไม่มี แต่ละคนมีบางอย่างมาก บางอย่างน้อย เมื่อขาดสิ่งใดก็ดิ้นรนหาสิ่งนั้นมาเติม

        พระท่านจึงไม่ให้ยึดติดกับเสียงชื่นชมยินดีหรือเสียงใส่ร้ายป้ายปี เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจที่ปล่อยวาง โลกธรรมนั้น พอใจก็สรรเสริม ไม่พอใจก็ติฉินนินทา คนส่วนใหญ่จึงมักจกเลือกทำแต่เรื่องถูกใจ เรื่องถูกต้อง จึงมักจะเป็นทางสายเปลี่ยว

         ทุกอย่างต้องมีเหตุ เมื่อมีเหตุมันก็ต้องมีผล และเหตุเป็นอย่างไร ผลมันก็เป็นอย่างนั้น ปัญหาแก้ที่เหตุ การเลือกตั้งไทยในระบอบประชาธิปไตยต้องอาศัย คนหมู่มากๆ เป็นชาวบ้าน นักการเมือง จึงให้เวลากับชาวบ้านมากกว่าชาวเมือง

        แม้คนยุคนี้จะเป็นคนยุคไอที มีอาวุธนิวเคลียร์ที่ล้ำยุคล้ำสมัยแต่พระท่านก็ว่าคนเป็นสัตว์โลกที่ยังพร่องอยู่ มีกิเลส ตัณหา อุปทาน กำหนดพฤติกรรม จกตกคน ล่อคนก็เอาผลประโยชน์เข้าล่อ

        โลกวันนี้คนโง่ก็ยังจะเป็นเหยื่อของคนฉลาด ทุการแข่งขัน ทุกเวที ทุกวงการ ก็จะยังคงแย่งชิงความได้เปรียบกันทุกวิถีทาง ไม่ว่าหิวหรืออิ่ม การโฆษณาชวนเชื่อ การนินทา กล่าวร้ายป้ายสี ก็จะยังคงมีอยู่เหมือนเดิมเพราะธรรมชาติธาตุแท้ของคนนั้นมีแรงริษยามีรัก โลภ โกรธ หลง มีไฟปรารถนาที่อยากจะเป็นใหญ่เป็นคนสำคัญ

        เมื่อเชื่อกันว่าโลกหมุนรอบตัวเอง เก่าก็จะไปใหม่ก็จะมา พฤติกรรมประโยชน์นิยมจะยังครองโลก ครองหัวใจคนส่วนใหญ่อีกต่อไป ตราบเท่าที่โลกยังหมุนรอบตัวเอง บัวจะยังมีอยู่ 4 เหล่า คนก็จะยังคือคนอยู่นั่นเอง ขอให้โชคดีมีชัยทุกท่านทุกคน!

Image

ขอบคุณและสวัสดี

 
รู้ทันเทคโนโลยี : กูเกิลควงแขนแอนดรอยด์ 3.0 พิมพ์ อีเมล์

กูเกิลควงแขนแอนดรอยด์ 3.0 ออกโรงพิชิตแท็บเล็ต

           หลังจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 2.3 Gingerbread (ขนมปังขิง) จากกูเกิลกำลังเริ่มออกปฏิบัติการณ์อัปเดตในหลายๆ Mobile Device ล่าสุดทางกูเกิลก็ประกาศกลางงาน CES 2011 เปิดตัวระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.0 Honeycomb (รังผึ้ง) ชึ้นโชว์พร้อมแท็บเล็ต Motorola Xoom

          ถือเป็นแบรนด์แรกที่กูเกิลเลือกให้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.0 หรือในรหัส Honeycomb ขึ้นเปิดตัวบนแท็บเล็ต Motorola Xoom เพื่อเป็นเสียงยืนยันว่าระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ตัวล่าสุดนี้จะถูกออกแบบมา เพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างกับระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนหน้าที่มีผู้ผลิตหลายเจ้าพยายามดัด แปลงตัวระบบให้รองรับกับแท็บเล็ตของตนจนอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องการแสดงผล ที่ไม่สมบูรณ์

          โดยนาย Andy Rubin หัวเรือใหญ่ในการพัฒนาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ได้ชี้แจงถึงเรื่องระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ตัวต่อไปว่า สำหรับในเวอร์ชัน 3.0 หรือในรหัส Honeycomb จะมีการปรับปรุงในส่วนของการรองรับการแสดงผลสำหรับหน้าจอขนาดใหญ่ รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบ User Interface ใหม่ทั้งหมด และที่สำคัญคือในเวอร์ชันล่าสุดนี้ตัวระบบจะรองรับการทำงาน Multi-Tasking ได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

          ในส่วนการพัฒนาระบบการทำงานอื่นๆ Rubin กล่าวต่อว่า สำหรับแอนดรอยด์มาร์เก็ตจะมีการเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่นให้มากกว่าเดิมถึง 100,000 ตัว และในส่วนของซอฟท์แวร์จากกูเกิลเองจะมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมในหลายส่วน เช่น แผนที่จะสามารถแสดงผลแบบ 3D interactions and offline reliability ได้ รวมถึงการเพิ่มคุณสมบัติ Video Call ข้ามแพลตฟอร์มบน Google Talk และในส่วนของเว็บบราวเซอร์จะมีการเพิ่มระบบแท็บหน้าเพจ, Auto Fill, Bookmark, และหน้าเว็บเพจแบบส่วนตัว รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Google eBook จะถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อจับตลาดสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเริ่มได้ รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

