หอการค้า จังหวัดอุดรธานี คลิก!

เมนูหลัก

ขาวสารหอการค้า

  • ดาวน์โหลดใบสมัครหอการค้า และสิทธิประโยชน์ของหอการค้า
เข้าระบบ สำหรับคณะกรรมการหอ
วิธีประหยัดไฟหน้าร้อน พิมพ์ อีเมล์

วิธีประหยัดไฟหน้าร้อน

           แม้ประเทศไทยจะอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี จนเราชักจะชิกับสภาพอากาศร้อนเสียแล้ว แต่กระนั้นเมื่อย่างเข้าหน้าร้อนทีไร หลายท่านก็ต้องมานั่งบนถึงความร้อนและวิธีการคลายร้อนทุกปี สิ่งที่มาพร้อมกับหน้าร้อน นอกจากอารมณ์จะหงุดหงิดง่ายแล้ว ยังมีบิลค่าไฟที่พอเห็นแล้วเล่นเอาเหงื่อตกเลยทีเดียว

           วารสารหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ฉบับนี้ ขอหยิบยกวิธีประหยัดค่าไฟในหน้าร้อนจากจดหมายข่าวอนุรักษ์พลังงาน มาฝากท่านผู้อ่าน โดยวิธีประหยัดค่าไฟในหน้าร้อนทำได้ไม่ยาก นอกจากรู้จักใช้เครื่องปรับอากาศอย่างประหยัดแล้ว ยังมีวิธีช่วยให้บ้านเย็นสบายได้อีกหลายวิธี ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์อากาศร้อนแต่เนิ่นๆ จึงขอแนะนำวิธีการประหยัดพลังงานสำหรับบ้านในช่วงหน้าร้อนนี้ เริ่มจาก

          1. หันบ้านให้ถูกทาง (วิธีนี้เหมาะสำหรับท่านที่กำลังจะปรับปรุงบ้านใหม่ หรือสร้างบ้านใหม่)
              อย่างที่ทราบกันว่า สภาพแวดล้อมรอบๆ บ้านมีส่วนช่วยทำให้บ้านเย็นสบาย เช่น มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มีแหล่งน้ำให้ความเย็น ไม่มีอาคารกีดขวางทางลม เป็นต้น การวางตำแหน่งของบ้านที่ดีจะทำให้ภายในบ้านได้รับประโยชน์จากธรรมชาติ จึงถือเป็นการเริ่มต้นที่ช่วยให้การใช้พลังงานในบ้านน้อยลง การวางตำแหน่งบ้านจึงแนะนำให้ใช้หลักง่ายๆ คือ “เปิดรับแสงเหนือ” และ “กันแดดด้านตะวันตกและใต้” เท่านี้ก็พอจะสู้รบกับความร้อนได้ดี

Image

          2. กางร่มให้บ้าน
              หลายๆ บ้านไม่สามารถหันบ้านให้ร่มแดดได้ เนื่องจากปลูกสร้างมานาน ก็อาจใช้แนวคิดการ “กางร่มให้บ้าน” เพื่อให้ตัวบ้านเช่น ผนัง หลังคา หรือช่องหน้าต่างถูกแสงแดดน้อยที่สุด จะทำให้ความร้อนถ่ายเทเข้าบ้านน้อยลง เมื่อความร้อนเข้าน้อย ค่าไฟฟ้าของการใช้เครื่องปรับอากาศก็จะน้อยด้วย วิธีการที่ง่ายและให้ประโยชน์มากที่สุดของการ “กางร่มให้บ้าน” คือ การปลูกต้นไม้บริเวณรอบๆ บ้าน เชื่อหรือไม่ว่าต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้น สามารถดูดความร้อนและคลายความเย็นให้กับสภาพแวดล้อมได้เทียบเท่ากับเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตันเลยทีเดีย

         3. อย่าสร้างแหล่งความร้อน
             บริเวณพื้นที่ว่างรอบตัวบ้านที่หลายๆ บ้าน มักทำเป็นลานคอนกรีต ซึ่งลานคอนกรีตนั้นจะเป็นตัวดูดความร้อนและอมความร้อนไว้จนกลายเป็น “แหล่งผลิตความร้อน” หรือ “มวลความร้อน” ซึ่งหากมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่และอยู่ทางทิศใต้หรือทิศตะวันตกแล้ว แทนที่จะได้ลมเย็นพัดเข้าบ้านจะกลับกลายเป็นลมร้อนแทน พื้นที่แบบนี้จึงควรมีให้น้อยที่สุด แนวทางแก้ไขในกรณีที่จำเป็นต้องมีพื้นคอนกรีตให้เลือกใช้บล็อกสนามที่มีรูให้หญ้าสามารถขึ้นได้ หรือไม่ก็ต้อง “กางร่มให้ลานคอนกรีต” โดยปลูกต้นไม้กันแดด เป็นต้น