Image

          นอกจากนั้น จากการรายงานของสื่อเมืองนอกหลายสำนักยังพบว่า ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.0 Honeycomb จะสามารถรองรับกับหน่วยประมวลผลจากอินเทลอย่างอะตอม หรือ ฟิวชันจากเอเอ็มดีได้ เพื่อในอนาคตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.0 จะขยายฐานตลาดไปจับกลุ่มแท็บเล็ตประสิทธิภาพสูง ตลาดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหรือตลาดเน็ตบุ๊กได้ง่ายขึ้น

          สำหรับ Motorola Xoom ที่ทางกูเกิลเลือกมาเปิดตัวพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.0 Honeycomb จะมาพร้อมสเปก คือ ใน ส่วนของซีพียูจะขับเคลื่อนด้วย dual-core ARM-based Tegra 2 รองรับการแสดงผลความละเอียดสูง 1080p ในส่วนของหน้าจอจะมีขนาด 10.1 นิ้วพร้อมความละเอียดหน้าจอที่มากถึง 1,280x800 พิกเซลแบบจอกว้าง 16:9 อีกทั้งภายในยังบรรจุ Accelerometer, Gyroscope และรองรับการแสดงผลแฟลช 10.1 ได้ด้วย

         ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นปีฮอตและฮิตของทีวีสามมิติ เพราะผู้ประกอบการค่ายเอวีชั้นนำต่างพาเหรดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ทีวีสามมิติ หวังตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ และปีนี้วงการตลาดทีวีสามมิติยังคึกคักต่อเนื่อง เพราะมีหลายแบรนด์รอจ่อคิวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่สำหรับ แอลจี ประเทศไทย กลับมองข้ามช็อต ขอรุกอีกสเตปกับตลาดสมาร์ททีวี
แม้ปัจจุบันทีวีสามมิติจะมีสัดส่วนตลาดมากกว่าสมาร์ททีวี แต่หากเปรียบเทียบชั้นเชิงความสามารถกันแล้ว ทีวีสามมิติที่มีความสามารถในการรับชมได้เสมือนสมจริง ขณะที่สมาร์ททีวี สามารถทำงานได้มากกว่าเครื่องรับสัญญาณภาพทั่วไป คือ เป็นทีวีที่สามารถนำเสนอรายการทีวีทั้งในรูปแบบออฟไลน์ และออนไลน์

          หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นทีวีที่มีความสามารถคล้ายคอมพิวเตอร์ สามารถเข้าชมเว็บไซต์ผ่านทาง Web Browser และใช้งาน Widget แอปพลิเคชั่นขนาดเล็ก ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาเฉพาะผ่านทางโปรแกรมต่างๆ ได้ และเมื่อได้ 3 ยักษ์ใหญ่วงการไอที ทั้ง กูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟท์ ลงมาเล่นในตลาดสมาร์ททีวีอย่างจริงจัง ก็ยิ่งเป็นการตอกหมุดย้ำกันชัดๆ อีกครั้งว่า สมาร์ททีวีน่าจะกลายเป็นเทรนด์ทีวีรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมในอนาคตแน่ นอน

          ด้วยปัจจัยดังกล่าวทำให้แอลจีตัดสินใจเบนเข็มหันมาให้น้ำหนักกับตลาดสมาร์ททีวีเพิ่มมากขึ้นในปีนี้

          อำนาจ สิงหชาญ ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นเทคโนโลยีสามมิติเป็นหลัก แต่สำหรับแอลจีจะเน้น 2 ตลาด ทั้งสามมิติและสมาร์ททีวี โดยจะให้น้ำหนักกับสมาร์ททีวีมากกว่า

          เพราะมองว่าในอีกไม่ช้า ฟังก์ชั่นของทีวีสามมิติจะกลายเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของทีวี แต่ทีวีที่มีความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือสมาร์ททีวี จะเป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดทีวี และเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่สร้างรายได้แห่งใหม่

           ปีที่ผ่านมาแอลจีมีสัดส่วนตลาดสมาร์ททีวี เพียง 20% ของตลาดรวมทีวีของแอลจี การหันมาโฟกัสทำตลาดสมาร์ททีวีอย่างจริงจัง จะทำให้สัดส่วนสมาร์ททีวีเพิ่มเป็น 60% ในปีนี้ และ 80% ในปี 2555 โดยปีนี้แอลจีมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์สมาร์ททีวีออกสู่ตลาดทั้งหมด 11 รุ่น แบ่งเป็นพลาสม่าทีวี 4 รุ่น, แอลอีดีทีวี 5 รุ่น และแอลซีดีทีวี 2 รุ่น

           สำหรับแนวทางการทำตลาดสมาร์ททีวีของแอลจีในปีนี้ จะเป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยเน้นเรื่องเนื้อหา (Content) และความสะดวก (Convenience) ในส่วน Convenience จะเป็นการควบคุมระบบให้ลูกค้าใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

           ขณะที่ Content นั้น มองว่า หัวใจสำคัญต้องอิงไปกับพฤติกรรมลูกค้า จึงจะทำให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์และหันมาใช้สมาร์ททีวีมากขึ้น ซึ่งผลสำรวจพฤติกรรมลูกค้าในต่างประเทศ พบว่าจะนิยมสมาร์ททีวี เพื่อเชื่อมต่อเข้ายูทูบ โหลดทีวีชมย้อนหลัง แต่สำหรับเมืองไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล คาดได้ผลมกราคมนี้

           อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ แอลจีได้จับมือกับพาร์ตเนอร์ 2 ราย ได้แก่ เว็บไซต์ Mthai และเนชั่น เพื่อนำเสนอเนื้อหาผ่านสมาร์ททีวี และในไตรมาส 1 มีแผนจะผนึกพันธมิตรเพิ่มอีก 7-10 ราย เพื่อขยายคอนเทนต์ให้หลากหลายครอบคลุมไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเช็กรอบหนัง เช็กตารางเที่ยวบิน รวมถึงการชอปปิ้ง เดินทาง และการ Co-Promotion ไปกับอินเทอร์เน็ต โพรวายเดอร์ ซึ่งแอลจีมองว่าเป็นปัจจัยหลักของสมาร์ททีวีที่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ได้ รวมไปถึงการโรดโชว์ตามหัวเมืองใหญ่ๆ เพื่อสร้างการรับรู้เพิ่มมากขึ้น โดยวางแผนโรดโชว์ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน

           ด้าน จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่ บริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป บอกว่า จากการศึกษาแนวโน้มหรือเทรนด์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2553 ต่อเนื่องปี 2554 จะพบว่า จากนี้ไปสินค้าหมวดภาพและเสียง (เอวี) กลุ่มจอโทรทัศน์

           เทคโนโลยี 3 มิติ จะมีบทบาทมากขึ้นและมีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและตลาดเปิดรับยิ่งขึ้น

           ปัจจุบันทีวีสามมิติมีสัดส่วนเพียง 5% ของตลาดรวม ขณะที่เพาเวอร์มอลล์ มีสัดส่วนยอดขาย 10% และคาดว่าจะขยับเพิ่มเป็น 30% ในปีหน้า ซึ่งนอกจากการทำตลาดของเพาเวอร์มอลล์แล้ว ต้องได้รับการผลักดันที่ดีทั้งจากแบรนด์ผู้ผลิตทีวีในการพัฒนาทีวีสามมิติ ที่หลากหลายออกสู่ตลาด และการมีแคมเปญส่งเสริมการขายที่โดนใจลูกค้า

ที่มา manager online

 
SMEs Clinic : บันไดสู่ความสำเร็จ ?ขั้นที่ 5? พิมพ์ อีเมล์

บันไดสู่ความสำเร็จ “ขั้นที่ 5”

          สวัสดีค่ะ ฉบับนี้คงต้องกล่าวลาล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งกรรมการหอการค้าสมัยหน้า คือ สมัยที่ 14 ที่จะมาถึงในวันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2554 นี้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ท่านสมาชิกหอการค้าจะได้คณะกรรมการบริหารหอการค้าชุดใหม่ซึ่งแต่ละสมัยทำงาน ประธานหอการค้าแต่ละท่านก็จะมีนโยบายและรูปแบบการทำงานตามที่ได้วางแผนไว้คล้ายกับการจัดตั้งคณะรัฐบาลนั่นแหละค่ะ เพียงแต่หอการค้าอุดรไม่ได้แข่งขันกันดุเดือดขนาดนั้น ส่วนใหญ่พี่ๆ กรรมการจะมาช่วยงานกันด้วยจิตอาสา เพื่อให้จังหวัดอุดรธานีมีความเจริญก้าวหน้า สมัยไหนใครว่างก็อาสามาทำงานเพราะกรรมการฯ ไม่มีเงินเดือน ใครสะดวกก็ลงสมัครเลือกตั้งกันไป ดิฉันก็เพิ่งเป็นกรรมการน้องใหม่เพิ่งลงสมัครครั้งแรกในสมัยที่ 13 นี้พอได้ก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธานฯ ให้ทำงานในส่วนที่ตนเองถนัดคือ เอสเอ็มอีคลินิก โดยใช้ประสบการณ์ที่ทำงานด้านบัญชีและที่ปรึกษาธุรกิจมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สองปีที่ผ่านมาดิฉันมีความประทับใจหลายอย่างกับหอการค้าค่ะ ความประทับใจแรกคือ บทเรียนการทำงานอันล้ำค่าที่สถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้มอบให้ ทำให้ได้โอกาสเปิดวิสัยทัศน์ได้กว้างไกลค่ะ สองคือ มุมมองหลายมิติที่ทำให้ดิฉันเข้าใจภาพรวมของการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการได้ชัดเจนและลึกขึ้น สามคือ ได้เรียนรู้ระบบการทำงานร่วมกันและความตั้งใจของทีมงานระหว่างคณะกรรมการบริหารร่วมกับทีมงานหอการค้าฯ ตั้งแต่ผู้จัดการ เจ้าหน้าที่และแม่บ้าน ซึ่งทุกคนสำคัญหมด กิจกรรมจะเกิดได้ต้องอาศัยทุกคนต่อกันเป็นจิ๊กซอว์จึงจะสำเร็จเป็นกิจกรรมหอการค้าขึ้นมาได้ สี่คือ ได้ฝึกการบริหารจัดการเวลาและความอดทนในการทำงาน โดยเฉพาะการเขียนบทความประจำแบบนี้จะเกเรไม่ได้ต้องมีการวางแผนเผื่อเวลาไว้ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระให้เจ้าหน้าที่ของหอการค้าคือ น้องหวานต้องโทรตาม ซึ่งดิฉันก็ส่งท้ายช้าหน่อยคราวนี้เพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเพราะโหมงานหนักไปหน่อย แบตเตอรี่หมดเลยต้องพักไปสามวันค่ะ ห้าคือ ได้แรงบันดาลใจโดยเรียนรู้จากความตั้งใจของพี่ๆ กรรมการและเจ้าหน้าที่ร่วมแรงร่วมใจกัน จนเกิดเป็นหนังสือพิมพ์ และเวปไซต์หอการค้า ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ ซึ่งทำได้ยากเพราะทุกท่านมีภาระงานประจำ และหลายท่านก็สวมหมวกหลายใบจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ดิฉันเองก็ได้ฝึกฝนความตั้งในการทำงานโดยดูพี่ๆ เป็นแบบอย่างที่ได้ทำไว้  ความประทับใจต่างๆ เหล่านี้ดิฉันถือโอกาสขอบพระคุณท่านสมาชิกหอการค้าที่ได้กรุณามอบโอกาสนี้ให้ดิฉันได้เข้ามาพัฒนาตนเองและรับใช้สังคมผ่านเวทีหอการค้าจังหวัดอุดรธานีค่ะ