         4. ยอมให้ลมพัดผ่าน
             ทุกครั้งที่มีลมพัดผ่านตัวเรา เราจะรู้สึกเย็นสบาย ถ้าบ้านเรามีลมเย็นพัดเข้าบ้านก็อาจไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดก็เพียงแต่น้อย ทิศทางลมหลักๆ ของประเทศเราคือลมหน้าร้อนพัดมาจากทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ส่วนลมหน้าหนาวพัดมาจากทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
             การจัดวางบ้านให้ได้รับลมประจำก็ต้องพยายามให้มีช่องเปิดที่ผนังด้านทิศเหนือและทิศใต้ ทั้ง 2 ด้านแต่บ้านที่อยู่ในเมือง ลมอาจพัดมาได้จากหลายทิศทางเนื่องจากมีสิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่เยอะทำให้ลมเปลี่ยนทิศ ก็สามารถเลือกเปิดช่องหน้าต่างด้านที่เหมาะสมกับพื้นที่ เช่น เลือกด้านที่แดดส่องเข้าน้อยที่สุด เป็นต้น

Image

          5. เปิดบ้านรับแสงธรรมชาติ
              การที่แต่ละห้องในบ้านมีช่องแสงหรือหน้าต่างให้แสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในห้องได้นั้น ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าสำหรับโคมไฟในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่มีแสงสว่างธรรมชาติเพียงพอ การเปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องเข้าบ้านได้ดีนั้นควรอยู่ในทิศทางที่ไม่มีแสงแดดเข้ามาด้วย ได้แก่ ทิศเหนือ ดังนั้น ถ้าทุกห้องมีแสงธรรมชาติเข้าได้เพียงพอเชื่อได้เลยว่าจะประหยัดค่าไฟได้เดือนละหลายบาท แถมในห้องก็ไม่อับชื้นด้วย

          6. ปรับที่ และปรับตัว
              เชื่อว่าที่บ้านของทุกคนนั้นจะมีบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นภายนอกบ้านหรือภายในบ้านที่ค่อนข้างจะเย็นสบายที่สุดในแต่ละเวลา เช่น มีร่มเงา มีลมพัดผ่านอยู่เสมอ มีแสงสว่างธรรมชาติที่ดี เมื่อรู้แล้วว่าเป็นบริเวณใด ลองปรับการใช้สอยของตัวเรา เช่น จัดบริเวณนั้นให้เป็นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเล่น พักผ่อน หรือทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในช่วงดังกล่าว เท่านั้นก็เป็นการ “เคลื่อนตัวเราหาลมและแสงธรรมชาติ”

          7. ติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อน
              “ฉนวนกันความร้อน” เพื่อป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้าน วัสดุพวกนี้มีหลายชนิดและหลายประเภทสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ และงบประมาณที่มี หากบ้านของเรามีการปรับอากาศตลอดเวลาทั้งหลัง คงต้องฟันธงบอกเลยว่าติดทั้งหลัง แต่ในความเป็นจริงแต่ละบ้านจะมีการปรับอากาศเพียงบางห้อง บางเวลา ก็ต้องเลือกติดตามงบที่มีในจุดที่ได้รับความร้อนมากที่สุดก่อน เป็นต้น

          8. เรื่องน่ารู้ก่อนใช้ไฟฟ้า
              ไฟฟ้าที่ใช้ส่วนใหญ่ในบ้านพักอาศัย แยกออกได้ 3 ส่วนคือ ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับการปรับอากาศ ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับให้แสงสว่าง และไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ดังนั้น ควรที่จะ
              - เลือกใช้ให้ถูกชนิด เครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน 1 เครื่อง ใช้ไฟฟ้ามากเท่ากับพัดลม 16-20 ตัว จะเลือกใช้อะไรก็ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
              - บำรุงรักษา เป็นหัวใจหนึ่งในการประหยัดค่าไฟ เช่น ทำความสะอาดหลอดไฟ ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเครื่องปรับอากาศ การล้างทำความสะอาดพัดลม เป็นต้น
              - ใช้อย่างถูกวิธี เช่น เตารีดกินไฟมากก็ควรรีดทีละมากไม่ต้องรีดบ่อย เครื่องซักผ้าก็เช่นกัน ซักครั้งละมากๆ ไม่ต้องซักบ่อย กาต้มน้ำเมื่อเดือดก็เอาปลั๊กออก ตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนัง เป็นต้น

 

ศูนย์ที่ปรึกษาการประหยัดพลังงาน
หอการค้าจังหวัดอุดรธานี

Comments
เขียนข้อความใหม่Search
Only registered users can write comments!
 
Close หอการค้า จังหวัดอุดรธานี คลิก!