 

Image

 

           สุดท้ายนี้ของฝากสำหรับฉบับนี้ ดิฉันขอมอบ “บันไดสู่ความสำเร็จขั้นที่ห้าเป็นตอนสุดท้าย”ไว้สำหรับพี่น้องชาวเอสเอมอี เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจนะคะ บันไดขั้นที่ห้า คือการควบคุมการทำงานตามแผนธุรกิจหรือ Management จากที่ดิฉันได้เคยขอคำแนะนำและเรียนถามแนวคิดของท่านเจ้าของธุรกิจ เถ้าแก่หรือ CEO CFO ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์มาหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่เงินแสนบาทหรือเจ้าสัวหมื่นล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์ สิ่งที่ทำให้ท่านเหล่านั้นผ่านพ้นคืนวันอันยากเย็นมาได้คือการมีวินัยกับตัวเอง รู้จักขยัน อดทน มานะพยายาม ไม่ท้อทอย เมื่อเจออุปสรรคต้องฝ่าฟันท่านก็คิดเสียว่าเป็นบทเรียนราคาแพง การที่ล้มตอนที่ยังหนุ่มสาวดีกว่าล้มตอนที่แก่มากแล้ว ซึ่งการล้มตอนนั้นอาจไม่เหลือกำลังที่จะไปสู้รบตบมือเพราะใจสู้แต่ร่างกายไม่สู้ก็ลำบาก และที่สำคัญเมื่อพยายามแล้วได้รับความสำเร็จท่านก็อย่าเพิ่งทะนงตนเกินไป ควรดำเนินธุรกิจไปอย่างระมัดระวังรอบคอบ รู้จักความพอเพียง ท่านไม่ควรกู้ธนาคารมากเกินความจำเป็น เพราะในช่วงที่มีเครดิตดี ธนาคารมาขอปล่อยกู้ด้วยความยินดี ท่านจะเผลอใช้เงินฟุ้งเฟ้อ ลืมคิดว่าเงินนี้มิใช่ของข้า ยืมเขามามีดอกเบี้ย ท่านควรเผื่อไว้เมื่อเจอภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ธนาคารอาจจะตัดวงเงินโอดีของท่านแทนที่จะเพิ่มวงเงินเพื่อช่วยเหลือก็ได้ การเลือกสถาบันการเงินในการกู้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญควรคิดตั้งแต่เริ่มแรกดูนโยบายด้วย นอกจากนี้การลงทุนหรือขยายธุรกิจต้องยึดทางสายกลาง ทำแต่พอดีค่อยเป็นค่อยไป  อย่าขยายเร็วเกินไปหรือขยายเพราะคิดว่าดี ท่านควรตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงที่น่าเชื่อถือหรือพิสูจน์ได้ หรือที่เราเรียกว่าการศึกษาความเป็นไปได้ Feasibility Study ท่านต้องศึกษาข้อมูลอย่างดีจึงจะแข่งขันได้และหากท่านไม่มีทายาททางธุรกิจมารองรับท่านก็ต้องวางระบบงานไว้แต่เนิ่นๆ ควรวางระบบให้ทันสามารถรองรับกับการขยายงานและการเติบโต อย่ารอให้โตก่อนแล้วค่อยทำ และอย่าทำเฉพาะเรื่องสินค้ากับการเน้นยอดขาย ควรทำทั้งระบบไปพร้อมกันเพราะท่านจะควบคุมงานยาก ท่านจะเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับงานแก้ปัญหามากจนไม่มีเวลาสำหรับงานวางแผน ซึ่งที่ปัญหานี้เป็น TOP HIT ของธุรกิจเอสเอ็มอี ที่โตเร็วจนควบคุมระบบงานไม่ทัน ดิฉันจึงขอฝากไว้นะคะ

 
ผลการดำเนินกิจกรรมปี 2552-2553 พิมพ์ อีเมล์

หอการค้าจังหวัดอุดรธานีกับผลการดำเนินงานตลอดปีบริหาร 2552-2553
โดย นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้าฯ สมัยที่ 13

           เกิดการดำเนินงานและผลักดันโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องมากมาย อาทิ การส่งเสริมสินค้าเกษตรและจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจ การอบรมสัมมนา การส่งเสริมการศึกษาและสาธารณกุล การประสานงานต่างประเทศ ศึกษาเส้นทางการค้า การลงทุน การผลักดันเป็นเมืองคู่มิตร เกิดโครงการใหม่ๆ ทั้ง เครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง ศูนย์ที่ปรึกษาธุรกิจ SMEs Clinic และจะยังทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องต่อไป

           หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 เพื่อรองรับนโยบายการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเป็นองค์กรของสถาบันพ่อค้า นักธุรกิจ การเงิน การอุตสาหกรรม การเกษตร ได้รวมตัวและระดมความคิดในการประสานงานกับภาครัฐให้พัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดและประเทศอย่างเป็นระบบ

           การบริหารงานหอการค้า เกิดจากการทุ่มเทกำลังแรงกาย แรงใจของคณะกรรมการบริหารในทุกยุค ทุกสมัย ซึ่งในสมัยการบริหารงานที่ 13 พ.ศ. 2552-2553 ก็เช่นกัน คณะกรรมการต่างได้มุ่งเน้นการทำงานเพื่อประโยชน์ต่อชาวอุดรธานีอย่างแท้จริง โดยการนำของ นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ที่ได้ตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ในการร่วมสืบสานเจตนารมณ์ของประธานหอการค้าในอดีต เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกหอการค้าและจังหวัดอุดรธานี โดยได้จัดทำโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องแยกเป็นด้านต่างๆ ประกอบด้วย

ด้านการส่งเสริมสินค้าเกษตรและการจัดงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด
           - การเป็นศูนย์กลางจำหน่ายลิ้นจี่ และลำไย ช่วยเหลือเกษตรกร
             หอการค้าจังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์กลางจำหน่ายลิ้นจี่ ระหว่างวันที่ 3-4 มิ.ย. 2552 และลำไย ระหว่างวันที่ 30-31 ก.ค. 2552 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ พะเยา ลำพูน และเชียงราย เนื่องจากประสบปัญหาล้นตลาดและราคาตกต่ำ ส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรไทย และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร โดยการจัดตั้งคณะอนุกรรมการติดตามความเคลื่อนไหวและประเมินสถานการณ์การตลาดของภาคการเกษตร ตลอดจนให้ความร่วมมือในการรับซื้อลิ้นจี่จากเกษตรกรในภาคเหนือ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาเป็นกรณีเร่งด่วน

           - การจัดงานแสดงสินค้า ประจำปี 2552 – 2553
            หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดงานแสดงสินค้า ณ บริเวณสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัด ส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ทั้งด้านเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาและสร้างโอกาสให้กับชุมชน ส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ และเป็นการสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดในภาพรวม

          - การจัดงาน “มหกรรมการค้าลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2552” 
            ร่วมกับกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 6–15 มี.ค. 2552 ณ บริเวณสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาด้านการส่งออกให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค ส่งเสริมการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน บรรเทาปัญหาการลดกำลังซื้อจากต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในภูมิภาค ได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพส่งออกที่หลากหลาย ลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งหอการค้าได้รับมอบหมายให้ประสานงานสมาชิก ผู้ประกอบการ นำสินค้าประเภทบริการมาจัดแสดง 10 คูหา รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น สินค้าลดราคาพิเศษ แจกของรางวัล

          - งานแสดงสินค้า Made in Thailand Exhibition 2009 และงานแสดงสินค้า Thailand Trade Exhibition กิจกรรมประตูตะวันออกเฉียงเหนือ (ไทย-ลาว) ภายใต้นโยบาย 3 วงแหวน 5 ประตูการค้า ณ ศูนย์แสดงสินค้า LAO ITECC นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
             หอการค้าจังหวัดอุดรธานี จัดนำคณะกรรมการเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Made in Thailand Exhibition 2009 และงานแสดงสินค้า Thailand Trade Exhibition กิจกรรมประตูตะวันออกเฉียงเหนือ (ไทย-ลาว) ภายใต้นโยบาย 3 วงแหวน 5 ประตู นักธุรกิจอุดรธานี มีโอกาสพบปะ หารือ แลกเปลี่ยน ด้านการดำเนินธุรกิจกับ นักธุรกิจ สปป.ลาว

 

 ด้านการอบรม สัมมนา
          - โครงการไทยช่วยไทย 2010 AIS BUSINESS FORUM: ECO SYSTEM “ธุรกิจเกื้อกูล เศรษฐกิจก้าวไกล”
             ร่วมกับ หอการค้าไทย, เอไอเอส และสภาอุตสาหกรรม จัดสัมมนาระดมความคิดแนวร่วมพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นรับยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดอุดรธานีและภูมิภาค ในย่างก้าวที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคการรับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC

          - การจัดงานสัมมนา “เทคโนโลยีสัญจรเพื่อธุรกิจขนาดย่อม”
            ร่วมกับ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Windows 7 ปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้จริง และการใช้ประโยชน์จาก Office 2010

Image

          - โครงการสัมมนา “ยุทธศาสตร์การค้า การลงทุน และการตลาด สู่ภูมิภาคสัญจร ครั้งที่ 5”
            ร่วมกับ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความเข้าใจ รวมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ด้านธุรกิจแก่ผู้ประกอบการในจังหวัดอุดรธานี และผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Image

          - การจัดสัมมนา หัวข้อ “ทำโชห่วยให้รวยอย่างยั่งยืน”
            ร่วมกับ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อถ่ายทอดความรู้ ข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจค้าปลีกทันสมัย และเพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนร้านโชห่วย ในการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้พัฒนาร้านค้าให้มีศักยภาพสูงขึ้น มีความสามารถในการแข่งขัน และยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน

          - การจัดอบรมทางวิชาการด้านบัญชี
            ในปีบริหาร 2552-2553 หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดอบรมทางวิชาการด้านบัญชีขึ้นเป็นจำนวน 3 ครั้ง ในหัวข้อ “เตรียมความพร้อมก่อนส่งงบการเงิน 2552” “รู้ภาษีและประหยัดภาษีอย่างถูกวิธี” และ “การจัดทำรายงานทางการเงินรูปแบบใหม่ ยุค 2011” เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจการจัดทำรายงานทางการเงินรูปแบบใหม่ และสามารถพัฒนาความรู้ทางบัญชี และนำไปประยุกต์ใช้กับงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถจัดทำรายงานทางการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกต้อง

          - การศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์
            หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ ศูนย์ปรึกษาการประหยัดพลังงาน นำคณะกรรมการ สมาชิก และสื่อมวลชน จำนวน 30 คน เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ บ้านนาพู่ และบ้านนาข่า อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายวาสน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการ และนายอนุสรณ์ ปิ่นกุมภี วิศกรประจำโครงการ ให้การต้อนรับ และบรรยายกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หลังจากนั้นเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ทั้งสองพื้นที่ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบแนวคิด รูปแบบโครงการที่จะช่วยในการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม และได้รับทราบเทคนิคการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้ต้นทุนจากธรรมชาติ และตระหนักถึงแนวทางการประหยัดพลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน

 

ด้านการประสานงานต่างประเทศ
          - การจัดงานสัมมนา เรื่อง อินโดนีเซีย – ไทย โอกาสทางการค้าและการลงทุน
             เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย นายโมฮัมมัด ฮัตตา และคณะ เดินทางมาเยือนจังหวัดอุดรธานี เพื่อจัดงานสัมมนาเรื่อง อินโดนีเซีย – ไทย โอกาสทางการค้าและการลงทุน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย โดยครอบคลุมทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ทั้งในระดับทวิภาคีและกรอบพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความร่วมมือภายใต้กรอบ ASEAN ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือในการสถาปนาความสัมพันธ์การเป็นบ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดอุดรธานีกับจังหวัดในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่มาของการเข้าหารือความเป็นไปได้กับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งหอการค้าและจังหวัดอุดรธานี จะได้ประสานความร่วมมือในด้านนี้ต่อไป

          - โครงการทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศ
             ในปีบริหาร 2552-2553 หอการค้าได้จัดทำโครงการทัวร์ธุรกิจขึ้น จำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 เดินทางทัศนศึกษาดูงาน “ประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์” ครั้งที่ 2 เดินทางทัศนศึกษาดูงาน “เซี่ยงไฮ้ World Expo 2010” และครั้งที่ 3 เดินทางทัศนศึกษาดูงาน “ประเทศพม่า” โดยเข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า รับฟังข้อมูลการค้าการลงทุน และเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางในแต่ละประเทศนั้น หอการค้าได้จัดให้มีการพบปะนักธุรกิจ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันถึงแนวทางความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุนระหว่างประเทศ

 

 ด้านการสาธารณกุศลและการศึกษา
          - โครงการคลายเครียดเพื่อการกุศล
             จัดกิจกรรมพิเศษการแสดงทอลค์โชว์ อ.พนม ปีย์เจริญ ในหัวข้อ “เมืองไทยสบายดี” ปะทะ “สภาโจ๊กยกทีมฮา มหากุศล”และการแสดงกายกรรม “ชุดกู๊ดดี้ กู๊ดดี้ แฟมิลี่โชว์” เพื่อเป็นการสร้างความบันเทิงและความหรรษาให้กับสมาชิก ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจทั่วไป ภายในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี

Image

          - โครงการล้างแอร์ลดค่าไฟหน้าร้อน
             ร่วมกับ พลังงานจังหวัดและวิทยาลัยเทคนิค จัดทำโครงการล้างแอร์ลดค่าไฟหน้าร้อนขึ้น เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน และการประหยัดพลังงาน ได้ร่วมมือกันใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัด และลดการใช้ไฟฟ้า โดยมีนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคเป็นผู้ดำเนินการล้างแอร์ รายได้ทั้งหมดมอบให้เป็นทุนการศึกษาแก่นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค

          - โครงการทบทวนความรู้สู่ภูมิภาค
             ปีบริหาร 2552-2553 หอการค้า ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทบทวนความรู้สู่ภูมิภาคถึง 2 ครั้ง ในครั้งแรกจัดขึ้นที่ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ครั้งที่สองจัดขึ้นที่ โรงเรียนกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

             ครั้งที่สอง หอการค้าได้ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทำโครงการ “สุดยอดการติวเข้ามหาวิทยาลัย” เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ที่กำลังเตรียมตัวสู่มหาวิทยาลัยในปี 2553 และแนะแนว ส่งเสริมให้นักเรียนทั่วประเทศ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยมีนักเรียนในจังหวัดอุดรธานีเข้าร่วมงานครั้งนี้ถึง 3,000 คน

           - โครงการประกวดแผนธุรกิจ
             หอการค้าได้จัดทำโครงการประกวดแผนธุรกิจขึ้นจำนวน 2 ครั้ง ในปีบริหาร 2552-2553 แยกเป็น “โครงการประกวดแผนธุรกิจ ครั้งที่ 3” และ “โครงการประกวดแผนธุรกิจ ครั้งที่ 4” ซึ่งได้ร่วมกับ ชมรมธนาคารจังหวัดอุดรธานี จัดทำโครงการเพื่อสร้างแรงจูงใจ ปลูกจิตสำนึก และสนับสนุนแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการใหม่ให้แก่นักศึกษาที่กำลังศึกษาและที่กำลังจะจบการศึกษา รวมถึงบัณฑิต สามารถพัฒนา และเชื่อมโยงผลงานต่าง ๆ ไปสู่แนวคิดในการประกอบธุรกิจส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยพัฒนา นวัตกรรมไปสู่การลงทุนในเชิงพาณิชย์ และเพื่อสร้างและขยายโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ของงานวิจัยและพัฒนา

 

 ด้านการริเริ่มโครงการใหม่ๆ
           - โครงการเครือข่ายธุรกิจนวัตกรรมลุ่มน้ำโขง
              หอการค้าร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) จัดทำโครงการส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมใหม่ ภายใต้ชื่อ “ลุ่มน้ำโขง” ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันประกอบด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และเลย ซึ่งมีกลุ่มผู้ประกอบการและสมาชิกมากกว่า 1,200 ราย จัดเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรมในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ โดยหอการค้าทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงาน สรรหา และคัดเลือก โครงการนวัตกรรมจากสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรม “ลุ่มน้ำโขง” เพื่อขอรับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากสนช. และส่งผลงานนวัตกรรมให้เข้าร่วมประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานการพัฒนานวัตกรรม จะสามารถยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ของประเทศไทย

           - การจัดงาน SMEs ไทยเข้มแข็ง 2010 
             ได้รับมอบหมายจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้จัดงาน SMEs ไทยเข้มแข็ง 2010 ระดับจังหวัด เพื่อจัดกิจกรรมขยายตลาดทางการค้าและจับคู่ธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ ส่งเสริมศักยภาพ และสร้างเสริมขีดความสามารถทางการค้า ด้านการขยายตลาดในระดับประเทศ โดยจะเน้นไปที่ผู้ประกอบการที่อยู่ในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ที่ประกอบธุรกิจอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยมีกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ การอบรมสัมมนา การให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการ SMEs การแสดงสินค้า การฝึกอาชีพระยะสั้น และการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก

Image

          - การจัดตั้งศูนย์ SMEs Clinic (ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ)
            เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสาร และให้คำปรึกษาแนะนำเคล็ดลับการดำเนินธุรกิจ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินกว่า 10 แห่ง มาร่วมให้สิทธิประโยชน์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องให้แก่สมาชิก ผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่สนใจทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากวิกฤติเศรษฐกิจ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ SMEs และอื่น ๆ

          - การผลักดันเส้นทางบินระหว่างภูมิภาค
             หอการค้าได้ผลักดันเส้นทางบินในประเทศเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค เชื่อมเหนือ เชื่อมใต้ ในเส้นทางบิน อุดรธานี – ภูเก็ต และอุดรธานี – เชียงใหม่ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และหอการค้าจังหวัดอุดรธานี โดย นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้า ยังได้มีส่วนร่วมในการคัดค้านการหยุดบินของสายการบินไทย เส้นทางอุดรธานี – กรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะคัดค้านการหยุดบินนี้เป็นผลสำเร็จแล้ว การบินไทย ยังได้ยกระดับให้จังหวัดอุดรธานีเป็นโหนดการบินภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอีกด้วย

 

 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
            ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการหอการค้า ต่างได้ทุ่มเททำงาน และผลักดันโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจถึง 2 รางวัล คือ รางวัล “หอการค้ามาตรฐาน” ประจำปี 2552 โดยได้นำคณะกรรมการเข้าร่วมงานและรับรางวัลนี้ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 27 ที่จังหวัดเชียงใหม่ และรางวัล “หอการค้ายอดเยี่ยม” ประจำปี 2553 โดย นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้าฯ ได้นำคณะกรรมการเข้ารับรางวัลและร่วมงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 28 ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา

Image

           นายธีระ ตั้งหลักมั่นคง ประธานหอการค้าจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “นอกจากผลการดำเนินงานในข้างต้นแล้ว หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ยังได้ร่วมเป็นคณะทำงานในด้านต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ช่วยทั้งกำลังทรัพย์ สติปัญญา ให้แนวคิด แนวทางการดำเนินงานต่างๆ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จลุล่วง ตลอดจนการช่วยแก้ไขหรือให้คำปรึกษาปัญหาด้านธุรกิจต่างๆ ตามแต่สมาชิก ผู้ประกอบการจะร้องขอ ซึ่งหอการค้าจะยังคงจะทุ่มเทกำลังแรงกาย แรงใจเช่นนี้ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจจังหวัดต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และเพื่อประโยชน์ต่อสมาชิก และชาวอุดรธานี”

 
ดัน4จว.อีสานประตูค้าลุ่มน้ำโขง พิมพ์ อีเมล์

          เลย - หอการค้ากลุ่มสี่อีสานตอนบน ดันสู่ประตูการค้าและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในลุ่มน้ำโขง เล็งยกระดับการค้าการผลิตสินค้าด้านเกษตร พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์หวังเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน 

Image

          นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ ประธานหอการค้ากลุ่ม 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน กล่าวว่า กลุ่ม 4 หอการค้าอีสานตอนบน ประกอบด้วยอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู และ เลย มีศักยภาพพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศสวยงาม สภาพอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาว 

          โดยเฉพาะ จังหวัดเลย มีอุทยานแห่งชาติภูเรือ ภูกระดึง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง วนอุทยานภูสวนทราย มีชุมชนบ่สานไม้เก่า  มี แก่งคุดคู้ ที่ อ. เชียงคาน นอกจากนี้ยังมีแหล่งอารยธรรมบ้านเชียง จ.อุดรธานี ที่สามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลก ที่หลวงพระบาง ของ สปป.ลาว และเมืองเว้ของเวียดนามได้ 

          นอกจากนี้ ยังมีศักยภาพการพัฒนาการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรทั้ง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง  ยางพารา เนื่องจากมีโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่จำนวนมาก อาทิ โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมัน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ปลูกยางพารามากที่สุดในอีสาน มีศักยภาพการพัฒนาการค้า การลงทุนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีด่านเป็นช่องทางการค้าหลายแห่งและด่านท่าลี่ จ.เลย เป็นจุดที่สามารถนำสินค้าภายใต้โครงการคอนแทรคฟาร์มมิ่ง ที่ร่วมกับ สปป.ลาว  ได้โดยไม่ต้องเสียภาษี และด่านหนองคาย ยังเป็นด่านที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

          นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้จึงมีแผนจะพัฒนาระบบนิเวศน์รักษาความสมดุลทางธรรมชาติควบคู่กับการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยว ด้วยการปรับปรุงให้มีมาตรฐาน สะดวก สบาย ความปลอดภัย เน้นคุณภาพสร้างการผลิตการเกษตรที่ให้ผลตอบแทนสูงทั้งยางพารา ไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับ เมืองหนาว เป็นต้น 

          อีกทั้งจะส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับ สปป.ลาว ลดปัญหาอุปสรรค การข้ามแดนทั้งคน รถ และสินค้า,ควบคู่ไปกับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณด่านชายแดน เพื่อเชื่อมโยงทั้งไทย ลาวและเวียดนาม 

          " จุดแข็งของเราคือ มีโรงงานมาก เป็นศูนย์กลางคมนาคม ทั้งทางน้ำ อากาศและทางบก เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน มีพื้นที่ปลูกพืชจำนวนมาก มีการแปรรูปและผลิตภัณฑ์รวมทั้งศักยภาพด้านการปศุสัตว์และการประมง" นายสมศักดิ์กล่าวและว่า 

          ส่วนจุดอ่อน คือ การพัฒนาระบบน้ำยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ยังขาดฐานข้อมูลการจัดเก็บข้อมูลการเชื่อมโยงข้อมูล พื้นที่ป่ามีแนวโน้มภาพรวมลดลง การใช้ประโยชน์การเกษตรยังไม่เต็มที่ ขาดการเชื่อมโยงทางเครือข่ายตลาด ขาดแคลนแรงงานด้านการเกษตร อีกทั้งภาคเกษตรกรยังมีหนี้สิน ขาดผู้สืบทอดอาชีพเกษตรและภูมิปัญญา  ขาดเทคโนโลยีเงินทุน แปรรูปสินค้าเกษตร และ ไม่ได้นำผลงานวิจัยการเกษตรที่มีประโยชน์เข้าสู่การปฏิบัติ 

          นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนา 4 จังหวัดอีสานตอนบน ให้เป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ในลุ่มน้ำโขง พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา ทั้งยกระดับการค้าการผลิตสินค้าภาคเกษตร พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หวังเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดนในอนาคต

Image

ดัน4จว.อีสานประตูค้าลุ่มน้ำโขง
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)
Monday, February 28, 2011 

 
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 36 37 38 39 40 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 352 - 360 จาก 2811
Close หอการค้า จังหวัดอุดรธานี คลิก!